บ้านเปรยจันทร์ ฝั่งกัมพูชา ตรงข้ามหนองหญ้าแก้ว เขมรรวมตัว 150-200 คน ปลุกระดมบิดเบือน เรียกร้องให้ปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย กลับประเทศ
สระแก้ว – กองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ประจำวันที่ 11 ต.ค.68 ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว พบพื้นที่บ้านเปรยจันทร์ ฝั่งกัมพูชา ตรงข้ามหนองหญ้าแก้ว เขมรรวมตัวกัน 150-200 คน มีการปลุกระดมบิดเบือน เรียกร้องให้ปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นายกลับประเทศ ขณะที่ฝั่งไทยจัดชุดตรวจค้นวัตถุระเบิด 7 ชุด พร้อมอุปกรณ์ตรวจค้นเเละ รถถากถางหุ้มเกราะ D5 ดำเนินการตรวจสอบค้นหาวัตถุระเบิดต่อเนื่อง เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 11 ต.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ประจำวันที่ 11 ต.ค.68 ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว ดังนี้ โดยพบว่า พื้นที่บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ฝ่ายไทย มีมวลชนเข้าพื้นที่ พ่อค้าแม่ค้ารวมทั้งนักข่าว ประมาณ 200 คน โดยพบว่า ในห้วงเวลา 10.00 น. นายวีระ สมความคิด ร่วมแสดงกิจกรรมแสดงออกถึงความรักชาติหวงแหนอธิปไตยไทยร่วมกับประชาชน ได้ชี้แจงถึงจุดยืนที่จะเข้าไปผลักดันชาวกัมพูชาให้ออกในพื้นที่ โดยจะให้เวลาเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้
ขณะที่ มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ ได้นำตู้คอนเทนเนอร์มาให้เจ้าหน้าที่เพิ่มเติม เพื่อให้ กกล.บูรพา นำไปใช้ประโยชน์ทางยุทธการ สำหรับพื้นที่ฝั่งตรงข้าม บ้านโจกเจย อ.โอโจโรว จ.บันเตียนเมียนเจย ฝ่ายกัมพูชา พบความเคลื่อนไหวประชาชน, สื่อมวลชน, ทหาร และตำรวจ ฝ่ายกัมพูชา คอยติดตามความเคลื่อนไหวและการปฎิบัติของฝ่ายไทย ประมาณ 30-40 คน สถานการณ์ทั่วไปเป็นปกติ การปฏิบัติการที่สำคัญกองกำลังบูรพา โดย ฉก.อรัญประเทศ ,ฉก.ตาพระยา, ตำรวจตระเวนชายแดน, ทหารพราน, และชุดควบคุมฝูง ยังคงตรึงกำลังเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการจากเบาไปหาหนัก
ส่วนพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ฝ่ายไทย มีมวลชนจำนวนหนึ่งในพื้นที่ ยังไม่มีความเคลื่อนไหวที่สำคัญ โดยพบว่า ในพื้นที่ฝั่งตรงข้าม บ้านเปรยจันทร์ อ.โอโจโรว จ.บันเตียนเมียนเจย ฝ่ายกัมพูชา พบความเคลื่อนไหวของประชาชน และมวลชน รวมทั้งผู้สื่อข่าวกัมพูชา จำนวนประมาณ 150-200 คน บริเวณรั้วลวดหนาม และกระจายรอบหมู่บ้านเปรยจัน โดยมี ทหาร,ตำรวจ และส่วนราชการ คอยอำนวยความสะดวก
ทั้งนี้ ยังพบว่า ฝั่งกัมพูชาเชิญชวนนักข่าวในประเทศ และต่างประเทศ เข้าร่วมกิจกรรมปลุกระดมบิดเบือน ตลอดจนเรียกร้องให้ปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย กลับประเทศ สถานการณ์ทั่วไปเป็นปกติ ปฏิบัติการที่สำคัญ หน่วยได้จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์ โดยจัดควบคุมและรักษาความปลอดภัยพื้นที่ และจัดชุดตรวจค้นวัตถุระเบิด 7 ชุด พร้อมอุปกรณ์ตรวจค้นเเละ รถถากถางหุ้มเกราะ D5 ดำเนินการตรวจสอบค้นหาวัตถุระเบิด ที่คาดว่า ตกค้างในพื้นที่ปฏิบัติการฝ่ายไทย บริเวณบ้านหนองหญ้าแก้วเพิ่มเติม ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด คาดว่า จะใช้เวลา 3-4 วัน เพื่อดำเนินการให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยทั้งหมด
นอกจากนี้ ทางกองกำลังบูรพา โดยทหารชุดเฉพาะกิจ ฉก.อรัญประเทศ ,ฉก.ตาพระยา, ตำรวจตระเวนชายแดน, ทหารพราน, และชุดควบคุมฝูง ยังคงตรึงกำลัง เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการจากเบาไปหาหนัก
อย่างไรก็ตาม กองทัพภาคที่ 1 ขอยืนยันจะดำเนินการเด็ดขาดกับพื้นที่ที่มีการรุกล้ำอธิปไตยของไทย ในห้วงเวลาที่ได้เปรียบโดยคำนึงถึงผลสำเร็จทางยุทธวิธีและความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ ยืนหยัดทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถด้วยความชอบธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1/ผบ.ศปก.ทภ.1 มีความห่วงใยกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนในพื้นที่ จ.สระแก้ว ได้สั่งการให้หน่วยดำเนินการสำรวจและช่วยเหลือครอบครัวกำลังพลที่ได้รับผลกระทบ อาทิ มีบุพการีที่เจ็บป่วยไม่มีผู้ดูแล, ครอบครัวอยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย หรือภัยพิบัติอื่น ๆ เป็นต้น เพื่อลดความกังวลใจของกำลังพลในทุกมิติ ให้มีพร้อมปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ
————————– ข่าวโดย/ธนภัท กิจจาโกศล ,เด่นชัย วิสุทธิ์วุฒิพงษ์ ทีมข่าวสระแก้ว ภาพ/กกล.บูรพา