โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่ทัพภาคที่ 1 ขีดเส้น 10 ต.ค. หากไม่มีแผนอพยพชาวกัมพูชา พร้อมปฏิบัติตามคำสั่ง

The Bangkok Insight

อัพเดต 25 ก.ย 2568 เวลา 12.01 น. • เผยแพร่ 25 ก.ย 2568 เวลา 12.01 น. • The Bangkok Insight

แม่ทัพภาคที่ 1 ขีดเส้น 10 ต.ค. หากไม่มีแผนอพยพชาวกัมพูชา พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งหน่วยเหนือ ฟาดเขมร เกณฑ์เด็ก-ผู้หญิง-พระปลอม มายั่วยุ เบี่ยงเบนข้อมูลเท็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 25 ก.ย. 68 พลโทอมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 เดินทางมาที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 เพื่อเข้าประชุมติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยใช้เวลาราว 1 ชม. ก่อนลงมาตรวจกำลังพลและนำสิ่งของสาธารณูปโภคมอบให้กำลังพลเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ

แม่ทัพภาคที่ 1

พลโทอมฤต กล่าวว่า ตั้งใจมาให้กำลังใจและดูความพร้อมในเรื่องของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ กับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และหากมีสิ่งใดที่ต้องการเพิ่มเติม ก็จะสามารถขอได้กับทางกองทัพบก และกระทรวงกลาโหม

พื้นที่ของเรามีความซับซ้อนหลายมิติ อาจจะต่างจากพื้นที่อื่น อย่างไรก็ตาม เราพยายามทำตรงนี้เพื่อรักษาอธิปไตย และปฏิบัติตามที่รัฐบาลได้มอบหมายให้ โดยได้ประสานงานคู่ขนานในหลายมิติ วางแผนต่างๆ ยึดถือตามกรอบที่เคยประชุม RBC เพื่อนำไปสู่การบันทึกข้อตกลง

แม่ทัพภาคที่ 1

โดยการประชุม RBC ในครั้งแรกได้มีการเสนอ 4 เรื่อง 1.เก็บกู้ทุ่นระเบิด 2.ปราบสแกรมเมอร์ 3.การจัดตั้งชุดประสานงานโดยใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานของไทยและกัมพูชา กับพื้นที่ระดับอำเภอ และระดับผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ต่างๆ 4.เรื่องของการแก้ปัญหา MOU43 และที่สำคัญที่ได้เสนอไปแล้วเขายอมรับ และนำไปสู่การประชุมวาระ GBC คือการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนที่เกี่ยวข้องกับเราโดยตรง ซึ่งจะเป็นโมเดลที่นำไปสู่พื้นที่อื่นๆ

หากในวันที่ 10 ต.ค.นี้ ชาวกัมพูชายังไม่ส่งแผนอพยพ ก็จะรายงานไปทางหน่วยเหนือ เพื่อหาแนวทางในการปฏิบัติต่อไป ซึ่งในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 ก็พร้อมทุกส่วนอยู่แล้ว

แม่ทัพภาคที่ 1

พลโทอมฤต กล่าวว่า สำหรับภูมิภาคอื่นๆ มีความเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชา ตนก็ได้ติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องเช่นกัน แต่จากการข่าวต่างๆ ที่มีอยู่ ส่วนใหญ่แล้วเท่าที่เราทราบวิธีการของเขา พื้นที่แม่ทัพภาคที่ 2 ก็จะใช้กำลังทหารเป็นหลักในการยั่วยุ แต่พื้นที่ภาค 1 ใช้มวลชนยั่วยุ จึงต้องคิดให้รอบคอบในการปฏิบัติ เราต้องไม่ตกไปอยู่ในเกมของกัมพูชา

สำหรับการสร้างสถานการณ์ยั่วยุตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา เขาพยายามจะเบี่ยงเบน แต่เราก็รู้ว่าเขาใช้ข้อมูลเท็จ เอาทหารมาปลอมเป็นพระสงฆ์บ้าง เอาเด็กและสตรีมายั่วอยู่บ้าง หรือข้อตกลงที่ผู้ว่าฯ สระแก้วได้พูดคุยกับผู้ว่าฝั่งนั้น แต่พอถึงเวลาผู้ว่าฯ ฝั่งนั้นกลับไปให้ท้ายมวลชนแบบนี้ เป็นต้น เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นแล้ว จะคุยกันรู้เรื่องได้อย่างไร แต่กองทัพภาคที่ 1 ก็พร้อมที่จะปลับเปลี่ยนได้ทุกรูปแบบและพร้อมปฎิบัติในทุกรูปแบบเช่นกัน

