เปิดจดหมายเหตุ Gen Z คนเก๋เขาชอบ Thrifting! ผ่านเพลง ‘FaSHioN’ ของน้องๆ ‘CORTIS’ ขวัญใจนูน่า เมื่อวัยรุ่นยุคนี้เลิฟของมือสองวินเทจ ฟินที่ได้คุ้ยหาไอเท็มราคาดีมาแมตช์ให้มี aesthetic กางเกงโหลดต่ำต้องเข้า ขาเดฟที่ว่าเอาท์ ถ้าใจมันรักผมก็ทุบครับพี่!
ฮีเสิร์ฟ ฮีเสิร์ฟ! เพราะเดบิวต์อัลบั้มแรกก็สมชื่อ ‘COLOR OUTSIDE THE LINES’ จริงๆ สำหรับ 5 หนุ่มบอยกรุ๊ปเจนฯ 5 คาแรกเตอร์ชัดไม่มีซ้ำกันเลยสักคนกับ ‘CORTIS’ ที่ประกอบด้วย มาร์ติน (MARTIN), เจมส์ (JAMES), จูฮุน (JUHOON), ซองฮยอน (SEONGHYEON) และ กอนโฮ (KEONHO) ซึ่งมาพร้อมสีสันนอกกรอบและพกพาความเป็นตัวเองมาแบบเต็ม 10 ที่ทำเอาหลายคนรับพลังงานความเฟรช ความเก๋ ความคูล ความสดใส และความน่าเอ็นดูของเหล่าน้องๆ เมมเบอร์กันไปเต็มๆ (นูน่าคนนี้ด้วยจ้า ฮือ) เพราะรู้ตัวอีกทีวงนี้ก็กลายเป็นกระแส ขึ้นหน้าฟีดไม่หยุด และเป็นที่พูดถึงในเวลาอันรวดเร็ว แม้จะเพิ่งเดมาได้แป๊ปเดียวเท่านั้น
โดยมี 5 เพลงแรกที่ให้ไวบ์เท่ๆ เนื้อเพลงติดหู ปล่อยออกมาแล้ว ได้แก่ GO!, What You Want, JoyRide, Lullaby และ FaSHioN ซึ่ง ‘FaSHioN’ นี่แหละที่สปาร์กจอยเรามากที่สุด! เพราะนอกจากเพลงจะมันสุดขีดแล้ว นี่ยังดูเป็นเหมือนจดหมายเหตุ Gen Z ปี 2025 ที่บ่งบอกถึง ‘แฟชั่น’ ของเด็กรุ่นใหม่ยุคนี้ และบ่งบอก ‘สไตล์’ ที่โคตรจะเป็นตัวของตัวเองของ CORTIS ผ่านลุคต่างๆ ของน้องๆ ที่โดดเด่นจนโดนเส้นแฟนๆ ไม่ว่าจะการใส่กางเกงขายาวโหลดต่ำหลวมๆ จนแทบจะหลุดซึ่งทำให้เกิดประโยคแซวๆ ของแฟนๆ ว่า “โหลดต่ำดิวะ” และทำคอนเทนต์แต่งตัวตาม CORTIS กันแล้ว รวมถึงการเอากางเกงขาเดฟ ที่แม้ยุคนี้กางเกง baggy ขากองจะมาแรงก็จริง แต่ในหลายๆ ลุค น้องๆ ก็เลือกหยิบกางเกงขาเดฟมาใส่ จนกลายเป็นว่า ขาเดฟที่คนมองว่าเอาท์แล้ว อ้าว! พอน้องมาใส่แล้วเท่เฉย จนเปิดใจกับขาเดฟกันอีกครั้ง
นอกจากนี้ น้องๆ ก็ได้ทำคอนเทนต์ This or That ระหว่าง Modern กับ Vintage โดยทุกคนก็ปักใจเลือกเสื้อผ้าวินเทจกันหมด ทำให้ FaSHioN กลายเป็นภาพสะท้อน Thrifting Trend หรือไลฟ์สไตล์ความชอบซื้อของมือสอง แฮปปี้ที่ได้ไปคุ้ยของวินเทจมี aesthetic ซึ่งรวมถึงจะรู้สึกฟินมากถ้าได้ของแรร์ๆ ปังๆ ไม่ซ้ำใคร ที่จริงๆ ไม่จำเป็นต้องราคาแพงเลยสักนิด เพราะของราคาไม่แพงก็เอามาแมตช์ใหม่ให้เริ่ดได้ และความสนุกมันก็อยู่ตรงที่เราได้จินตนาการและวางภาพในหัวตอนซื้อก่อนทุบชิ้นนั้นๆ ว่ามันจะกลายเป็น #OOTD ใส่กับอะไรแล้วเท่จัด โดนใจเราบ้างต่างหาก
1. “เสื้อยืดของผมน่ะ 5 เหรียญ ส่วนกางเกงแค่ 10,000 วอน”
นี่คือท่อนเปิดเพลง FaSHioN ที่กำลังสื่อสารให้คนหันมามอง ‘แฟชั่น’ ของพวกเขา ซึ่งแม้จะดูเท่มากกกกก แต่ความจริงแล้วมันอาจจะราคาไม่แพงเลยก็ได้! เพราะความ luxury ในยุคนี้ของบางคนอาจไม่ได้หมายถึง ‘ราคา’ สินค้าอีกต่อไป แต่มันอาจเป็นการที่บางคนได้แต่งตัวออกมาแล้วเรามั่นใจในสไตล์ของตัวเองโดยไม่ต้องมานั่งสนว่าใครจะมองว่าเราใช้ของแพงแค่ไหน หรือของถูกแค่ไหน สิ่งสำคัญอยู่ที่ความสบายใจในการ express ตัวตนมากกว่า
เนื้อเพลงยังยกตัวอย่างย่านมือสองฮิตๆ ในประเทศเกาหลีใต้ผ่านท่อน “ดงมโย wassup? ฮงแด wassup? ผมทำให้มันเฟมัสได้ เพราะนี่แหละ แฟชั่น แฟชั่น แฟชั่น แฟชั่น แฟชั่น แฟชั่น แฟชั่น แฟชั่น แฟชั่น” เพราะย่านดงมโยมีตลาดมือสองขนาดใหญ่ (Dongmyo Flea Market) ที่มีของมือสองจึ้งๆ ให้เลือกเพียบ และเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของสายช้อปมือสอง ที่ยังไง๊ยังไง ก็ต้องไป! ส่วนฮงแดก็เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าเป็นย่านช้อปปิ้งดังของสายแฟฯ ที่มีร้านขายของวินเทจเก๋ๆ ให้ปักหมุดไปล่าหาของแรร์ๆ เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงถนนชองดัมดง ที่เป็นถนนสายสตรีทแฟชั่น ตามเนื้อเพลง “ดงมโยคือที่ที่เรารวมตัวกันอย่างกับจะมาสัมมนา แล้วก็มารวมตัวคนเท่กันอีกที่ฮงแด กระจายตัวออกไปที่ใจกลางชองดัมดง แก๊งพวกผมมาแล้วครับ แต่ไม่รู้จะจบตอนไหนนะ!”
ซึ่งถ้าจะให้ยกตัวอย่างแหล่งช้อปปิ้งเสื้อผ้ามือสองบ้านเราบ้างก็มีให้เลือกเยอะเหมือนกันนะ และแต่ละที่ก็มีราคาที่แตกต่างกันออกไป อย่างในกรุงเทพฯ ส่วนมากวัยรุ่นก็จะชอบไปหาของกันที่ตลาดปัฐวิกรณ์, ตึกแดง, ตลาดนัดจตุจักร, พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน, Shinjuku Outlet ไปจนถึงร้านวินเทจที่ซุกซ่อนอยู่ตามย่านต่างๆ หรือจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เช่นไปแถวพร้อมพงษ์ก็มี Tokyojoebkk และ (un)FASHION District S39 หรือจะไปแถวบางปู สมุทรปราการ ก็มีโกดังมือสองที่ใหญ่มากๆ อยู่ กระทั่งไปเชียงใหม่ตอนนี้ก็มีร้านมือสองให้เลือกเพียบเลยล่ะ (เราเคยได้เบลเซอร์ราคาดีและทรงสวยจากโกดัง Daruma Japan ใครไปเชียงใหม่แนะนำ!) ดังนั้น ไม่ว่าจะไปแถวไหนในไทยตอนนี้ แค่ลองเสิร์ชหาร้านมือสองดู ไม่แน่คุณอาจจะเจอสักที่แน่ๆ แต่จะเจอของที่ถูกใจหรือเปล่า ต้องไปล่าสมบัติเองถึงรู้นะ
