“มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” หล่นสู่อันดับ 5 ของดัชนีเศรษฐีพันล้านโลก หลังหุ้น Meta ร่วงแรงสุดรอบ 3 ปี
"มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก" หล่นจากอันดับ 3 สู่อันดับ 5 ของดัชนีเศรษฐีพันล้านโลก หลังหุ้น Meta ร่วงแรงสุดรอบ 3 ปี จากแผนขายพันธบัตรมูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อทุ่มงบพัฒนา AI
วันที่ 31 ตุลาคม 2568 เวลา 03.29 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่ามาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ตกจากอันดับ 3 เหลืออันดับ 5 ของดัชนีเศรษฐีพันล้านโลก (Bloomberg Billionaires Index) ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี หลังนักลงทุนแตกตื่นจากแผนการขายตราสารหนี้มูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ของบริษัท Meta Platforms Inc. ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงหนัก ท่ามกลางความผันผวนในฤดูกาลประกาศผลประกอบการของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี
+ราคาหุ้น Meta ร่วงลง 11% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2565 หลังบริษัทประกาศว่าจะออกพันธบัตรอันดับการลงทุน (investment-grade bond) ที่มีมูลค่ามากที่สุดแห่งปี เพื่อระดมทุนเพิ่มงบวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) +
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้มูลค่าทรัพย์สินของซักเคอร์เบิร์กลดลงเหลือ 2.352 แสนล้านดอลลาร์ ตามการจัดอันดับของ Bloomberg
การร่วงหล่นของซักเคอร์เบิร์กทำให้เขาถูก เจฟฟ์ เบโซส แห่ง Amazon และแลร์รี เพจ แห่ง Alphabet แซงหน้าไป โดยทั้งคู่กลับมาติด 4 อันดับเศรษฐีโลกอีกครั้งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 ทั้งนี้หุ้น Alphabet ปรับขึ้น 2.5% หลังรายงานรายได้สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด จากความต้องการพุ่งขึ้นในบริการคลาวด์และ AI
ความมั่งคั่งของซักเคอร์เบิร์กลดลง 2.92 หมื่นล้านดอลลาร์ในวันเดียว ซึ่งถือเป็นการร่วงลงรายวันมากที่สุดเป็นอันดับ 4 เท่าที่ Bloomberg เคยบันทึกไว้
ก่อนหน้านี้ หุ้น Meta เคยพุ่งขึ้นกว่า 28% ตั้งแต่ต้นปี 2568 เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของซักเคอร์เบิร์กกว่า 5.7 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ความกังวลเกี่ยวกับงบลงทุนด้าน AI ที่สูงเกินไปทำให้นักลงทุนเริ่มชะลอความเชื่อมั่น โดยนักวิเคราะห์อย่างน้อย 2 รายปรับลดคำแนะนำหุ้น หลัง Meta ระบุว่าจะใช้งบลงทุน (capital expenditures) สูงถึง 1.18 แสนล้านดอลลาร์ในปีนี้ และอาจเพิ่มขึ้นอีกในปี 2569
ด้าน Amazon หุ้นปรับขึ้นมากกว่า 30% นับตั้งแต่ระดับต่ำสุดกลางเดือนเมษายน นักลงทุนตอบรับเชิงบวกต่อการเติบโตของหน่วยธุรกิจคลาวด์ (AWS) ซึ่งได้ทำข้อตกลงร่วมกับบริษัท AI หลายราย เช่น Anthropic ขณะที่รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ของ Amazon ก็ออกมาดีกว่าคาดทั้งรายได้และกำไร ส่งผลให้หุ้นพุ่งขึ้นทันทีในการซื้อขายนอกเวลาทำการ
อ้างอิง : www.bloomberg.com