โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติ “ประเทศเนปาล” ดินแดนอาณาจักรโบราณ ชาติภูมิของพระพุทธเจ้า

อีจัน

อัพเดต 11 ก.ย 2568 เวลา 18.18 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2568 เวลา 11.18 น. • อีจัน

จากกรณีที่เกิดความวุ่นวายในประเทศเนปาล โดยกลุ่มเด็ก Gen Z ออกมาประท้วงอย่างต่อเนื่อง “อีจัน” จะพาย้อนรอยเปิดประวัติศาสตร์เนปาล ว่า มีเหตุการณ์สำคัญอะไรบ้างที่ทำให้ประเทศแห่งนี้เป็นอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน

เนปาลตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ระหว่างประเทศจีน (ทิเบต) ทางเหนือและอินเดียทางใต้ ตะวันออก และตะวันตก เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล และพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง รวมถึงยอดเขาเอเวอเรสต์ (Mount Everest) ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดในโลก

ขอบคุณภาพ: https://rath.asia/blog/2015/03/22/nepal/

เนปาลยังเป็นแหล่งกำเนิดของศาสนาพุทธเนื่องจากพระพุทธเจ้า (สิทธัตถะ โคตมะ) ประสูติที่เมืองลุมพินี (Lumbini) ในดินแดนของเนปาล ในปัจจุบัน ราวศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล

ประวัติศาสตร์โบราณ

– ราชอาณาจักรในยุคต้น ในยุคโบราณเนปาลอยู่ภายใต้อิทธิพลของอาณาจักรในอินเดีย เช่น มคธ และคุษาณะ จนกลายเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนาและฮินดูในหุบเขากาฐมาณฑุ

– ราชวงศ์ลิจฉวี(Licchavi) ค.ศ. 400–750 ราชวงศ์นำเอาวัฒนธรรมฮินดูจากอินเดียเหนือมาสู่เนปาล และพัฒนาเมืองกาฐมาณฑุให้เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมและการค้า ราชวงศ์นี้มีบทบาทในการส่งเสริมพุทธศิลป์และสถาปัตยกรรมแบบนิวาร์ (Newar)

– ยุคมัลละ(Malla) ค.ศ. 1200–1769 ในช่วงเวลานี้เป็นยุคทองของศิลปวัฒนธรรมเนปาล โดยเฉพาะงานศิลปะในหุบเขากาฐมาณฑุเมืองต่างๆ เช่น ปาทัน(Patan), ภักตปูร์(Bhaktapur) และกาฐมาณฑุ ต่างมีราชวงศ์ของตนเอง

ขอบคุณภาพ: https://rath.asia/blog/2015/03/22/nepal/

การรวมชาติและราชวงศ์ชาห์

– พระเจ้าปฤถวีนารายณ์ ชาห์(Prithvi Narayan Shah) ค.ศ. 1768 พระองค์รวบรวมรัฐเล็กๆ หลายแห่งในภูเขาให้เป็นประเทศเดียวกันภายใต้ราชวงศ์ชาห์ โดยยึดเมืองกาฐมาณฑุได้ในปี 1768 และก่อตั้งราชอาณาจักรเนปาล

– การติดต่อกับจักรวรรดิอังกฤษ แม้จะไม่ถูกรุกรานโดยอังกฤษเหมือนอินเดีย แต่เนปาลต้องทำสงครามกับบริษัทอินเดียตะวันออกในปี ค.ศ. 1814–1816(สงครามอังกฤษ-เนปาล) และลงนามในสนธิสัญญาสุกาอุลี (Sugauli Treaty) ซึ่งทำให้เนปาลต้องยกดินแดนบางส่วนให้แก่อังกฤษ

– การปกครองแบบเผด็จการรานา(Rana Regime) ค.ศ. 1846–1951 นายกรัฐมนตรีจากตระกูล “รานา” ได้ยึดอำนาจจากกษัตริย์ และปกครองประเทศในลักษณะเผด็จการเป็นเวลากว่า 100 ปี พวกเขาสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอังกฤษ และปิดประเทศจากโลกภายนอก

ขอบคุณภาพ: https://rath.asia/blog/2015/03/22/nepal/

ยุคหลังสงครามโลก กับ รัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย

– การฟื้นฟูอำนาจของราชวงศ์ ค.ศ. 1951 หลังจากการปฏิวัติระบบเผด็จการรานาถูกโค่นและราชวงศ์ได้กลับมามีอำนาจพร้อมกับการนำระบบรัฐธรรมนูญเข้ามา

