โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดความงาม “วังท่าพระ” ยุคกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ท้องพระโรงปิดทอง ประดับแก้วเจียระไนแบบยุโรป

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 22 ก.ย 2568 เวลา 06.17 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2568 เวลา 04.25 น.
ท้องพระโรง วังท่าพระ (ศิลปกรรมโดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม)

เปิดความงาม “วังท่าพระ” ยุคกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ท้องพระโรงปิดทอง ประดับแก้วเจียระไนแบบยุโรป

พื้นที่ “ท่าช้าง” ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง ที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน คือกลุ่มวังเจ้านาย 3 วัง เรียกกันว่า “วังถนนหน้าพระลาน” ประกอบด้วย วังตะวันออก วังกลาง และวังตะวันตก หรือ “วังท่าพระ”

วังท่าพระมีประวัติความเป็นมายาวนาน ย้อนได้ถึงรัชกาล พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) โดยพระองค์ทรงสร้างวังนี้พระราชทาน สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ กรมขุนกษัตรานุชิต

ล่วงเข้ารัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) สมเด็จฯ เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ ถูกสำเร็จโทษด้วยข้อหากบฎ รัชกาลที่ 2 จึงพระราชทานวังท่าพระให้เป็นที่ประทับของ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ซึ่งต่อมาคือ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3)

ผศ. ธนโชติ เกียรติณภัทร เล่าในหนังสือ “พระนั่งเกล้าฯ ไม่โปรดการละคร แต่เป็นยุคทองของวรรณคดี” (สำนักพิมพ์มติชน) ว่า สมัยที่กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ประทับ ณ วังท่าพระ ที่นั่นเปรียบเสมือนศูนย์กลางอำนาจการบริหารราชการรองจากวังหลวง

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงกำกับราชการกรมพระคลังและกรมท่า ที่ดูแลด้านเศรษฐกิจและการต่างประเทศ รวมถึงกรมพระตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่รับและพิจารณาฎีกาของราษฎร

ความงามวังท่าพระ ยุค “กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์”

ผศ. ธนโชติ บอกอีกว่า เมื่อครั้งกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ประทับ ณ วังท่าพระ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีเจ้านายและขุนนางเข้าเฝ้าพระองค์มากมาย ปรากฏหลักฐานในบันทึกของคณะทูต จอห์น ครอว์เฟิร์ด (John Crawfurd) ทูตอังกฤษที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับสยามในสมัยรัชกาลที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2364

ครอว์เฟิร์ดและ ร้อยโท วอลเตอร์ รัทเธอร์ฟอร์ด (Walter Rutherfurd) ผู้ติดตาม ได้เข้าเฝ้ากรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ณ วังท่าพระ ซึ่งครอว์เฟิร์ดบันทึกความงามวังท่าพระไว้ดังนี้ (จัดย่อหน้าใหม่โดยผู้เขียนบทความออนไลน์)

“วังกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์อยู่เยื้องกับพระราชวังหลวง เหนือแม่น้ำขึ้นไปราว 2 ไมล์ เมื่อเราไปถึง พระยาพิพัฒน์โกษา ขุนนางชราคนที่ข้าพเจ้าเคยกล่าวถึงแล้วเมื่อครั้งขึ้นเรือมารับสาส์นของท่านข้าหลวงใหญ่มาต้อนรับที่ห้อง

เรารอไม่นานนักเพราะนายท่ามาเชิญให้ไปเข้าเฝ้ากรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ด้วยภาษาอังกฤษกระท่อนกระแท่น เขาเป็นชาวพื้นเมืองนับถือศาสนาคริสต์ที่ข้าพเจ้าไม่เคยพบมาก่อน เราขึ้นบันไดแคบๆ สองสามขั้นสู่ท้องพระโรง หน้าประตูตำหนักตั้งลับแลไม้บานใหญ่บังตาเพื่อความเป็นส่วนตัว

