วันก่อนรู้สึกจริงๆ แต่วันนี้ไม่รู้สึกแล้ว ชวนสำรวจพฤติกรรม Love Bomb ที่เล่นกับใจ ทำเหมือนคลั่งรัก และให้ความหวังแบบเกินจริง ซึ่งบางครั้งก็อาจจบลงด้วยการ Ghosting กันแบบดื้อๆ
บทสนทนาเจ็บปวด ความไม่เข้าใจกัน ความเหินห่างเฉยชา หรือข้อความ Dry text ฯลฯ อาจเป็นสัญญาณของความสัมพันธ์ที่กำลังจะหมดใจและถึงคราวต้องจบลง แต่หลักการทั้งหมดนี้อาจจะใช้ไม่ได้ไปเลยกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกว่านั้น อย่างที่หลายคนกำลังเผชิญอยู่ หนึ่งในนั้นก็คือการจบความสัมพันธ์แบบไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยการ Ghosting ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ดูหวานฉ่ำกันมาดีๆ แท้ๆ
แม้ว่าบางความสัมพันธ์จะดำเนินไป (เหมือน) ปกติทุกอย่าง จนถึงขั้นจริงจังขึ้นเรื่อยๆ พาไปแนะนำกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนๆ ไหนจะบทสนทนาเรื่องความฝัน ชีวิตแต่งงาน ชื่อที่จะตั้งให้ลูกๆ บ้านอันอบอุ่นของครอบครัว และการจับมือแก่เฒ่าไปด้วยกัน พร้อมด้วยประโยคเด็ดที่เป็นเหมือนหมัดฮุกประมาณว่า “ไม่เคยรู้สึกกับใครแบบนี้ก่อนเลย” แต่วันต่อมาทุกอย่างก็… จบปึ้ง! หายตัวไปไหนก็ไม่รู้! แถมติดต่อไม่ได้ทุกช่องทาง!
ทิ้งให้อีกฝ่ายรู้สึกงงๆ ปนสงสัยในใจ และเต็มไปด้วยคำถามว่าตัวเองทำอะไรผิด…
Jean-Luc Lukunku และ Taylor Rosen คือหนึ่งในบรรดาหนุ่ม Tiktoker ที่สังเกตพฤติกรรมต่างๆ นี้และอดไม่ได้ที่จะขอทำคลิปพาโรดี้แสบๆ คันๆ ล้อเลียนการ ‘Love Bomb’ ในความสัมพันธ์ที่ฝ่ายหนึ่งชอบให้ความหวังอีกฝ่ายถึงการมีอนาคตร่วมกัน และทำทุกอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ที่จริงจังไปอีกขั้น แล้วอยู่ดีๆ อีกวันก็ Ghost หน้าตาเฉยด้วยการหายตัวไป (บางคนหนักกว่านั้นคือโดนบล็อกทุกช่องทาง) ทั้งที่วันก่อนยังเป็นไอ้ต้าวความรักของเราอยู่เลย
ซึ่งหลังจากหนุ่มๆ Tiktoker ทำคลิปกวนๆ นี้ออกมา ปรากฏว่าคนจำนวนไม่น้อยก็เคยมีประสบการณ์ไม่ต่างกัน คือโดน Ghost ว่าหนักแล้ว แต่โดน Love Bomb หนักๆ ก่อน Ghost ด้วยนี่สิ และนั่นทำให้หลายคนมีความเห็นคล้ายกันว่า พวกเขาต่างมีความ ‘ไม่เข้าใจ’ เหตุผลอะไรที่ทำให้คนคนหนึ่งทำแบบนั้น เขาทำไปได้ยังไง และที่สำคัญก็คือ ทำไปทำไมก่อน?!
