โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อาณาจักร ‘บี.กริม เพาเวอร์’ เราเป็นบริษัทที่ทำดาต้าเซ็นเตอร์ครบวงจร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.ย 2568 เวลา 03.04 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2568 เวลา 09.43 น.

คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ. 2421 จุดกำเนิด “สยามดิสเพนซารี่” (Siam Dispensary) ร้านขายยาตำรับตะวันตกแห่งแรกในประเทศไทย ก่อตั้งโดย เภสัชกรชาวเยอรมัน แบร์นฮาร์ด กริม ร่วมกับหุ้นส่วนชาวออสเตรีย แอร์วิน มุลเลอร์ ด้วยคุณภาพและประสิทธิภาพของยา ทำให้เป็นที่รู้จัก กระทั่งได้รับพระบรมราชานุญาตแต่งตั้งให้เป็น “ร้านยาหลวง” ในสมัยรัชกาลที่ 5

นั่นคือ จุดเริ่มต้นของธุรกิจ บี.กริม ในประเทศไทย ผ่านมากว่า 147 ปี มีการต่อยอดและขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจพลังงาน ภายใต้ชื่อ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM นับเป็นบริษัทพลังงานชั้นนำ ด้วยขนาดสินทรัพย์ 1.8 แสนล้านบาท ลงทุนทั้งในประเทศไทย และในอีก 15 ประเทศทั่วโลก

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บี.กริม เพาเวอร์ และคณะผู้บริหาร เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ และทิศทางการเติบโตในอนาคต ผ่านแนวทางการบริหารงานที่ยึดมั่นในปรัชญา “โอบอ้อมอารี” และมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าแก่ประเทศไทย

ส่งไม้ต่อ 3 ผู้บริหาร

ดร.ฮาราลด์เล่าว่า บี.กริม เริ่มต้นจากธุรกิจร้านปรุงยาที่เก่าแก่ที่สุดของไทย ก่อนขยายไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าพลังงาน สาธารณูปโภค การนำเข้าก๊าซธรรมชาติ (LNG) และการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมด้วยระบบสายส่งไฟฟ้าที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดในประเทศ นอกจากนี้ บี.กริม ยังเป็นบริษัทไทยแห่งแรกที่สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเล ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดของประเทศ เราจึงมั่นใจว่า บี.กริม ครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรม และเป็นองค์กรแห่งความรู้ที่ไม่พึ่งพามุมมองของผู้อื่น

ช่วง 5 ปีที่ผ่านมาได้กลับมารับตำแหน่งประธานบริหารรอบที่สอง ซึ่งปัจจุบันเรามีทีมผู้บริหารที่แข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยในช่วงปลายปีที่ผ่านมาได้แต่งตั้ง Group President 3 ท่าน ได้แก่ 1) นายพีรเดช พัฒนจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน 2) นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทยและโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม

3) นางสาวศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร งานการเงินและบัญชี เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเร็ว ๆ นี้มีความตั้งใจจะถอนตัวจากตำแหน่ง เพราะมั่นใจว่าผู้บริหารทั้ง 3 ท่านมีความเชี่ยวชาญและศักยภาพเพียงพอที่จะนำองค์กรต่อไป

“เรามองทุกช่วงเวลาทำธุรกิจเป็น S-curve ของ บี.กริม เน้นวิเคราะห์กลยุทธ์ตามหลักธุรกิจ ไม่เน้นคำนิยม เพราะสิ่งที่ได้รับความนิยมวันนี้ อาจไม่เป็นที่นิยมในวันพรุ่งนี้ สิ่งสำคัญคือ การลงมือทำทันที” ดร.ฮาราลด์กล่าว

ดาต้าเซ็นเตอร์พร้อมลุยปี’69

นายวุฒิพงษ์ ประวิตรวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจศูนย์ข้อมูล ธุรกิจในประเทศไทย และธุรกิจโซลูชั่นด้านพลังงานและอุตสาหกรรม บี.กริม เพาเวอร์ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทกำลังพัฒนาโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ร่วมกับ Digital Edge ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดาต้าเซ็นเตอร์ชั้นนำจากสิงคโปร์ โครงการอยู่ในขั้นตอนการวางแผน ออกแบบ ตั้งอยู่บริเวณนิคมอุตสาหกรรมอมตะ จังหวัดชลบุรี ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้าต่างประเทศ เช่น จีนและสหรัฐอเมริกา คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2569

ภาพรวมดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยม โดยมีการยื่นขอสนับสนุนจากบีโอไอถึง 37 โครงการ รวมเป็นเม็ดเงินลงทุนกว่า 3-5 แสนล้านบาท เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนดี ระดับ 2 หลัก แต่ขึ้นอยู่กับว่า แต่ละโครงการจะสามารถดำเนินการได้เมื่อไหร่ โดยโมเดลธุรกิจของดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นแบบลงทุนล่วงหน้า แบ่งเป็นการลงทุนในส่วนของเจ้าของโครงการ 20% ส่วนอีก 80% ที่เหลือจะเกิดขึ้น โดยลูกค้าที่เข้ามาใช้พื้นที่ จะมีการออกแบบ ติดตั้งอุปกรณ์ ส่วนประกอบอื่น ๆ ตามความต้องการ

อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าความเสถียรของไฟฟ้าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ สำหรับระบบสายส่งแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้าและผู้ใช้ไฟฟ้า (Direct PPA) หรือระบบสายส่งที่เปิดให้ผู้ผลิตไฟฟ้ารายอื่นเข้ามาใช้สายส่งของรัฐ หรือเอกชน (Third-Party Access : TPA) สามารถสร้างโรงไฟฟ้าได้ทุกแห่ง แต่ต้องมีสายส่งรองรับ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาไฟฟ้าจาก กฟภ. วิธีนี้ถือว่าตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่ขึ้นอยู่กับนโยบายภาครัฐ หากสามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้รวดเร็ว จะส่งผลดีต่อประเทศอย่างมาก

“เราเป็นบริษัทเดียวที่สามารถทำได้ทั้งหมดครบถ้วน ทั้งธุรกิจไฟฟ้า การบริหาร สาธารณูปโภค ระบบประปา ระบบเครื่องปรับอากาศเราก็ทำ ดังนั้น ในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ เราจะเป็นบริษัทที่ทำได้ครบวงจร” ดร.ฮาราลด์กล่าวเสริม

เตรียม 5-6 หมื่นล้านลงทุน 5 ปี

นางสาวศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร งานการเงินและบัญชี บี.กริม เพาเวอร์ กล่าวว่า สำหรับการลงทุนของบริษัท โดยปกติจะมีพันธมิตรร่วมลงทุนในทุกโครงการ โดยแผนการลงทุนในช่วง 5 ปี (2025-2030) ของบริษัท มีการกำหนดเงินลงทุนรวมทั้งหมดของบริษัทและพาร์ตเนอร์ประมาณ 400,000 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนของบริษัทประมาณ 50,000-60,000 ล้านบาท โดยจะมาจากกระแสเงินสด (Cash Flow) ประมาณ 2 ใน 3 ส่วนที่เหลืออาจพิจารณาออก Alternative Financing หรือหุ้นกู้เพิ่มเติม

นอกจากนี้ ในปีนี้ บี.กริม มีแผนนำเข้า LNG จากฝั่งตะวันออกกลาง เพิ่มอีก 4 คาร์โก้ ผ่านผู้จำหน่ายหลัก (Supplier) เพื่อนำไปจัดจำหน่ายให้กับโรงไฟฟ้าภายในกลุ่ม บี.กริม จำนวน 10 แห่ง ซึ่งทำให้ต้นทุนถูกลง โดยในช่วงสิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา บริษัทได้นำเข้า LNG ประมาณ 2-3 คาร์โก้ เพื่อจัดจำหน่ายให้กับโรงไฟฟ้าภายในกลุ่มไปแล้ว

“ในปีนี้ บริษัทได้ลงทุนอย่างเพียงพอแล้ว และอาจมีการปรับลดขนาดธุรกิจในต่างประเทศในบางภูมิภาค” ดร.ฮาราลด์กล่าว

SMR-ไฮโดรเจนต้องศึกษาให้ครบ

ดร.ฮาราลด์กล่าวต่อไปว่า เราตั้งเป้ากำลังผลิตไฟฟ้าแตะ 10,000 เมกะวัตต์ในปี 2573 โดยบริษัทไม่ได้จำกัดการขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) เพียงในประเทศไทย แต่ได้ขยายธุรกิจไปยังหลายประเทศ เช่น เวียดนาม ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Dau Tieng Tay Ninh Energy Joint Stock Company กำลังการผลิต 240 เมกะวัตต์, โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Phu Yen TTP Joint Stock Company กำลังการผลิต 257 เมกะวัตต์ และบริษัท อมตะ เพาเวอร์ (เบียนหัว) จำกัด,

ที่เกาหลีใต้ มีโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Nakwol Blueheart Co., Ltd. กำลังการผลิต 365 เมกะวัตต์ โครงการอยู่ในระหว่างการพัฒนา, ที่ญี่ปุ่น ส่วนใหญ่เป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์, ฟิลิปปินส์ เป็นโครงการโซลาร์ฟาร์ม กำลังการผลิต 65 เมกะวัตต์ คาดว่าจะ COD ไตรมาส 4 ปี 2569, ส่วนกัมพูชา เป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ภายใต้บริษัท เรย์ เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด กำลังผลิต 39 เมกะวัตต์, ลาว ส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ส่วนสหรัฐ เรามีโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Malacha กำลังการผลิตไฟฟ้า 30 เมกะวัตต์ ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) บริษัทได้ศึกษาและประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง มองว่าปัจจุบันไทยยังไม่พร้อม และยังมีข้อกังวลด้านความปลอดภัย ซึ่งประเด็นสำคัญคือขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล รับฟังความคิดเห็นของประชาชน หากประชาชนเห็นชอบ เราก็สนใจ แต่จะคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ส่วนเทคโนโลยีไฮโดรเจน เราก็มีการศึกษาอย่างละเอียด แม้ปัจจุบันต้นทุนยังสูง ดังนั้นจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลอย่างครบถ้วน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อาณาจักร ‘บี.กริม เพาเวอร์’ เราเป็นบริษัทที่ทำดาต้าเซ็นเตอร์ครบวงจร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...