เมื่อผ่านลับแลเข้าไปจึงเห็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ประทับท่ามกลางขุนนางน้อยใหญ่ ดูสง่าและค่อนข้างโดดเด่น ท้องพระโรงยาวประมาณ 80 ฟุต กว้างสมส่วน ทาสีแดง ปิดทองหรูหรา เฉลียงยกพื้นด้านในสุดทอดบัลลังก์งดงาม ตามที่เราได้รับข้อมูลมานั้นเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำองค์เล็ก แต่ขึงม่านแพรสีแดงบังไว้

ทางซ้ายของเราประมาณกึ่งกลางห้อง ตั้งธรรมาสน์หลังหนึ่ง เราทราบมาว่าเป็นที่สำหรับพระสงฆ์ขึ้นแสดงพระธรรมเทศนาให้ศีลให้พร เมื่อกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงมีพระประสงค์จะทรงธรรม ซึ่งเกิดขึ้นบ่อย เพราะทรงได้ชื่อว่าเป็นผู้มีพระราชศรัทธาแรงกล้าต่อพระพุทธศาสนา ท้องพระโรงประดับแก้วเจียระไนแบบยุโรประยิบระยับ พร้อมกระจกเงาแบบยุโรปและจีน อีกทั้งโคมไฟจีนมากมาย

กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ทรงเจ้าเนื้อ มีพระชนมายุ 38 ชันษา แต่แลดูเหมือน 50 ชันษา ประทับบนเสื่อที่ปูลาดไปถึงเฉลียงยกพื้นด้านใน ทรงเอนพระวรกายพิงเสาต้นหนึ่งที่เรียงแถวเป็นระยะๆ ตลอดความยาวของท้องพระโรง สีพระพักตร์แลดูมีเหตุผลและอัธยาศัยดี…”

อิ่มหนำที่วังท่าพระ

เมื่อยุคนั้นวังท่าพระเปรียบเสมือนศูนย์กลางอำนาจแห่งที่ 2 ทำให้มีข้าราชการมากมายแวะเวียนไปเข้าเฝ้ากราบทูลเรื่องต่างๆ

พระองค์จึงโปรดให้ทำอาหารเลี้ยงบรรดาข้าราชการ ปรากฏหลักฐานในหนังสือ “ความทรงจำของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงบดินทรไพศาลโสภณ” ตอนหนึ่งว่า (จัดย่อหน้าใหม่โดยผู้เขียนบทความออนไลน์)

“อนึ่งเมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อยังทรงดำรงพระยศเป็นพระองค์เจ้าต่างกรมอยู่นั้น ขุนนางผู้น้อยออกจากที่เฝ้าแล้วก็แวะไปเฝ้าท่านโดยมากทุกๆ วัน จึงรับสั่งให้เจ้าพระยานิกรบดินทร์แต่ยังเป็นที่พระพิไชยวารีอยู่นั้น ทำกับข้าวและเกาเหลาเลี้ยง รับสั่งให้พระยาราชมนตรีแต่ยังเป็นจางวางภู่อยู่นั้นทำของหวานเลี้ยง รวมทั้งเกาเหลากับข้าวของกินทั้งสิ้นๆ วันละหลายสิบสำรับทุกๆ วันมิได้ขาด

เพราะฉนั้นข้าราชการและราษฎรทั้งหลายทั่วไปจึงได้รักใคร่นับถือพระองค์ท่านยิ่งกว่าเจ้านายทั้งหลายทุกๆ พระองค์”

จากหลักฐานข้างต้น นอกจากจะเห็นความงามวังท่าพระแล้ว ยังได้เห็นพระเมตตาของกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ที่ทรงมีต่อขุนนาง ก่อนที่ใน พ.ศ. 2367 จะเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ธนโชติ เกียรติณภัทร. พระนั่งเกล้าฯ ไม่โปรดการละคร แต่เป็นยุคทองของวรรณคดี. กรุงเทพฯ : มติชน, 2568.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 กันยายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดความงาม “วังท่าพระ” ยุคกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ท้องพระโรงปิดทอง ประดับแก้วเจียระไนแบบยุโรป

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...