‘กรกต อารมย์ดี’ นักแบ่งปัน แชมป์จักสานไทยสู่เวทีโลก Win Win War Season 7
จากลูกชาวประมงสู่แชมป์ “นักธุรกิจแบ่งปัน” ผู้ปลุกภูมิปัญญาจักสานไทย สร้างรายได้ให้ช่างพื้นบ้าน 400 คน ด้วยงานคราฟต์
“ถ้าเป็นเรื่องธุรกิจของผมเอง อาจไม่โตร่ำรวย แต่จะโตตรงพื้นราบด้วยการสร้างรายได้ให้คนระดับรากหญ้าทั่วประเทศ ผ่านการสร้างสรรค์งานหัตถกรรม เมื่อรายได้มากขึ้น ลูกหลานก็จะได้เรียนสูง ๆ เพื่อหนีจากความยากจน”
นี่คือคำตอบจากทีมกรกต อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ทำให้คว้าแชมป์ Win Win War Season 7 ในงาน Sustainability Expo 2025
“กรกต” เกิดที่ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ตั้งแต่เด็กเขาคิดจะมีอาชีพด้านศิลปะ หลังจบปริญญาตรีด้านจิตรกรรมที่มหาวิทยาลัยบูรพา ก็เรียนต่อปริญญาโทด้านมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เพราะสนใจวิชาศิลปะพื้นบ้าน (Folk Arts)
เขาเล่าว่า ตอนทำวิทยานิพนธ์ก็คิดไม่ออกจะทำชิ้นงานอะไร แต่พอนึกถึงก๋ง ทำให้ได้ไอเดีย ออกแบบไม้ไผ่โดยนำเทคนิคการทำว่าวของก๋งมาขึ้นโครงสร้าง การผูก การมัด เชื่อมจุดระหว่างเส้นตั้งเส้นนอน ได้เป็นชิ้นงานสมัยใหม่ไม่เหมือนใคร
หลังจากนั้นก็ออกแบบผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ขาย และเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ชื่อเสียงมาพร้อมกับผลงานที่เข้าประกวดและสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศได้ในระดับประเทศและอาเซียน
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้น เมื่อผลงานเขาได้รับคัดเลือกจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ไปแสดงในงาน B2B เทรดโชว์สินค้าไลฟ์สไตล์และของตกแต่งบ้านระดับโลก Maison & Objet ที่ประเทศฝรั่งเศส จนได้รับออร์เดอร์ถล่มทลาย
กรกตย้ำกับตัวเอง “เราทำคนเดียวไม่ได้ ต้องแชร์ให้คนในชุมชนด้วย” เพราะคนบ้านแหลมมีทักษะในการทำประมงและเครื่องมือที่ถ่ายทอดกันมาช้านาน ถ้าได้ปรับการทำเครื่องจักสานให้มีความร่วมสมัย ตลาดใหม่ ๆ น่าจะตามมา
เพราะก๋งสอนว่า “การช่วยชุมชนที่เราอยู่ มันมีความหมาย การทำให้คนมีงานทำ ไม่ต้องอพยพไปไหน ความอบอุ่นของครอบครัวจะเต็มอิ่ม”
ตลอด 2 ทศวรรษ แชมป์คนนี้ไม่เคยทิ้งความฝันที่จะผลักดันเศรษฐกิจชุมชนผ่านงานหัตถกรรมร่วมสมัยอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายขยายเครือข่ายช่างหัตถกรรมชุมชนทั่วประเทศ
จากช่าง 400 คนใน 15 จังหวัด ชุมชนเริ่มเชี่ยวชาญออกแบบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เพิ่มมูลค่าได้ แต่ละพื้นที่มีพืชอยู่หลังบ้าน ทั้งไม้ไผ่ หญ้าสามเหลี่ยม ไผ่ข้าวหลามกาบแดง กระจูด คล้า และย่านลิเภา
โดยมีช่างพื้นถิ่น มีวิชาหรือทักษะที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ สามารถนำพืชที่อยู่รอบตัวมาใช้ทำเป็นผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน โดยผู้รู้นำเทคนิคและกระบวนการทำมาผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น แล้วปรับสัดส่วน รูปทรง ดีไซน์ สีสัน ให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ทันสมัย ตลาดต่างประเทศน่าจะชอบ
สิ่งสำคัญคือการสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันบทบาทในการยกระดับเครื่องจักสานของชุมชน นอกจากจะใช้ Korakot Bamboo Handicraft ที่บ้านแหลมเป็นแหล่งเรียนรู้แล้ว กรกตยังเป็นอาจารย์สอนด้านการจัดการศิลปะและออกแบบ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีด้วย
ในปี 2569 Korakot Project ที่บ้านแหลมจะเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม ในรูปแบบพื้นที่แหล่งเรียนรู้ เวิร์กช็อปหัตถกรรมสำหรับนักศึกษา ผู้ประกอบการ OTOP หรือผู้ที่สนใจ
“กรกต” อยากสร้างการรับรู้ ว่าศิลปะมีบทบาทในการสร้างเมือง โดยใช้แนวความคิดริเริ่ม สร้างมิติให้เกิดประสบการณ์ใหม่ ๆ มีวินัยในการทำงาน สร้างระบบการบริหารจัดการ เน้นความเป็นมืออาชีพ และให้ความสำคัญกับเวลาในการเรียนรู้ เพื่อให้เข้าใจกระบวนการการสร้างสรรค์ไอเดีย ซึ่งจะช่วยบ่มเพาะนักออกแบบรุ่นใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น
ปัจจุบันงานคราฟต์ของกรกตจากฝีมือช่างพื้นถิ่นได้รับความสนใจจากต่างประเทศมาก โดยโชว์ผลงานในคาเฟ่ดิออร์ Dior Gold House และโรงแรมหรูทั่วโลก ปีหน้าจะเดินสายปล่อยของที่ดิออร์ ลังกาวี และดิออร์ มิลาน
C asean เป็นแพลตฟอร์มเพื่อสังคม มี บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ สนับสนุนและริเริ่ม Win Win WAR Thailand เมื่อปี 2560 เป็นรายการเรียลิตี้โชว์ที่มุ่งค้นหาสุดยอดนักธุรกิจแบ่งปัน ที่พร้อมจะคืนประโยชน์ให้กับสังคม พร้อมกับความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม และสร้างความสุขให้กับสังคมได้อย่างยั่งยืน
กรกต อารมย์ดี จึงเป็นนักแบ่งปันที่ได้รับคัดเลือกและได้รางวัลเงินสดสูงถึง 2 ล้านบาท พร้อมโอกาสในการนำเสนอแนวคิดธุรกิจให้กับผู้สนใจร่วมลงทุนอื่น ๆ ภายใต้การดูแลจากคณะกรรมการ โค้ช และองค์กรชั้นนำของประเทศไทย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘กรกต อารมย์ดี’ นักแบ่งปัน แชมป์จักสานไทยสู่เวทีโลก Win Win War Season 7
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net