โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองทัพภาคที่ 2 วางกำลังเฝ้าระวัง หลังพบความเคลื่อนไหวของกัมพูชา

The Bangkok Insight

อัพเดต 04 ก.ย 2568 เวลา 08.46 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2568 เวลา 08.46 น. • The Bangkok Insight

กองทัพภาคที่ 2 วางกำลังเฝ้าระวัง หลังพบความเคลื่อนไหวของกัมพูชา เผยโดรนยังป่วนชายแดน 7 ลำ พร้อมเปิดให้ ICRC เยี่ยมเชลยศึกตามขั้นตอน

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 4 กันยายน 2568 (ณ เวลา 14.00 น.)

กองทัพภาคที่ 2

สถานการณ์โดยรวม

ตรวจพบความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชา ตรวจพบโดรน 7 ลำในฝั่งกัมพูชา ปัจจุบันกองกำลังทั้ง 2 ฝ่าย ยังคงวางกำลังตามแนวที่มั่นของตนเอง ฝ่ายไทยจัดกำลังพลประจำจุดเฝ้าตรวจตามเหตุการณ์ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม และเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตอบโต้ตามสถานการณ์

การดูแลผู้อพยพ

สนับสนุนส่วนราชการทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน อำนวยความสะดวกประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงภัย ไปยังพื้นที่รวบรวมพลเรือน ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ 4 ศูนย์ ปัจจุบันมียอดรวม 417 คน เนื่องจากมีความวิตกกังวล และยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ในพื้นที่ ทั้งนี้ทางฝ่ายปกครองได้จัดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เข้าดูแลพื้นที่ บ้านเรือนของพี่น้องประชาชนที่อพยพอย่างต่อเนื่อง

คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เข้าเยี่ยมเชลยศึกกัมพูชา ตามขั้นตอนสากล ยืนยัน ยึดหลักมนุษย์ธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

เปิดให้ ICRC เข้าเยี่ยมเชลยศึกตามขั้นตอนปกติ

กองทัพบกร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ อำนวยความสะดวกคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (lnternational Committee of the Red Cross: ICRC) ประจำกรุงเทพฯ เข้าเยี่ยมเชลยศึกกัมพูชา จำนวน 18 นาย ณ สถานที่ควบคุมตัวในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 โดย ICRC ถือเป็นหน่วยงานด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศที่ดูแลเรื่องเกี่ยวกับเชลยศึกโดยตรง ปฏิบัติงานตามหลักสากลด้วยความมีมาตรฐาน เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ

การเข้าเยี่ยมในครั้งนี้เป็นไปตามขั้นตอนปกติของหน่วยงาน ICRC มีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบสภาพความเป็นอยู่ของเชลยศึก และเป็นช่องทางในการติดต่อกับครอบครัว อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความเคารพและยึดมั่นของประเทศไทย ในการปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพันธกรณีตามอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 ที่ประเทศไทยเป็นภาคี

ตลอดจนเน้นย้ำถึงความโปร่งใสในการดำเนินงาน การดูแลเชลยศึกด้วยศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ ตามมาตรฐานและแนวปฏิบัติสากลที่เกี่ยวข้อง

ในโอกาสนี้ กองทัพบกได้เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ ICRC เข้าพบและพูดคุยกับเชลยศึกอย่างอิสระโดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา พร้อมทั้งจัดให้มีการตรวจสุขภาพ และได้บรรยายสรุปให้แก่คณะ ICRC เกี่ยวกับลำดับเหตุการณ์ที่นำไปสู่การควบคุมตัว กำลังพลฝ่ายกัมพูชาในฐานะเชลยศึก ตลอดจนมาตรการด้านการดูแลการรักษาพยาบาล

สำหรับเชลยศึกกัมพูชาทั้ง 18 นาย กองทัพบกยืนยันว่าทุกนายมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ โดยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ทั้งในด้านอาหารครบ 3 มื้อ สถานที่พักที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ ตลอดจนการดูแลจากแพทย์ประจำพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้กองทัพบกได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ ICRC อย่างเคร่งครัดโดยที่ไม่อนุญาตให้ทางคณะผู้แทนของฝ่ายไทยและสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์ ในระหว่างพบปะพูดคุยกับเชลยศึก อันแสดงถึงความโปร่งใสและความร่วมมือระหว่างฝ่ายไทยกับองค์กรมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างชัดเจน

กองทัพภาคที่ 2

การดำเนินงานด้านจิตอาสา

ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.25, กกร.มทบ.25 พร้อมด้วยจิตอาสา 904, จิตอาสาพระราชทาน พบปะพูดคุยให้กำลังใจ สอบถามถึงปัญหาข้อขัดข้องของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฯ พร้อมมอบถุงยังชีพให้ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และ อสม. ในพื้นที่ ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชน ณ บ้านภูมิคดี ต.ดม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ และสำรวจพื้นที่ เพื่อประเมินความเสียหาย ของโรงเรียนบ้านโคกกรม ต.จีกแดก อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เพื่อจะดำเนินการ สนับสนุนชุดช่าง ซ่อมแซมอาคารเรียน ให้สามารถเปิดทำการเรียนการสอนต่อไปได้

ศอ.จอส.พระราชทาน จ.สุรินทร์ หน่วยงานราชการ และจิตอาสาพระราชทาน พบปะให้กำลังใจบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนโรงเรียนบ้านคลอง โดยมี น.ส.เมทินี แป้นเงิน รอง ผอ.รร.บ้านคลอง ให้การต้อนรับ และเป็นผู้แทน รับมอบสิ่งของอุปโภค - บริโภค เพื่อสนับสนุนโครงการอาหารกลางวัน จากกลุ่ม ศิษย์เก่า คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งในช่วงที่เกิดสถานการณ์ฯ โรงเรียนบ้านคลอง ได้ถูกจัดตั้งเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว ให้กับประชาชนจาก อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ที่ได้รับผลกระทบฯ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...