ส่วนเรื่องการควบคุมสถานการณ์ก็มีการมอบให้กับกองกำลังบูรพา เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ซึ่งระดมทุกภาคส่วน หากมีการยกระดับพัฒนาสถานการณ์เพิ่มขึ้น แต่การปฎิบัติก็ยึดถือมาตรฐานสากลจากเบาไปหาหนัก เนื่องจากพื้นที่ตรงนี้ ทางกัมพูชาได้ทำการยั่วยุ แต่ก็เคยระบุไปในข้อตกลง RBC ครั้งแรกแล้วว่า ห้ามยั่วยุ โดยการใช้มวลชนที่ประกอบไปด้วย เด็ก ผู้หญิง ผู้สูงอายุ และพระสงฆ์ เราจึงได้ทำการประท้วงควบคู่ไป เพื่อชี้ให้เห็นว่าเขาทำในลักษณะเช่นนี้ เราต้องปฏิบัติให้สอดคล้องเพื่อไม่ให้ทางกัมพูชานำไปเบี่ยงเบนในเวทีโลกนานาชาติ ซึ่งตอนนี้ทุกชาติทั่วโลกก็เห็นแล้วว่ากัมพูชาใช้วิธีการอย่างไร

แม่ทัพภาคที่ 1

อย่างไรก็ตามตนได้ติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิด และมีแนวทางสั่งการให้แก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น รวมถึงการประสาน พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. ในการขอกำลังพลตำรวจ คฝ. และยุทโธปกรณ์พิเศษเช่น รถจีโน่ และมีการประชุมกับทุกส่วนเพื่อวางแผนให้สอดคล้องในทุกด้าน ขอให้มั่นใจว่า กองทัพภาคที่ 1 มีการเตรียมการวางแผนโดยรอบคอบในทุกมิติ และทุกด้าน ทุกส่วนมีการประสานสอดคล้องกัน ให้พี่น้องประชาชนมั่นใจ

สำหรับสาเหตุที่เลื่อนการประชุม RBC ที่จะเกิดขึ้น เป็นเพราะข้อมูลยังไม่สมบูรณ์จึงมีการรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนก่อน แต่ยืนยันว่าจะเร่งให้ทันก่อนที่จะประชุม GBC ในวันที่ 10 ตุลาคม อย่างแน่นอน

เมื่อถามอีกว่า เราจะสื่อสารอย่างไรในเรื่องหลักเขตแดน 42 - 46 ว่า เราจะได้ธิปไตยของเราคืนมา แม่ทัพภาคที่ 1 ยืนยันว่า ได้คืนมาแน่นอน แต่ต้องมีกระบวนการขั้นตอน ทหารทำอย่างเดียวทำไม่ได้ ต้องมีส่วนที่เกี่ยวข้องต่างๆ และเคยย้ำแล้วปัญหาต่างกัน ที่มาของปัญหาต่างกัน ฉะนั้นแนวทางการแก้ปัญหาก็ต้องต่างกัน แต่สุดท้ายก็ต้องปกป้องรักษาอธิปไตยของประเทศชาติ

ส่วน 4 เรื่องที่เคยยื่นข้อเสนอ ในการประชุม RBC ครั้งต่อไป คาดว่าจะมีข้อไหนที่ฝั่งกัมพูชาจะไม่ตอบรับหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 1 บอกว่า ยังคาดการณ์หรือตอบไม่ได้ ต้องให้ทางเราเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อน กับการจัดระเบียบชายแดน เรายึดตามสันติวิธี ยืนยันว่าเราต้องรักษาอธิปไตย เรียกประโยชน์ต่างๆของไทยกลับคืนมา

แม่ทัพภาคที่ 1

สำหรับกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ให้อำนาจกับทางทหาร และประชาชนก็คาดหวังว่าเรื่องความเด็ดขาดนั้น แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า ก็ต้องไปเรียนถามกองทัพบก และก็กระทรวงกลาโหมเป็นหลัก ส่วนในช่วงการเปลี่ยนผ่านวาระการดำรงตำแหน่ง ก็ยืนยันว่าเรามีการกำหนดทิศทางวางแผนเป็นกรอบต่างๆ อยู่แล้ว ไม่ว่าใครจะมา เราทำงานกันเป็นระบบ แต่อาจจะไม่ได้ออกมาชี้แจงอะไรมากมากมาย

ส่วนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน แม่ทัพภาคที่ 1 ย้ำว่า ตนทำงานมาโดยตลอด และการทำงานของทัพภาค 1 คือการอำนวยการคลี่คลายสถานการณ์ และประสานงานในส่วนของตนควบคู่ไปกับระดับนโยบาย ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ไม่ได้ออกมาบอกแค่นั้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...