โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘นิวยอร์กไทม์ส’ รายงาน ‘จีน’ ได้ส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ล็อตใหญ่อย่างเงียบๆ ให้ ‘กัมพูชา’

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 ต.ค. 2568 เวลา 13.22 น. • เผยแพร่ 01 ต.ค. 2568 เวลา 13.19 น. • The Bangkok Insight

"นิวยอร์กไทม์ส" เผยรายงานข่าวกรองลับสุดยอดที่ระบุว่า "จีน" ได้ส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ล็อตใหญ่อย่างเงียบๆ ให้ "กัมพูชา" ก่อนเหตุปะทะเดือดชายแดนไทย

รายงานระบุว่า อาวุธยุทโธปกรณ์จากจีนถูกส่งมาด้วยเครื่องบินลำเลียง Y-20 หรือที่เรียกว่า Chubby Girls หลายเที่ยวบินในเดือนมิถุนายน เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา จะปะทุขึ้นเป็นสงครามเต็มรูปแบบในเดือนกรกฎาคม

เอกสารลับที่ผ่านการตรวจสอบโดยนิวยอร์กไทมส์ ระบุว่า เครื่องบินลำเลียงของจีนได้ทำการบินถึง 6 เที่ยวบิน มายังเมืองสีหนุวิลล์ เพื่อลำเลียงจรวด, กระสุนปืนใหญ่ และปืนครก บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ 42 ตู้ ก่อนจะถูกนำไปเก็บไว้ที่ฐานทัพเรือเรียม (ฐานทัพเรือที่ได้รับการสนับสนุนการก่อสร้างจากจีน)

ในอีกไม่กี่วันต่อมา อาวุธเหล่านี้ก็ถูกขนย้ายขึ้นไปยังจังหวัดอุดรมีชัยและพระวิหาร ที่ตั้งอยู่ทางเหนือของประเทศ ติดกับชายแดนประเทศไทย

รายงานระบุว่า ระหว่างวันที่ 21 – 23 มิถุนายน จีนส่งกระสุนสำหรับใช้กับเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง BM-21 ให้กับกัมพูชาเกือบ 700 นัด รวมถึงระบบยิงจรวดหลายลำกล้องที่ผลิตในจีน เช่น Type-90B และ PHL-03 นอกจากนี้ จีนยังส่งกระสุนปืนใหญ่สำหรับปืนใหญ่อัตตาจร SH-1 และกระสุนสำหรับปืนกลต่อสู้อากาศยานสมัยสหภาพโซเวียตด้วย

เมื่อถูกสอบถามเกี่ยวกับรายงานนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชาไม่ได้ปฏิเสธรายละเอียดพื้นฐานส่วนใหญ่ แต่กล่าวว่า เป็นข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิด โดยอ้างว่าการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตรงกับช่วงสิ้นสุดการซ้อมรบร่วมประจำปีระหว่างกองทัพกัมพูชาและจีนโดยบังเอิญ

อย่างไรก็ตาม นิวยอร์กไทม์ส ระบุว่า การซ้อมรบดังกล่าวได้สิ้นสุดลงไปตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม หรือหลายสัปดาห์ก่อนที่จะมีการขนย้ายอาวุธ ซึ่งเจ้าหน้าที่กัมพูชาปฏิเสธที่จะตอบคำถามเพิ่มเติมในประเด็นนี้

การเปิดโปงครั้งนี้สร้างความซับซ้อนอย่างยิ่งให้กับบทบาทของจีนที่พยายามวางตัวเป็น "ผู้ไกล่เกลี่ยสันติภาพที่เป็นกลาง" ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าจีนจะพยายามผลักดันให้เกิดการหยุดยิง แต่หลักฐานชี้ว่า จีนอาจมีส่วนรู้เห็นกับการเตรียมความพร้อมของกัมพูชาในการเปิดศึก

แม้ว่างบประมาณทางทหารของกัมพูชาจะน้อยกว่าไทย แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งไทยและกัมพูชา ต่างพึ่งพาอาวุธจากจีนเป็นหลัก

อย่างไรก็ดี หลังจากที่เหตุปะทะเปิดฉากขึ้น จีนได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการส่งอาวุธให้กัมพูชาเพื่อต่อต้านไทย โดยเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของจีนได้เข้าพบกับรักษาการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารของไทยในกรุงปักกิ่ง เพื่อยืนยันว่า จีนไม่ได้จัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ใดๆ ให้กับกัมพูชาเพื่อใช้ต่อต้านไทย

นิวยอร์กไทม์ส ระบุว่า แม้กัมพูชาจะมีกองทัพที่อ่อนแอกว่าไทย แต่ข้อมูลจากนักวิเคราะห์และภาพถ่ายดาวเทียมชี้ชัดว่า การเสริมกำลังของกัมพูชาเป็นไปในเชิงรุกมากกว่าฝ่ายไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการสร้างฐานทัพแห่งใหม่ ตัดถนน และวางกำลังในลักษณะที่พร้อมเผชิญหน้า ซึ่งต่างจากฝ่ายไทยที่เป็นเพียงการตั้งรับและเสริมความแข็งแกร่งของที่มั่นเดิม

นักวิเคราะห์เชื่อว่า การตัดสินใจเปิดศึกของกัมพูชาครั้งนี้ อาจเป็นเพราะความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นจากการสนับสนุนทางทหารอย่างเต็มที่จากจีน โดยผู้นำกัมพูชาอาจเรียนรู้บทเรียนจากความขัดแย้งครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 ที่กองทัพกัมพูชาต้องพ่ายแพ้ไปส่วนหนึ่งเพราะ "กระสุนหมด" อย่างรวดเร็ว

ราห์มาน ยาคอบ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียกล่าวว่า กัมพูชารู้สึกว่าตัวเองมีอาวุธที่ดีกว่ามากเมื่อเทียบกับปี 2554 นั่นคือเหตุผลที่ความขัดแย้งครั้งนี้รุนแรงมาก เพราะมีการใช้อาวุธหนัก แทนที่จะเป็นแค่ปืนเล็กยาว

หลักฐานจากสมรภูมิ ยังชี้ชัดว่า จรวดที่กัมพูชายิงถล่มพื้นที่ 4 จังหวัดของไทย ซึ่งส่งผลให้บ้านเรือนประชาชน สถานีบริการน้ำมัน และโรงพยาบาลได้รับความเสียหาย และมีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 13 รายนั้น ส่วนใหญ่เป็นจรวดที่ผลิตในประเทศจีน เช่น จรวด SHE-40 ขนาด 122 มิลลิเมตร

นายปีเตอร์ บูคเอิร์ต (Peter Bouckaert) ผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน Fortify Rights กล่าวว่า จีนควรพิจารณาการกระทำของกองทัพกัมพูชาในความขัดแย้งครั้งนี้ และแสดงความกังวลต่อการใช้อาวุธของตนอย่างไม่เลือกหน้า ภาพลักษณ์ของจีนไม่ได้ดีขึ้นเลย เมื่ออาวุธที่พวกเขาจัดหาให้ถูกนำไปใช้สังหารพลเรือนในประเทศเพื่อนบ้าน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...