เมื่อพูดถึงแรงบันดาลใจในการหยิบยกย่านมือสองต่างๆ มาพูดในเพลง เมมเบอร์ CORTIS ก็เคยเล่าถึงประสบการณ์การไปเดินย่านเหล่านั้นมาจริงๆ เหมือนกัน นี่จึงไม่ใช่แค่เพลง แต่พวกเขามีไลฟ์สไตล์แบบในเพลงจริงๆ
น้องออม (ซองฮยอน) กล่าวกับ Weverse Magazine ไว้ว่าท่อนที่กล่าวถึงฮงแด “ตอนที่ผมยังเป็นเทรนนี ผมกับรุ่นพี่จะไปช้อปกันที่ฮงแดช่วงสุดสัปดาห์ เวลาใครซื้ออะไรสักอย่าง พวกเราก็จะผลัดกันลองใส่ครับ (หัวเราะ)” เขายังเล่าอีกว่าช่วงนี้เขาชอบสร้อยคอมุกที่หาซื้อได้ที่ย่านดงมโยอีกด้วย และพอพูดถึงดงมโย ตัวเจมส์เอง ก็ได้กล่าวไว้เช่นกันว่า “ก่อนเพลงนี้จะเกิดขึ้น ผมเคยแต่งเพลงชื่อว่า ‘ดงมโย’ ด้วยนะครับ ตอนนั้นค่าขนมผมก็ยังไม่ค่อยมี (หัวเราะ) ผมก็เลยแต่งเนื้อเพลงเกี่ยวกับการไม่ค่อยมีเงินเก็บไว้เยอะมาก อีกอย่างเวลาเพื่อนๆ ของผมและผมจะคุยโม้กัน ก็ไม่เคยจะอวดกันว่า ‘มันแพง’ กันเลยครับ มีแต่ ‘ฉันได้รองเท้ามาสองคู่ในราคาไม่ถึง 100,000 วอนนะ’ หรือแม้แต่ตอนที่ผมกับเมมเบอร์ไป LA เมื่อไม่นานนี้ เราก็พูดกันว่า ‘ฉันซื้ออันนี้มาโคตรถูก’ หรือ ‘ถูกจัดอะ’ (หัวเราะ)” ซึ่งก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงความ proud และความสุขเวลาได้ซื้อผ้า ‘ถูกและดี’ ของวัยรุ่นยุคนี้ ที่นอกจากจะสบายกระเป๋าแล้ว ก็ยังให้ลุคที่ดู ‘เกินราคา’ ได้ ถ้าเรารู้จักแต่งตัว
ขณะที่กอนโฮ ได้เล่าเพิ่มเติมกับ Hypebeast ถึงเนื้อเพลง FaSHioN ว่า “เผอิญว่ามาร์ตินกับผมอยู่ในสตูดิโอด้วยกัน แล้วอยู่ดีๆ เนื้อเพลงมันก็เริ่มผุดขึ้นมา พวกเราคุยกันถึงเรื่องเข็มขัด เสื้อผ้า ไปจนถึงคุณยายสุดคูลที่เราเจอที่ดงมโย และเราก็คิดกันว่า ‘ทำไมเราไม่เขียนถึงประสบการณ์การช้อปปิ้งของวินเทจกันล่ะ?’”
2. “ร้านมือสองนี่แหละครับ ทำให้ผมยังดูเท่ไม่หยุด!”
จากรายงานของ ThredUp แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ขายเสื้อผ้ามือสองรายใหญ่ เมื่อต้นปี 2025 ซึ่งร่วมสำรวจกับ GlobalData ในกลุ่มคนอเมริกันอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 3,034 คน พบว่าในปี 2024 มี 68% ของผู้บริโภคที่เป็นวัยรุ่นยุคใหม่ (Gen Z และ Millennials) ที่เลือกซื้อเสื้อผ้ามือสอง และ 48% บอกว่าคิดจะช้อป คิดถึง ‘เสื้อผ้ามือสอง’ เป็นอย่างแรก!
