“ไนจีเรีย” ขึ้นภาษีกำไรจากการขายหุ้นต่างชาติ 3 เท่า มีผล ม.ค.2569
"ไนจีเรีย" ขึ้นภาษีกำไรจากการขายหุ้นต่างชาติ 3 เท่า มีผล ม.ค.2569 หวังเพิ่มรายได้รัฐและลดการขาดดุลงบประมาณ แต่นักวิเคราะห์เตือนอาจสร้างแรงขายในตลาดหุ้น
วันที่ 6 ตุลาคม 2568 เวลา 16.31 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่ารัฐบาลไนจีเรียเตรียมขึ้นภาษีกำไรจากการขายหุ้น (Capital Gains Tax: CGT) สำหรับนักลงทุนต่างชาติจาก 10% เป็น 30% เริ่มมีผลในเดือนมกราคม 2569 ซึ่งอาจกระตุ้นแรงขายในตลาดหุ้นไนจีเรียที่ปรับตัวขึ้นเกือบ 40% ตั้งแต่ต้นปี
ตามกฎหมายภาษีฉบับใหม่ นักลงทุนต่างชาติจะถูกเรียกเก็บภาษี 30% จากกำไรที่ได้จากการขายหุ้นไนจีเรีย เว้นแต่จะนำเงินที่ได้ไปลงทุนต่อในหุ้นอื่นภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือไม่ได้จดทะเบียนก็ตาม ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นจากอัตราเดิมที่ 10% และก่อนหน้านี้ก็ยังไม่ถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวด
Kato Mukuru ผู้ร่วมก่อตั้ง Emerging & Frontier Capital LLP ระบุว่า“ต้นทุนการลงทุนที่สูงขึ้นหมายความว่าธุรกิจไนจีเรียจะต้องสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนมากขึ้นเพื่อดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศ” พร้อมเตือนว่า มาตรการนี้จะกดดันตลาดหุ้นไนจีเรียไปจนถึงสิ้นปี เนื่องจากทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างชาติอาจเร่งขายทำกำไรก่อนภาษีใหม่มีผล
ตลาดหุ้นไนจีเรียติดอันดับ 1 ใน 10 ตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในโลกปีนี้ โดยปรับขึ้น 39% เมื่อวัดเป็นสกุลเงินไนรา และ 47% เมื่อตีค่าเป็นดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลของ Bloomberg
ความคึกคักของตลาดสะท้อนผลจากชุดนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดี โบลา ทินูบู (Bola Tinubu) ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งรวมถึงการยกเลิกเงินอุดหนุนพลังงาน การปล่อยให้ค่าเงินลอยตัวมากขึ้น และการให้อิสระแก่ธนาคารกลางไนจีเรียในการใช้นโยบายการเงินแบบสากลภายใต้ผู้ว่าการ โอไลเยมี คาร์โดโซ (Olayemi Cardoso) นอกจากนี้การปรับโครงสร้างระบบภาษีก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิรูปดังกล่าว เพื่อเพิ่มรายได้และลดการขาดดุลงบประมาณของประเทศ
Taiwo Oyedele ประธานคณะกรรมการปฏิรูปภาษีของประธานาธิบดี ซึ่งเป็นผู้ผลักดันมาตรการขึ้นภาษีนี้ ปฏิเสธเสียงวิจารณ์จากนักลงทุนต่างชาติ โดยระบุว่า สามารถนำภาษีที่จ่ายในไนจีเรียไปขอคืนเครดิตภาษีในประเทศของตนได้
“เราท้าทายให้พวกเขาแสดงให้เห็นว่ามาตรการนี้ทำให้พวกเขาแย่ลงอย่างไร …เราเชื่อว่าพวกเขาไม่ได้เสียประโยชน์ พวกเขาเพียงต้องการผลประโยชน์มากกว่าเท่านั้น เพราะภาษีกำไรจากการขายควรถูกจ่ายในประเทศที่คุณทำกำไร และเมื่อกลับไปยังประเทศของคุณ ก็สามารถขอเครดิตภาษีคืนได้”
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ไนจีเรีย (Nigerian Exchange Group Plc) ระบุว่านักลงทุนต่างชาติคิดเป็น 21% ของมูลค่าการซื้อขายรวมในตลาดหุ้นไนจีเรียในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ หรือประมาณ 1.45 ล้านล้านไนรา หรือราว 989 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตามRussell Eastaugh หัวหน้าฝ่ายภาษีแอฟริกาของบริษัทที่ปรึกษา Regan van Rooy ในแอฟริกาใต้ กล่าวเตือนว่า นักลงทุนต่างชาติจะได้รับเครดิตภาษีคืนจากประเทศของตนได้ก็ต่อเมื่อมีข้อตกลงภาษีซ้อน (Double Taxation Agreement) ระหว่างไนจีเรียและประเทศต้นทางเท่านั้น ดังนั้นยังมีความเสี่ยงสูงที่นักลงทุนต่างชาติจะมองว่าการลงทุนในตลาดหุ้นไนจีเรียไม่จูงใจอีกต่อไป
อ้างอิง : www.bloomberg.com