โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

จับกุมแก็งค์ call center ชาวจีนกับพวก ร่วมกันฟอกเงิน ยึดทองคำแท่ง มูลค่ากว่า 2.7 ล้านบาท

สวพ.FM91

อัพเดต 11 ต.ค. 2568 เวลา 16.18 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2568 เวลา 16.06 น.

จับกุมแก็งค์ call center ชาวจีนกับพวก ร่วมกันฟอกเงิน ยึดทองคำแท่ง หนัก 47.5 บาท มูลค่า 2,700,000 บาท พร้อมของกลางหลายรายการ

ตามนโยบาย พล.ต.อ.กิตติรัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. , พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จตช. , พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. ให้ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุหลอกลวงในรูปแบบแก๊งค์คอลเซนเตอร์ และขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. , พล.ต.ต.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ผบก.น.4 , พ.ต.อ.ฤทธิ์ ปานดำ รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.ต.อิสเรศ ปาลาพงศ์รอง ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.นิภพล สุขนิยม รอง ผบก.น.4
กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้รับการประสานงานจากWARROOM สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่ามีการโอนเงินสั่งซื้อทองคำโดยผิดปกติ แล้วจะเดินทางมารับทองคำที่ห้างทองแห่งหนึ่งในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดนครบาล จึงร่วมวางแผนเพื่อสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มผู้ร่วมกระทำความผิด โดยวางกำลังรอและเฝ้าสังเกตุกลุ่มผู้ต้องหาที่จะเดินทางมารับทองคำที่ได้ซื้อไว้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมซึ่งประจำอยู่บริเวณห้างทอง ณ ห้างซีคอนสแควร์ ได้สังเกตุเห็นกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ซึ่งมีชายชาวจีนมีพฤติการณ์คล้ายการสั่งการ จึงเฝ้าสังเกตพฤติกรรมและพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องตามที่ warroom สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แจ้งให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลทราบเมื่อกลุ่มผู้ต้องหาได้เข้าทำธุรกรรมภายในห้างทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้เดินทางไปแสดงตนขอตรวจสอบ เมื่อไปถึงปรากฏว่าพบ

1. นายสัน (นามสมมุติ) อายุ 53 ปี ทำหน้าที่เป็นบัญชีม้ารับเงิน
2. นางสาวชัน (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี ทำหน้าที่เป็นคนควบคุมม้าซื้อทอง (สามารถสื่อสารภาษาจีนได้)
3.นางสาววัน (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี ทำหน้าที่เป็นคนควบคุมม้าซื้อทองอยู่ภายในร้านทอง ซึ่งทั้งสามคนกำลังทำธุรกรรมภายในห้างทองดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ และสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมที่ทั้งสามกำลังดำเนินการจากการสอบถาม นายสัน (นามสมมุติ) ให้การว่า ได้รับการชักชวนจากเพื่อนให้มาทำธุรกรรมซื้อทอง โดยจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินในการซื้อทองคำจำนวน 3,000 บาทนางสาวชัน (นามสมมุติ) และ นางสาววัน (นามสมมุติ) ให้การรับว่าตน มีหน้าที่หาบัญชีม้ารับเงิน และเป็นผู้ควบคุมบัญชีม้ามาทำธุระกรรมถอนเงิน หรือ นำเงินที่ได้จากการหลอกลวงไปแปรสภาพด้วยการซื้อทอง และนำเงินหรือทองไปส่งให้กับกลุ่มคนร้ายต่อไป

โดยนางสาววัน (นามสมมุติ) ให้การว่า ตนมีหน้าที่ในการเป็นธุระ จัดหา รวบรวมบัญชีม้าพร้อมตัวบุคคลเจ้าของบัญชีใน ฝั่งประเทศไทย จากนั้นจึงส่งตัวเจ้าของบัญชีพร้อมบัญชีม้าข้ามแดนไปยังฝั่งประเทศกัมพูชาผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยทาง หัวหน้าจะเป็นผู้ควบคุม จัดสรรบุคลากร ในการพาบัญชีม้าข้ามแดนต่อไป ในส่วนของ นางสาวชัน (นามสมมุติ) ให้การรับว่าตน มีหน้าที่หลักคือการดูแลบุคคลาการในฝั่งประเทศกัมพูชา โดยตนเป็นลูกน้องของ นางสาววัน (นามสมมุติ) ได้รับส่วนแบ่งผลตอบแทนจาก นางสาววัน (นามสมมุติ) และในปัจจุบันตนได้เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อร่วมขบวนการกับ นางสาววัน (นามสมมุติ) ในการจัดหาบัญชีม้า

จากนั้น นางสาวชัน (นามสมมุติ) และนางสาววัน (นามสมมุติ) ได้สมัครใจพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปพบกับ ชายสัญชาติจีน ซึ่งนั่งรอรับทองอยู่ที่ ร้านกาแฟ ห้างแห่งหนึ่งย่านศรีนครินร์ ชั้น 2 โดย ชายชาวจีนดังกล่าว ทำหน้าที่เป็นคนคอยเฝ้าสังเกตการณ์เพื่อป้องกันไม่ให้ ทั้งสามคนนำเงิน หรือทองที่ได้จากการกระทำผิดหลบหนีไปเป็นของตนเอง
จากนั้น เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้เชิญตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน มายังสถานีตำรวจนครบาลประเวศ โดยพนักงานสอบสวนได้กล่าวหาว่า "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่ง ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน"

จากการตรวจสอบในระบบรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (TPO) ยังพบเรื่องรับแจ้งในระบบ (Case ID) ซึ่งเกี่ยวข้องกับคนร้ายกลุ่มดังกล่าว จำนวน 95 เรื่อง มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท และพบเหตุที่เกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 19 เรื่อง มูลค่าความเสียหายกว่าล้านบาท และยังคงอยู่ระหว่างการขยายผลซึ่งเชื่อว่าจะพบเรื่องรับแจ้งในระบบ (Case ID) เพิ่มเติมอีกมาก

อนึ่ง ในคดีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดทองคำแท่ง จำนวน 47.5 บาท มูลค่า 2.7 ล้านบาท พร้อมด้วยรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ และ รถยนต์ HYUNDAI รุ่น H-1 จำนวน 2 คัน และของกลางรายการอื่นๆ อีกหลายรายการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...