และหากดูในแพลตฟอร์มยอดฮิตที่หลายๆ คนชอบไปหาแรงบันดาลใจในการแต่งตัวกันให้แฟ่ดอย่าง Pinterest เขาก็ได้ออกรายงาน 2025 Pinterest Fall Trend Report มาแล้ว ซึ่งพบว่าผู้ใช้แพลตฟอร์มตอนนี้ที่เป็น Gen Z ก็มีกว่า 50% ซึ่งมีผู้ใช้ที่เสิร์ชคำว่า ‘dream thrift finds’ พุ่งสูงขึ้น 550% ขณะที่ ‘vintage fall aesthetic’ ก็เพิ่มขึ้นมาเป็น 1,074% และ ‘men thrift outfits’ 31% รวมถึงยังมี vintage preppy outfits +1,872%, 2000s preppy aesthetic +2,867%, vintage watch for men +65%, 60s babydoll aesthetic +4,428%, 60s dolly fashion +884%, 60s fashion outfits +2,855%, 60s fashion vintage +1,236% ฯลฯ จะเห็นได้ชัดเลยว่าคำว่า ‘vintage’ และ ‘aesthetic’ ดูจะมาแรงสุดๆ
อย่างที่บอกว่าแม้เราจะซื้อของมาในราคาไม่แพงมาก แต่ถ้าเรารู้จักเอามาแมตช์ลุคต่างๆ ให้มันแฟชั่นสุดๆ มันก็กลายเป็นลุคเท่ๆ ขึ้นมาได้ และยิ่งเราคุ้ยหาของที่ ‘ใช่’ และ ‘โดนใจ’ เจอในกองเสื้อผ้ามือสองที่มีให้เลือกอยู่กระจัดกระจาย มันก็เหมือนเจอขุมทรัพย์ดีๆ ที่ทำให้ใจฟูจริงๆ เหมือนท่อน “หัวใจผมมันแทบจะหลุดออกมา มองปราดเดียวก็คว้าเลยล่ะกัน เรียกผมว่าตัวพ่อแห่งร้านมือสอง เพราะบอมเบอร์ 30,000 วอน ก็ทำให้ผมเหมือนร็อกสตาร์ พร้อมเดิน Met Gala”
ซึ่งเหตุปัจจัยที่ทำให้วัยรุ่น Gen Z หันมาซื้อเสื้อผ้ามือสองมากขึ้น ก็มีอยู่หลากหลายเหตุผล บางคนอาจจะมีงบอย่างจำกัด หรืออยากจะประหยัดเงินจึงเลือกเข้า thrift shop แต่ก็ต้องเลือกแหล่งช้อปดีๆ ที่ให้ราคาที่คุ้มค่า เพราะในยุคนี้เสื้อผ้ามือสองบางร้านก็มีการตั้งราคาที่แตกต่างกันออกไป ทำให้เราเห็นทั้งร้านที่ราคาเริ่ดมาก ไปจนถึงร้านที่เริ่มขายแพงจนจะเทียบเท่ามือหนึ่ง หรือบางร้านก็ขายแพงกว่าเสื้อผ้ามือหนึ่งทั่วไปอีกก็มีเหมือนกัน หรือบางคนก็ชอบซื้อเสื้อมือสองเพราะชอบใส่ของไม่ซ้ำใคร เปรียบเสมือนเป็นภารกิจล่าหา hidden gems ที่สนุกสนานไม่ใช่น้อย หรือบางคนก็อาจจะชอบซื้อเพราะรู้สึกว่ามันดีต่อโลก ดีกว่าปล่อยให้เสื้อผ้าที่ใช้แล้วกลายเป็นขยะไปอย่างน่าเสียดาย ไปจนถึงบางคนก็อยากได้ไอเท็ม ‘วินเทจ’ ปีลึก ทั้งแบบไม่มีแบรนด์แต่ดีไซน์สวยถูกใจ หรือจะเป็นของดีไซเนอร์แบรนด์ที่หาซื้อไม่ได้แล้วจากช้อปมือหนึ่ง หรือจะเป็นดีไซเนอร์แบรนด์ที่ออกช้อปมาไม่นานมาก แต่ราคาถูกหั่นลงมาเพราะเป็นมือสอง ก็เป็นอีกช้อยส์ที่น่าสนใจเหมือนกัน
ดังนั้นตามท่อนของเจมส์จึงไม่เกินจริง “ถ้าคุยกันเรื่องเงินตราต่างประเทศ ค่าเงินมันก็สูง ร้านมือสองนี่แหละครับ ทำให้ผมยังดูเท่ไม่หยุด!” ซึ่งก็ตรงกับที่เขาให้สัมภาษณ์กับ tmrw ว่า “ส่วนตัวผมคิดว่าความมั่นใจของเรามันก็ขึ้นๆ ลงๆ เพราะเราเป็นวัยรุ่น แต่เราก็พยายามจะถ่ายทอดความมั่นใจลงไปในทุกสิ่งที่ทำ ไม่ว่าจะเป็นดนตรี ท่าเต้น ดีไซน์อัลบั้ม และทุกๆ อย่างทั้งโปรเจ็กต์ใหญ่ที่สุด จนถึงส่วนเล็กๆ น้อยๆ ที่สุด แต่ละอย่างจึงมีความยูนีคเฉพาะตัวของมัน แม้แต่เรื่อง ‘แฟชั่น’ ที่เราก็ภูมิใจเวลาเราได้อะไรบางอย่างมาในราคาที่ถูก เพราะสิ่งสำคัญมันคือเรื่องความมั่นใจล้วนๆ และวิธีที่คุณจะสวมใส่มัน ไม่ใช่ราคาเลยครับ” เด็กรุ่นใหม่มันเริ่ด!