– ยุคปัญจายัต(Panchayat) ค.ศ. 1960–1990 กษัตริย์มเหนทรา(Mahendra) ยุบพรรคการเมืองและสถาปนาระบบ “ปัญจายัต”เป็นระบบแบบไม่มีพรรคที่กษัตริย์มีอำนาจสูงสุด

– การฟื้นประชาธิปไตย ค.ศ. 1990 เกิดการประท้วงของประชาชนทำให้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ลดอำนาจกษัตริย์และเปลี่ยนประเทศเป็นราชอาณาจักรประชาธิปไตย

สงครามกลางเมืองและการล่มสลายของราชวงศ์

– ค.ศ. 1996–2006 เกิดการก่อการของพรรคคอมมิวนิสต์(ลัทธิเหมา) ทำสงครามกลางเมืองยาวนานถึง 10 ปี เพื่อโค่นล้มสถาบันกษัตริย์และสร้างสาธารณรัฐ มีผู้เสียชีวิตกว่า 17,000 คน

– ค.ศ. 2001 เหตุการณ์กราดยิงราชวงศ์ โดยเจ้าชายทิปเปนทรา(Dipendra) ถูกกล่าวหาว่ายิงสมาชิกในราชวงศ์รวมถึงกษัตริย์และราชินี ก่อนเสียชีวิตทำให้เกิดความไม่มั่นคง

– ค.ศ. 2008 การล้มล้างราชวงศ์ หลังจากข้อตกลงสันติภาพในปี 2006 สภาร่างรัฐธรรมนูญได้ประกาศยกเลิกระบบกษัตริย์ในปี 2008 และเปลี่ยนประเทศเป็น “สาธารณรัฐประชาธิปไตย” โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ

– ค.ศ. 2015 รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนปาลประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2015 ทำให้ประเทศกลายเป็น “สาธารณรัฐประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐ” (Federal Democratic Republic) มีระบบหลายพรรค และแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 มลรัฐ (provinces)

ผลที่ตามมาหลังเปลี่ยนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

– เนปาลประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ในเดือนกันยายน 2015 ซึ่งเปลี่ยนประเทศเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐ มีหลายมณฑลและมีการวางระบบรัฐบาลหลายพรรคอย่างเป็นทางการ

– รัฐธรรมนูญนี้มุ่งเน้นการกระจายอำนาจและการปกครองตนเองของชุมชนท้องถิ่น

ขอบคุณภาพ: https://rath.asia/blog/2015/03/22/nepal/

การเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลหลายพรรค(หลัง ค.ศ. 2015)

เนปาลเผชิญกับความไม่มั่นคงทางการเมืองค่อนข้างบ่อย มีการเปลี่ยนรัฐบาลหลายครั้ง โดยไม่มีนายกรัฐมนตรีคนใดทำหน้าที่ครบวาระเต็ม เช่น พุชปะ กมัล ดาหาล (Pushpa Kamal Dahal “Prachanda”) ซึ่งเป็นผู้นำพรรคมาในหลายโอกาสได้เป็นนายกฯ อีกครั้งในเดือนมกราคม 2024 โดยมีการจัดตั้งรัฐบาลผสมกับพรรคอื่นๆ หลังจากนั้นในเดือนกรกฎาคม 2024 เกิดการเปลี่ยนรัฐบาลอีก ดาห์ลาลพรรค Maoist Center ถูกตัดออกจากรัฐบาลผสมและเกิดข้อตกลงระหว่างพรรค CPN‑UML (พรรคคอมมิวนิสต์) กับพรรค Nepali Congress (NC) ซึ่งนำไปสู่การเข้ามาของ K.P. Sharma Oli เป็นนายกรัฐมนตรีรอบที่ 4

และเหตุการณ์ในปี 2025 เกิดเหตุการณ์ประท้วงใหญ่หลายจุด กระทั่งมีเหตุความรุนแรง หลังรัฐบาลปิดกั้นห้ามใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นตัวจุดชนวนให้คนรุ่นใหม่(Gen Z) ออกมาต่อต้านการทุจริต และความไม่เป็นธรรมอื่นๆ

มีรายงานว่าในช่วงประท้วงเจ้าหน้าที่บางส่วนใช้กำลัง ความรุนแรง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง และเกิดความวุ่นวาย เช่น การจลาจล การเผาอาคารของรัฐบาล ฯลฯ

ผลของการประท้วงทำให้ นายกรัฐมนตรี K.P. Sharma Oli ลาออกเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2025 หลังจากเกิดการต่อต้านอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการปิดกั้นโซเชียลมีเดียและปัญหาคอร์รัปชัน

แหล่งที่มา :britannica, outlookindia, tbsnews,reuters, https://rath.asia/blog/2015/03/22/nepal/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...