วัยเก๋าคัมแบ็ก! เทรนด์รับผู้สูงอายุเข้าทำงาน ได้ประโยชน์ทั้งนายจ้าง-ลูกจ้างแบบ Win-Win
“วัยเก๋าไม่ใช่ภาระ แต่คือทรัพยากรที่ประเมินค่าไม่ได้” เมื่อตัวเลขทางสถิติชี้ชัดว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ ขณะที่จำนวนแรงงานวัยทำงานกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดแรงงานไทยต้องเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนแรงงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงทำให้หลาย ๆ องค์กรหันมาให้ความสำคัญกับการจ้างงานผู้สูงอายุที่เข้าสู่วัยเกษียณเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็น “ผลประโยชน์ร่วม”ที่ไม่เพียงแค่ทำให้ผู้สูงอายุได้กลับมาทำงานและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง แต่ในแง่ของผู้ว่าจ้างเองนอกจากจะมีแรงงานเพิ่มขึ้นแล้ว ยังได้รับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีจากการจ้างงานผู้สูงอายุอีกด้วย
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก “กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย” ระบุว่า ในปี 2567 มีผู้สูงอายุในประเทศไทยจำนวน 20.70% จากจำนวนประชากรทั้งหมด ซึ่งสวนทางกับตัวเลขจำนวนเด็กเกิดใหม่ในประเทศที่มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 มีจำนวนเด็กเกิดใหม่ต่ำกว่า 5 แสนคน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี ส่งผลให้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ (Aged Society)
โดยกลุ่มผู้สูงอายุที่มีมากที่สุด คือ กลุ่มผู้อายุวัยต้น (60-69 ปี) อยู่ที่ 59.3% รองลงมา คือ กลุ่มผู้สูงอายุวัยกลาง (70-79 ปี) อยู่ที่ 29.8% และกลุ่มที่มีน้อยที่สุด คือ กลุ่มผู้สูงอายุวัยปลาย (80 ปีขึ้นไป) อยู่ที่ 10.9%ทั้งนี้ จากข้อมูลดังกล่าว พบว่า 51.5% ของผู้สูงอายุเหล่านี้ยังทำงานอยู่ ด้วยเหตุผลที่ว่ายังมีแรงและยังอยากทำงานอยู่ ขณะที่ 43.5% ให้เหตุผลที่ยังคงทำงานเพราะต้องการหารายได้เพื่อเลี้ยงตัวเองหรือครอบครัว
อย่างไรก็ดี ด้วยสถานการณ์ตลาดแรงงานที่เริ่มหดตัวลงเรื่อย ๆ ส่งผลให้หลายหน่วยงานออกมารณรงค์ให้มีการจ้างงานผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น และเรียกร้องให้มีการขยายอายุการเกษียณงานมากขึ้น เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีงานทำ ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุให้ดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานไปในตัวด้วย
เหตุผลที่ควรจ้างแรงงานวัยเกษียณ
จำนวนแรงงานวัยหนุ่มสาวลดลงต่อเนื่อง
การขาดแคลนแรงงานทักษะเฉพาะ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ประสบการณ์/วิจารณญาณสูง
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมคนรุ่นใหม่สูง ขณะที่แรงงานสูงวัยพร้อมทำงานทันที
ตัวอย่างบริษัทที่รับคนวัยเกษียณเข้าทำงาน
CP AXTRA - โครงการ “60 ยังแจ๋ว”
สนับสนุนผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ผ่าน 3กิจกรรมอย่างครบวงจร ได้แก่
1) สนับสนุนการจ้างงานของผู้สูงอายุ ให้มีการปฏิบัติงานในสาขามากขึ้น
2) “เถ้าแก่วัยเก๋า” เป็นโครงการฝึกอาชีพ สร้างรายได้ให้กับผู้สูงอายุ ให้สามารถประกอบธุรกิจของตัวเองได้
3) “ตลาดสุขใจวัยเก๋า” เปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าให้กับพ่อค้าแม่ค้าสูงวัยในพื้นที่ของสาขา ที่สำคัญคือไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
สนใจสมัครติดต่อได้ที่ แม็คโคร และ โลตัส หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด
สำหรับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีความสนใจเข้าร่วมโครงการ ติดต่อได้ที่ แม็คโคร และ โลตัส หรือติดต่อสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 ศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทย (Smart Job center) อาคาร 3 ชั้น ด้านหน้ากระทรวงแรงงาน เว็บไซต์ ไทยมีงานทำ.doe.go.th หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694
MajorGroup – โครงการ “วัยเก๋ายังแจ๋ว”
เปิดรับสมัครผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ปฏิบัติงานประจำสาขาหลายตำแหน่ง ได้แก่
พนักงานให้บริการภายในโรงภาพยนตร์
พนักงานจำหน่ายตั๋วภาพยนตร์
พนักงานจำหน่ายสินค้า
โดยสามารถกรอกใบสมัคร ที่เมเจอร์ (สำนักงานใหญ่) หรือที่สาขาใกล้บ้าน
Cafe Amazon - โครงการ “Cafe Amazon for chance”
สำหรับผู้งสูงอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ร่วมงานกับ บริษัท แฮปปี้เนสท์ สเปซ จำกัด ในตำแหน่ง บาริสต้าผู้สูงวัย
ลักษณะงาน
แคชเชียร์ รับออร์เดอร์ลูกค้า
ชงกาแฟ (ตักน้ำแข็ง, ชงน้ำ)
จัดเรียงสินค้าภายในร้าน
ดูแลรักษาความสะอาดภายในร้าน
ติดต่อสอบถามได้ที่ 061-415-5613, 062-584-3013 HR สรรหาคัดเลือก
ทั้งนี้ การจ้างงานผู้สูงอายุ นอกจากผู้จ้างงานจะได้ลูกจ้างที่มีประสบการณ์สูงแล้ว ยังมีสิทธิประโยชน์ภาษีอีกด้วย โดยนายจ้างสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่าของเงินค่าจ้างที่จ่ายให้ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) แต่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อคนต่อเดือน
โดยมีเงื่อนไขสำคัญ คือ
1.ต้องเป็นผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย (ตามเกณฑ์สรรพากร)
2.นายจ้างต้องขึ้นทะเบียนการจ้างกับกรมสรรพากร
3.ใช้ได้ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาที่มีการจ้างงาน
ดังนั้น การรับผู้สูงอายุกลับเข้าทำงาน นอกจากจะเป็นการช่วยส่งเสริมการมีงานทำของผู้สูงวัยแล้ว ในแง่ของผู้จ้างงาน ยังได้รับประโยชน์ 2 ต่อ ทั้งการมีบุคลากรที่มีประสบการณ์สูงคอยขับเคลื่อนองค์กร และการแบ่งเบาภาระทางภาษีไปพร้อมกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นประโยชน์แบบ Win-Winสำหรับทั้ง 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน