โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองกำลังบูรพารวบชาวจีน-ชาวกัมพูชา ลอบข้ามแดน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 01 ก.ย 2568 เวลา 20.24 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2568 เวลา 13.20 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

สระแก้ว 1 ก.ย. – กองกำลังบูรพา รวบชาวจีน-ชาวกัมพูชา ลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ ขณะที่ ตม.สระแก้ว ยืนยันด่านคลองลึก ยังปิด 100 เปอร์เซ็นต์ ยกเลิกช่องอนุโลมคนไทย-คนเขมรตกค้าง

หลังมีข่าวในโลกโซเชียลว่า ด่านพรมแดนคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จะเปิดช่องผ่อนผันข้างสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา เพื่ออนุโลมให้คนกัมพูชาที่ตกค้างในประเทศไทย และคนไทยที่ตกค้างอยู่ในฝั่งกัมพูชา สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาบ้านเกิดได้ เฉพาะวันพุธและวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น. ส่วนจุดผ่านแดนอื่นๆ ยังคงปิดตามปกติ

เช้าวันนี้ (1 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทยได้เดินทางไปตรวจสอบที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก พบว่าบริเวณ หน้าด่าน ตม.อรัญประเทศ ยังคงปิดประตูด่าน โดยมีโซ่คล้องกุญแจไว้อย่างแน่นหนา เช่นเดียวกับฝั่งกัมพูชา

ขณะที่ตรวจคนเข้าเมือง จ.สระแก้ว ยืนยันด่านพรมแดนคลองลึก ยังคงปิด 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเมื่อวานนี้ (31 ส.ค.) เป็นวันสุดท้ายที่กองทัพภาคที่ 1 อนุโลมผ่อนผันเปิดช่องทางชั่วคราว ซึ่งเป็นประตูเล็กข้างสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา อนุโลมให้ชาวกัมพูชาที่ตกค้างในประเทศไทย และชาวไทยที่ตกค้างในกัมพูชา สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ตามหลักมนุษยธรรมเท่านั้น ยืนยัน ตม.สระแก้ว ไม่มีอำนาจในการเปิด-ปิดด่านพรมแดน เพราะอยู่ในสถานการณ์การใช้กฎอัยการศึก พร้อมขอโทษประชาชนที่มีส่วนทำให้เกิดความสับสน

กองกำลังบูรพารวบชาวจีน-ชาวกัมพูชา ลอบข้ามพรมแดน
ขณะที่กองกำลังบูรพา จับกุมชายชาวจีน 3 คน กำลังเดินเท้าอยู่บริเวณช่องทางธรรมชาติ ใกล้หมู่บ้านโนนขี้เหล็ก ห่างจากแนวชายแดนเพียง 500 เมตร สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าเดินทางมาจากประเทศกัมพูชา และต้องการเข้ามาในประเทศไทย แต่ไม่มีหนังสือเดินทางและเอกสารใดๆ

ขณะเดียวกันยังพบกลุ่มแรงงานชาวกัมพูชาอีก 16 คน กำลังซ่อนตัวอยู่ในไร่อ้อยใกล้เคียงกัน โดยกลุ่มนี้ให้การว่าตั้งใจจะลักลอบเข้าประเทศไทยเพื่อเดินทางไปทำงานรับจ้างใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี แต่จากการตรวจสอบพบว่ามีเพียงหนังสือเดินทางเท่านั้น

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบกลุ่มคนไทย 5 คน กำลังเดินเท้าอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุเช่นกัน โดยกลุ่มนี้อ้างว่าต้องการเดินทางข้ามแดนกลับไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อไปสแกนใบหน้าสำหรับเปิดบัญชีธนาคาร (บัญชีม้า) และไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแสดงตนให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ จึงควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 กลุ่ม ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองน้ำใส ดำเนินคดี

พบทหารกัมพูชาลอบวางระเบิดใกล้ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์
ขณะที่วันนี้ (1 ก.ย.) กองทัพบกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 68 เวลาประมาณ 11.50 น. กองร้อยอาวุธเบาที่ 1 กองพันทหารราบที่ 27 ตรวจพบการวางกับระเบิดแสวงเครื่องในลักษณะใช้ลูกกระสุนเครื่องยิงลูกระเบิดประกอบกับการใช้ลวดสะดุดของทหารกัมพูชา ในพื้นที่ทิศตะวันตกของปราสาทตาควาย ห่างจากเนิน 350 ประมาณ 1.7 กิโลเมตร ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ใกล้กับบริเวณแนวการวางลวดหนามป้องกันตนเองในเขตไทย

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า การกระทำและหลักฐานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องการใช้กับระเบิดแสวงเครื่อง เป็นอาวุธลอบโจมตีทหารไทยโดยหวังผลให้เกิดอันตรายถึงชีวิตในดินแดนของฝ่ายไทย ซึ่งถือเป็นการกระทำยั่วยุที่ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดระหว่างกัน การกระทำดังกล่าวยังย้อนแย้งกับท่าทีที่ฝ่ายกัมพูชาพยายามบิดเบือนต่อประชาคมระหว่างประเทศว่าเป็นผู้รักสันติและยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง ทั้งที่ข้อเท็จจริงและหลักฐานต่างๆ ที่พบยืนยันได้ว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลง รวมทั้งอนุสัญญาออตตาวามาโดยตลอด

ชี้กัมพูชาใช้ข้อตกลงหยุดยิงสร้างภาพ แต่การกระทำตรงข้าม
ส่วนที่หัวหน้าโฆษกรัฐบาลกัมพูชา ออกมายืนยันว่ากัมพูชายังคงยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิงและกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ประเทศไทยปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง หลีกเลี่ยงการยั่วยุที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งนั้น โฆษกกองทัพบก ระบุว่า กัมพูชาไม่ควรนำข้อตกลงหยุดยิงมาใช้เป็นเพียงเครื่องมือสร้างภาพทางการสื่อสาร เพื่อเรียกร้องความเห็นใจจากนานาชาติ ขณะที่พฤติกรรมที่ปรากฏกลับขัดแย้งกับสิ่งที่กล่าวอ้าง โดยภายหลังการหยุดยิง ฝ่ายกัมพูชายังคงมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยพยายามหลบสายตาสังคมโลก อาทิ การลอบวางทุ่นระเบิด, การใช้โดรนในการเข้ามาก่อกวนและตรวจสอบการวางกำลังของฝ่ายไทย, การปลุกระดมประชาชนให้ออกมาเคลื่อนไหว สร้างภาพเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงต่อสายตาชาวโลก และล่าสุดพบการใช้ระเบิดแสวงเครื่องซึ่งมีอานุภาพร้ายแรงมากกว่าทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดน รวมถึงการบิดเบือนข่าวสารเพื่อต้องการให้ร้ายประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

เก็บหลักฐาน รพ.พนมดงรัก ถูกกระสุนปืนใหญ่กัมพูชา
กองทัพบก ร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บหลักฐานจากเหตุการณ์การสู้รบที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่โรงพยาบาลพนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งถูกกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายกัมพูชายิงเข้ามาในพื้นที่โรงพยาบาล เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 จำนวน 3 นัด ส่งผลให้อาคารหลายหลังได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะอาคารภูมิพัฒน์ และอาคารศูนย์สุขภาพชุมชนพระครูอาภัสธรรม (หลวงตารอด) ซึ่งเป็นอาคารห้องตรวจครรภ์มารดาก่อนคลอด จนต้องอพยพผู้ป่วยไปยังพื้นที่ปลอดภัยเป็นการฉุกเฉิน.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...