โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

‘กรกต อารมย์ดี’ นักแบ่งปัน แชมป์จักสานไทยสู่เวทีโลก Win Win War Season 7

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ต.ค. 2568 เวลา 07.12 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2568 เวลา 07.12 น.

จากลูกชาวประมงสู่แชมป์ “นักธุรกิจแบ่งปัน” ผู้ปลุกภูมิปัญญาจักสานไทย สร้างรายได้ให้ช่างพื้นบ้าน 400 คน ด้วยงานคราฟต์

“ถ้าเป็นเรื่องธุรกิจของผมเอง อาจไม่โตร่ำรวย แต่จะโตตรงพื้นราบด้วยการสร้างรายได้ให้คนระดับรากหญ้าทั่วประเทศ ผ่านการสร้างสรรค์งานหัตถกรรม เมื่อรายได้มากขึ้น ลูกหลานก็จะได้เรียนสูง ๆ เพื่อหนีจากความยากจน”

นี่คือคำตอบจากทีมกรกต อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ทำให้คว้าแชมป์ Win Win War Season 7 ในงาน Sustainability Expo 2025

“กรกต” เกิดที่ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ตั้งแต่เด็กเขาคิดจะมีอาชีพด้านศิลปะ หลังจบปริญญาตรีด้านจิตรกรรมที่มหาวิทยาลัยบูรพา ก็เรียนต่อปริญญาโทด้านมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เพราะสนใจวิชาศิลปะพื้นบ้าน (Folk Arts)

เขาเล่าว่า ตอนทำวิทยานิพนธ์ก็คิดไม่ออกจะทำชิ้นงานอะไร แต่พอนึกถึงก๋ง ทำให้ได้ไอเดีย ออกแบบไม้ไผ่โดยนำเทคนิคการทำว่าวของก๋งมาขึ้นโครงสร้าง การผูก การมัด เชื่อมจุดระหว่างเส้นตั้งเส้นนอน ได้เป็นชิ้นงานสมัยใหม่ไม่เหมือนใคร

หลังจากนั้นก็ออกแบบผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ขาย และเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ชื่อเสียงมาพร้อมกับผลงานที่เข้าประกวดและสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศได้ในระดับประเทศและอาเซียน

แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้น เมื่อผลงานเขาได้รับคัดเลือกจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ไปแสดงในงาน B2B เทรดโชว์สินค้าไลฟ์สไตล์และของตกแต่งบ้านระดับโลก Maison & Objet ที่ประเทศฝรั่งเศส จนได้รับออร์เดอร์ถล่มทลาย

กรกตย้ำกับตัวเอง “เราทำคนเดียวไม่ได้ ต้องแชร์ให้คนในชุมชนด้วย” เพราะคนบ้านแหลมมีทักษะในการทำประมงและเครื่องมือที่ถ่ายทอดกันมาช้านาน ถ้าได้ปรับการทำเครื่องจักสานให้มีความร่วมสมัย ตลาดใหม่ ๆ น่าจะตามมา

เพราะก๋งสอนว่า “การช่วยชุมชนที่เราอยู่ มันมีความหมาย การทำให้คนมีงานทำ ไม่ต้องอพยพไปไหน ความอบอุ่นของครอบครัวจะเต็มอิ่ม”

ตลอด 2 ทศวรรษ แชมป์คนนี้ไม่เคยทิ้งความฝันที่จะผลักดันเศรษฐกิจชุมชนผ่านงานหัตถกรรมร่วมสมัยอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายขยายเครือข่ายช่างหัตถกรรมชุมชนทั่วประเทศ

จากช่าง 400 คนใน 15 จังหวัด ชุมชนเริ่มเชี่ยวชาญออกแบบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เพิ่มมูลค่าได้ แต่ละพื้นที่มีพืชอยู่หลังบ้าน ทั้งไม้ไผ่ หญ้าสามเหลี่ยม ไผ่ข้าวหลามกาบแดง กระจูด คล้า และย่านลิเภา

โดยมีช่างพื้นถิ่น มีวิชาหรือทักษะที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ สามารถนำพืชที่อยู่รอบตัวมาใช้ทำเป็นผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน โดยผู้รู้นำเทคนิคและกระบวนการทำมาผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น แล้วปรับสัดส่วน รูปทรง ดีไซน์ สีสัน ให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ทันสมัย ตลาดต่างประเทศน่าจะชอบ

สิ่งสำคัญคือการสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันบทบาทในการยกระดับเครื่องจักสานของชุมชน นอกจากจะใช้ Korakot Bamboo Handicraft ที่บ้านแหลมเป็นแหล่งเรียนรู้แล้ว กรกตยังเป็นอาจารย์สอนด้านการจัดการศิลปะและออกแบบ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีด้วย

ในปี 2569 Korakot Project ที่บ้านแหลมจะเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม ในรูปแบบพื้นที่แหล่งเรียนรู้ เวิร์กช็อปหัตถกรรมสำหรับนักศึกษา ผู้ประกอบการ OTOP หรือผู้ที่สนใจ

“กรกต” อยากสร้างการรับรู้ ว่าศิลปะมีบทบาทในการสร้างเมือง โดยใช้แนวความคิดริเริ่ม สร้างมิติให้เกิดประสบการณ์ใหม่ ๆ มีวินัยในการทำงาน สร้างระบบการบริหารจัดการ เน้นความเป็นมืออาชีพ และให้ความสำคัญกับเวลาในการเรียนรู้ เพื่อให้เข้าใจกระบวนการการสร้างสรรค์ไอเดีย ซึ่งจะช่วยบ่มเพาะนักออกแบบรุ่นใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น

ปัจจุบันงานคราฟต์ของกรกตจากฝีมือช่างพื้นถิ่นได้รับความสนใจจากต่างประเทศมาก โดยโชว์ผลงานในคาเฟ่ดิออร์ Dior Gold House และโรงแรมหรูทั่วโลก ปีหน้าจะเดินสายปล่อยของที่ดิออร์ ลังกาวี และดิออร์ มิลาน

C asean เป็นแพลตฟอร์มเพื่อสังคม มี บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ สนับสนุนและริเริ่ม Win Win WAR Thailand เมื่อปี 2560 เป็นรายการเรียลิตี้โชว์ที่มุ่งค้นหาสุดยอดนักธุรกิจแบ่งปัน ที่พร้อมจะคืนประโยชน์ให้กับสังคม พร้อมกับความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม และสร้างความสุขให้กับสังคมได้อย่างยั่งยืน

กรกต อารมย์ดี จึงเป็นนักแบ่งปันที่ได้รับคัดเลือกและได้รางวัลเงินสดสูงถึง 2 ล้านบาท พร้อมโอกาสในการนำเสนอแนวคิดธุรกิจให้กับผู้สนใจร่วมลงทุนอื่น ๆ ภายใต้การดูแลจากคณะกรรมการ โค้ช และองค์กรชั้นนำของประเทศไทย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘กรกต อารมย์ดี’ นักแบ่งปัน แชมป์จักสานไทยสู่เวทีโลก Win Win War Season 7

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...