จริงๆ แล้วปรากฏการณ์การนี้อาจเป็นเรื่องที่บอกยากอยู่สักหน่อยว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไร เพราะแต่ละคนก็คงมีเหตุผลต่างๆ นานา เป็นของตัวเอง “การให้ความหวังใครสักคนด้วยวิธีปาความหวานใส่ไม่ยั้ง ในความสัมพันธ์แบบโรแมนติก มันทำให้คนคนนั้นยิ่งรู้สึกว่าเขาน่าดึงดูดและเป็นที่ปรารถนามากขึ้น แต่อีกแง่หนึ่งมันก็เป็นการเล่นกับ ‘อำนาจ’ ควบคุมบางอย่างในความสัมพันธ์ต่ออีกฝ่ายได้เหมือนกัน” Emma Hathorn ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ Dating App ชื่อ Seeking อธิบายในเชิงจิตวิทยา ซึ่งน่าจะพอบอกได้นิดหน่อยว่าทำไมคนเราถึงทำเช่นนั้นกับคนอื่น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมนุษย์มักชอบที่จะรู้สึกถูกรักและได้ผูกพันใกล้ชิดกับใครสักคน จึงมีแนวโน้มที่จะเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในความสัมพันธ์อะไรสักอย่าง แม้มันจะเป็นความสัมพันธ์ที่มีเพียงแค่เปลือกนอก ฉาบฉวย หรืออายุสั้นเหลือเกินก็ตาม
นั่นทำให้เราสามารถเข้าใจได้ว่าการกระทำ Love Bomb ก่อนจะ Ghost อย่างเลือดเย็นอาจไม่ได้หมายความว่าเขาคนนั้นตั้งใจจะมาหลอกเสมอไป ผู้เชี่ยวชาญใช้คำได้น่าสนใจว่า มันสามารถมาจาก ‘Little White Lies’ ที่ไม่ใช่การโกหกเพื่อจงใจหลอกลวง แต่ เป็นความรู้สึก Emotionally Impulsive ที่เกิดขึ้นจริงๆ ณ โมเมนต์นั้นที่ทำให้รู้สึกท่วมท้นล้นหัวใจจริงๆ จนต้องการระบายออกมาเป็นความรู้สึกโรแมนติกอย่างมากมายด้วยพฤติกรรมหวานเจี๊ยบต่างๆ อย่างที่ว่ามาได้เช่นกัน ถ้าถามว่ามันเป็นความรู้สึกจริงไหม มันอาจจะจริง แต่เกิดขึ้นแค่ ณ เวลานั้น หลังจากนั้นไม่รู้แล้ว เหมือนกับชื่อคลิปไวรัลที่ Tiktoker อย่าง Jean-Luc Lukunku ตั้งชื่อว่า ‘Something serious… for today’ หมายถึงอะไรต่างๆ ที่จริงจัง แต่… แค่วันนี้นะ
และเมื่อไรก็ตามที่ความสัมพันธ์ซึ่งในตอนแรกอาจจะไม่ได้ตั้งใจว่าอยากพัฒนาไปไหน ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกจริงและคิดจริงจัง ก็อาจทำให้ไอ้ต้าวนักรักรู้สึกอึดอัดกดดันจนอยากถอนตัวออกจากความสัมพันธ์นี้ (ไม่ว่าจะเพราะด้วยเหตุผลไม่ได้รู้สึกเหมือนกัน หรือจะด้วยเหตุผลอื่นๆ อย่างการเจอคนอื่นที่ใช่มากกว่า) แต่การบอกความรู้สึกเหล่านั้นอย่างตรงไปตรงมากับอีกฝ่ายดูจะเป็นเรื่องยากและตามมาด้วยดราม่ามากเกินไป การ Ghosting แบบหายตัวไปเลยจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่หลายคนใช้ เพราะจะได้ไม่ต้อง ‘เผชิญหน้า’ กับความผิดหวังเสียใจของอีกฝ่ายที่เขาอาจจะกระโจนใส่ความรักที่คนคนนั้นปาใส่ไปเรียบร้อยแล้วแบบถอนตัวไม่ขึ้น
ลำพังแค่การ ‘ตัดจบ’ ความสัมพันธ์ด้วยวิธี Ghosting ก็เจ็บปวดมากพอแล้ว เพราะมันเป็นการปิดจบความสัมพันธ์แบบฉับพลันโดยไม่ได้ทันตั้งตัว พฤติกรรม Love Bomb ที่สร้างความหวังมากกว่าปกติยิ่งเจ็บกว่า นอกจากทิ้งให้หลายคนรู้สึกสงสัยในตัวเองแล้ว มันยังทำให้เรากระหายอยากได้ ‘บทสรุป’ ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือทำไมเขาถึงเป็นแบบนั้นด้วย และสุดท้ายหากไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากอีกฝ่าย ความรู้สึกเจ็บปวดนี้ก็สามารถค้างคาจนลงเอยด้วยการ ‘ไล่ล่า’ คนคนนั้นได้
เช่นเคสของสาววัย 23 อย่าง Monica ที่ดึงดันจะกลับไปหาคำตอบของพฤตกรรมเหล่านี้จากหนุ่มนัก Ghost ของเธอให้ได้ จนกระทั่งได้รับคำตอบที่ทำให้รู้สึกแย่กับตัวเองมากกว่าเดิมว่าเขา “ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าที่ทำไปน่ะ จะทำให้เธอคิด ‘จริงจัง’ ขนาดนั้น” (?!?)
