Tether เปิดตัวโทเคนใหม่ USAT ตั้งอดีตที่ปรึกษาทำเนียบขาว นำธุรกิจในสหรัฐฯ
Tether ผู้ออกเหรียญ USDT เปิดตัวโทเคนใหม่สำหรับธุรกิจในสหรัฐฯ ภายใต้ชื่อ USAT พร้อมตั้ง Bo Hines อดีตหัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษาด้านคริปโทฯของทำเนียบขาวเป็นซีอีโอของ Tether U.S. โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองชาร์ลอตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา
13 ก.ย. 2568- สำนักข่าว CNBC รายงานว่า Tether ผู้ออกเหรียญ USDT ซึ่งเป็น stablecoin รายใหญ่ที่สุดของโลก ได้แต่งตั้ง Bo Hines ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าสภาที่ปรึกษาประธานาธิบดีด้านสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นซีอีโอของTether U.S. โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองชาร์ลอตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงการเดินหน้าของTether ในการมีบทบาทกับหน่วยงานกำกับดูแลและการเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดย Tetherเคยถูกกล่าวหาว่าเป็น “สกุลเงินดิจิทัลคู่ใจของอาชญากร” กำลังสร้างภาพลักษณ์ใหม่ในฐานะพันธมิตรของฝ่ายนิติบัญญัติและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ นับตั้งแต่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กลับเข้าสู่ทำเนียบขาว
นอกจากนี้ Tetherประกาศเปิดตัวโทเคนใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับสถาบันการเงินในประเทศ ในชื่อ USAT ซึ่งจะถูกกำกับดูแลในสหรัฐฯ ภายใต้กฎหมาย GENIUS Act ขณะที่ USDT หรือ USD Tetherถูกออกแบบมาสำหรับตลาดโลก แต่โทเคนใหม่นี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อธุรกิจและสถาบันที่ต้องการดำเนินงานภายใต้กรอบกฎระเบียบของสหรัฐฯ
Paolo Ardoino ซีอีโอของTether กล่าวว่า “กว่าสิบปีที่ผ่านมา Tetherในฐานะผู้บุกเบิกอุตสาหกรรม stablecoin ได้ออก USDT ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจดิจิทัล และวันนี้ USDT คือสกุลเงินดอลลาร์ดิจิทัลสำหรับผู้คนนับร้อยล้านในตลาดเกิดใหม่ที่ขาดโอกาส แสดงให้เห็นว่าสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถส่งมอบความน่าเชื่อถือ ความยืดหยุ่น และเสรีภาพในระดับโลกได้จริง”
สำนักข่าว CNBC รายงานอีกว่า โทเคน USAT จะใช้แพลตฟอร์ม tokenization เฉพาะของTether ที่ชื่อว่า Hadron โดยธนาคาร Anchorage Digital จะเป็นผู้ออก USAT ส่วน Cantor Fitzgerald จะทำหน้าที่ดูแลทุนสำรองและเป็นตัวแทนจำหน่ายหลักที่ได้รับการแต่งตั้ง
ทั้งนี้ USDT ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2014 โดยมีมูลค่าผูกกับดอลลาร์สหรัฐ และเคยเป็น stablecoin เพียงรายเดียวในตลาดอยู่หลายปี ก่อนที่คู่แข่งที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบของสหรัฐฯ อย่าง Circle’s USDC จะเข้ามาแข่งขัน อย่างไรก็ตาม USDT ยังคงเป็น stablecoin ที่ได้รับความนิยมและครองตลาดมากที่สุด แม้จะต้องเผชิญข้อถกเถียงและการตรวจสอบด้านกฎระเบียบ เนื่องจากได้เปรียบจากการเป็นผู้บุกเบิกและมีสภาพคล่องสูง
อย่างไรก็ตามแม้ Tether จะยังไม่มีบทบาทโดยตรงในตลาดสหรัฐฯ แต่บริษัทระบุมาโดยตลอดว่า USDT มีส่วนช่วยเสริมความแข็งแกร่งของค่าเงินดอลลาร์ ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงผ่าน stablecoin นอกจากนี้ Tetherยังลงทุนส่วนสำคัญของทุนสำรองไว้ในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ก็สะท้อนมุมมองดังกล่าวเมื่อต้นปีนี้ โดยกล่าวในงาน White House Crypto Summit ว่า “เราจะยังคงรักษาสถานะของดอลลาร์สหรัฐให้เป็นสกุลเงินสำรองหลักของโลก และเราจะใช้ stablecoin ในการทำสิ่งนั้น”
Ardoino กล่าวเสริมว่า USDT “เป็นหนึ่งในผู้ถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ใหญ่ที่สุดอยู่แล้ว และ USAT คือความมุ่งมั่นของTether ที่จะทำให้ดอลลาร์ไม่เพียงแค่คงความเป็นผู้นำในยุคดิจิทัล แต่ยังสามารถเติบโตได้มากขึ้นอีกด้วย”