โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้าของร้านอาหาร ซัดเดือด ลูกค้า ทะเลาะปมถอยรถ ชกต่อย-ขับรถพุ่งชนกัน

Khaosod

อัพเดต 27 ก.ย 2568 เวลา 11.08 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2568 เวลา 10.50 น.
เจ้าของร้านอาหาร ซัดเดือด ลูกค้า ทะเลาะปมถอยรถ ชกต่อย-ขับรถพุ่งชนกัน

เจ้าของร้านอาหาร ซัดเดือด ลูกค้า ทะเลาะปมถอยรถ ชกต่อย ขับรถพุ่งชนกัน พ่อเจ้าของร้านเจ็บสาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาล ตร.เตรียมเรียกสอบทุกคน

วันที่ 27 ก.ย.2568ร.ต.อ.สามารถ รักษาสัตย์ รอง สว.สอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาท มีการใช้รถยนต์พุ่งชนใส่กัน บริเวณร้านอาหารแห่งหนึ่ง ริมถนนอยุธยา-เสนา ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ประสานเจ้าหน้าที่สายตรวจไปควบคุมสถานการณ์

จากการตรวจสอบพบว่า มีพลเมืองดีบันทึกภาพเป็นคลิปวิดีโอเหตุการณ์เอาไว้พบว่ามีการชกต่อยกัน และโต้เถียงกัน จากนั้นใช้รถยนต์ 2คัน พุ่งชนและถอยชนกันเสียงดังสนั่น พร้อมกับมีกลุ่มบุคคลเข้าไปห้าม จนออกไปชนกันที่ริมถนนและยังชนกับเสาไฟฟ้าจนได้รับความเสียหาย

ตรวจสอบในที่เกิดเกตุ พบเพียงเศษชิ้นส่วนของรถยนต์ตกหล่นอยู่ เป็นรถยนต์ โตโยต้า สีขาว ทะเบียนพระนครศรีอยุธยา สภาพด้านหน้าพังเสียหาย เป็นรถยนต์ของเจ้าของร้าน

เดินทางตรวจสอบที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา พบ รถกระบะ นิสสัน สีดำ ทะเบียนพระนครศรีอยุธยา ด้านข้างประตูคนขับ ด้านท้ายขวา พังเสียหาย และกระจกหลังแตกทะลุ ภายในพบก้อนอิฐตัวหนอนขนาดใหญ่

สอบถาม นายยศศักดิ์พล (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี เจ้าของรถกระบะ นิสสัน สีดำ เดินทางเข้ามาแจ้งความ เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ตนพร้อมครอบครัว ซึ่งมีพ่อแม่ ลูกชาย อายุ 8 เดือน ลูกสาว อายุ 12 ปี กับ 15 ปี และภรรยา เดินทางมาเพื่อที่จะรับประทานอาหารที่ร้านที่เกิดเหตุ ช่วงจังหวะที่ตนจอดรถกำลังนำรถเข็นเด็กลงจากท้ายรถ เป็นจังหวะที่เจ้าของร้านขับรถเข้ามาพอดี ตนเห็นว่า จะเกิดอันตรายจึงไปบอกกับคนขับรถว่าให้ระมัดระวังหน่อยเดี๋ยวจะเกิดอันตราย จากนั้นจึงเกิดมีการมีปากเสียงกันเกิดการทะเลาะวิวาท

ด้านนายเหนือ อายุ 27 ปี คนขับรถกระบะสีขาว เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ตนขับรถกำลังเข้ามาจอดที่ร้าน เห็นรถคู่กรณีซึ่งเป็นลูกค้าจอดอยู่ในลักษณะเฉียงจอดไม่ตรงเหมือนรถคันอื่น จึงไปตามคนรัก คือ นายต๊ะ อายุ 33 ปี ให้มาช่วยถอยรถเข้าจอดแทน ในจังหวะนั้นลูกค้าที่เป็นคู่กรณีลงจากรถ แล้วกำลังเดินเข้าร้าน ซึ่งรถตนมีกล้องมองหลัง และตนกำลังโบกรถอยู่ ไม่น่าจะเกิดอันตรายกับลูกค้าที่กำลังเดินเข้าร้าน

นายเหนือ กล่าวต่อว่า ฝ่ายลูกค้าซึ่งเป็นคู่กรณีเข้ามาต่อว่า จึงเกิดการโต้เถียงกัน ท้าทายกันไปมา จนทะเลาะวิวาทกัน พ่อของตนออกมาก็ถูกคู่กรณีทำร้ายร่างกาย ตนจึงจำเป็นต้องป้องกันตัวเองและพ่อไม่ให้บาดเจ็บ ซึ่งพ่อของตนถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสต้องนำส่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เบื้องต้นทราบว่าถูกของแข็งทุบที่หน้าอก เตรียมย้ายไปโรงพยาบาลบางปะกอก กรุงเทพมหานคร

ขณะที่ นายต๊ะ เล่าว่า นายเหนือแฟนของตนไม่ถนัดถอยรถเข้ามาจอด เนื่องจากรถลูกค้าจอดขวางอยู่ ตนจึงมาถอยรถให้ โดยมีคนคอยดูตอนที่ถอยหลัง ซึ่งมองแล้วไม่เกิดอันตรายกับลูกค้า เพราะเราต้องดูแลลูกค้าที่มาใช้บริการกับร้านอยู่แล้ว ปรากฏว่ามีลูกค้าลงมาต่อว่าตนเรื่องการถอยรถว่าจะโดนคนจะเกิดอันตรายจึงเกิดมีปากเสียงกัน

นายต๊ะ กล่าวอีกว่า จากนั้นมีชายสูงอายุเดินเข้ามา เข้ามาต่อว่าและท้าทายกันไปมา พ่อของนายเหนือได้ออกมาพูดคุย และเกิดการโต้เถียงกัน จากนั้นลูกค้าก็เข้ามาทำร้ายร่างกายจนชุลมุนตามคลิปที่ปรากฏ

เบื้องต้นพนักงานประกันภัยของคู่กรณีสองฝ่ายมาตรวจสภาพที่เกิดเหตุและสภาพรถ พร้อมบันทึกไว้เป็นหลักฐานรอการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ด้านพนักงานสอบสวนจะทำการสอบสวนคู่กรณีบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด ว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อย่างไรบ้าง ใครเป็นผู้ทำให้เสียทรัพย์ พร้อมทั้งรอผลการตรวจอาการของผู้ได้รับบาดเจ็บ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

เจ้าของร้านอาหาร ซัดเดือด ลูกค้า ทะเลาะปมถอยรถ ชกต่อย-ขับรถพุ่งชนกัน 

เจ้าของร้านอาหาร ซัดเดือด ลูกค้า ทะเลาะปมถอยรถ ชกต่อย-ขับรถพุ่งชนกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจ้าของร้านอาหาร ซัดเดือด ลูกค้า ทะเลาะปมถอยรถ ชกต่อย-ขับรถพุ่งชนกัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...