แน่นอนว่าเราไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของคนอื่นที่ปฏิบัติต่อเราได้ แต่ก็พอจะมีทางเซฟตัวเองอยู่บ้าง เช่น เราอาจจะต้องคอยดูสัญญาณต่างๆ ในความสัมพันธ์ ที่ช่วยให้ค่อยๆ คิดดีๆ ก่อนเอาความรู้สึก เอาใจลงไปเล่น ซึ่งหนึ่งใน Red Flag ของพฤติกรรมนี้ที่ผู้เชี่ยวชาญบอกเลยคือให้ระวัง ‘Future-faking’ หรือการวางแผนอนาคตข้างหน้าแบบดูแล้วค่อนข้างจริงจัง เมื่อเทียบกับระยะเวลาที่ทำความรู้จักกัน ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างการเดินทางไปเที่ยวด้วยกันไกลๆ จนถึงแผนการใช้ชีวิตด้วยกันอย่างเรื่องของการแต่งงาน มีลูก อะไรแบบนั้น หรือแม้แต่แพลนบางอย่างที่ดูขายฝันเวอร์วังเกินไปหน่อย
เช่นเดียวกับอีก Red Flag อย่างความรู้สึกชื่นชมหรือคลั่งรักที่อีกฝ่ายมีต่อเราอย่างมากมาย โดยที่เขาก็ยังไม่ได้รู้จักเราจริงๆ ในทุกๆ ด้านขนาดนั้น และรวมถึงยังสามารถดูจากแพทเทิร์นความหวานจากอีกฝ่ายที่มักจะมาแบบขาดๆ หายๆ มาเป็นช่วงๆ ไม่สม่ำเสมอได้เหมือนกัน เช่น วันหนึ่งโคตรจะหวานจนเลี่ยน อีกวันเงียบหายไปเฉย ปล่อยให้เรารอแบบอารมณ์ค้างคาอยู่อย่างนั้น นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนให้เราระวัง ‘อำนาจ’ ที่ไม่เท่ากันในความสัมพันธ์นี้ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายได้อยู่ในฐานะผู้ควบคุมใจและความรู้สึกของเราไปแล้วโดยไม่รู้ตัว
สุดท้าย มันโอเคมากๆ หากจะรู้สึกเจ็บปวดและสงสัยว่าทำไมคนคนหนึ่งถึงทำพฤติกรรมเหล่านี้กับเราได้ลงคอ แต่สิ่งที่เราไม่ควรลืมก็คือ การที่คนคนหนึ่งเลือกจะเดินจากเราไปอาจไม่ใช่ความผิดของเราคนเดียวทั้งหมด แต่เป็น ‘ทางเลือก’ ที่สะท้อนตัวตนและความคิดของเขาคนนั้นเอง และบางทีมันก็อาจหมายถึงการที่เขาไม่กล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับภาวะไม่สบายตัว ไม่สบายใจในความสัมพันธ์นี้ก็เป็นได้
และเรานี่แหละที่อาจต้องกลับมาถามตัวเองอีกครั้งว่า คนที่ไม่สามารถแม้แต่จะสื่อสารความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา และไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์นี้ได้ คือคนที่เราต้องการจะให้อยู่ในชีวิตจริงๆ ด้วยหรือเปล่า
อ้างอิง
https://www.tiktok.com/@tayrosen/video/7433222679848750382
บทความต้นฉบับได้ที่ : วันก่อนรู้สึกจริงๆ แต่วันนี้ไม่รู้สึกแล้ว ชวนสำรวจพฤติกรรม Love Bomb ที่เล่นกับใจ ทำเหมือนคลั่งรัก และให้ความหวังแบบเกินจริง ซึ่งบางครั้งก็อาจจบลงด้วยการ Ghosting กันแบบดื้อๆ
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com