3. “ไม่ว่าคุณจะพูดยังไงเกี่ยวกับเสื้อผ้าของผม ผมก็ยืนหยัดในสไตล์ตัวเองอยู่ดี”
“ไม่ว่าคุณจะพูดยังไงเกี่ยวกับเสื้อผ้าของผม ผมก็ยืนหยัดในสไตล์ตัวเองอยู่ดี เข็มขัดเส้นนั้นที่เล็งไว้น่ะ ตอนนี้มันอยู่บนเอวผมแล้วคร้าบบบ” ท่อนมันๆ สุดกวนโอ๊ยที่แร็พโดยมาร์ตินโดนเส้นเรามาก เพราะชอบในความกล้าที่จะออกนอกกรอบของน้องดี ซึ่งหากมองไปที่ลุคของมาร์ติน จะเห็นได้เลยว่าเขาเปิดตัวมาด้วยลุคพังก์ๆ มันๆ ชวนให้เรานึกถึงตัวละครในดวงใจจากอนิเมชันญี่ปุ่นชื่อดัง NANA อย่าง โนบุ มือกีต้าร์แห่งวง Black Stones และในความเป็นจริงแล้ว มาร์ตินเองก็ชอบสไตล์พังก์ร็อกแบบไม่ต้องสืบ
เขาให้สัมภาษณ์ใน Weverse Magazine ถึงความชอบนี้ว่า “สิ่งที่ผมหยิบมาสวมใส่มันก็ขึ้นอยู่กับเพลงที่ผมฟังในช่วงนั้นๆ ของชีวิตด้วย อย่างตอนที่ผมอินกับเพลงร็อกที่พ่อแนะนำ ผมก็ใส่ skinny ใส่เสื้อผ้าอะไรที่มัน punkish และ grunge หรืออย่างตอนที่ผมฟังเพลงฮิปฮอปกับคนอื่นๆ เยอะมากตอนเป็นเทรนนี ผมก็บ้าใส่เสื้อผ้าใหญ่เบิ้ม ใส่ baggy และช่วงนี้ผมว่าผมก็คงไปทางอะไรที่มันพอดีตัวบ้าง และรัดรูปบ้าง”
“เวลาเราซื้อเสื้อผ้า เราจะพูดกันว่า ‘อันนั้นน่าจะเหมาะกับฉัน’, ‘นั่นมันโคตรจะฉัน’ หรือ ‘ดูดีจัด เป็นช้อยส์ที่ดี’ คือแฟชั่นมันเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความประทับใจแรก หรือแม้กระทั่งคุณไม่ได้เก่งเรื่องเลือกเสื้อผ้า แต่การได้ลองอะไรใหม่ๆ หรือค้นหาสไตล์ของตัวเอง มันจะกลายเป็นสิ่งที่บ่งบอกความเป็นคุณว่า ‘วันนี้ฉันรู้สึกยังไง? ฉันอยากใส่เสื้อผ้าสีสันหรือสีเข้มๆ กันนะ?’ แต่สมมติอยากใส่สีดำ ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณกำลังอยู่ในอารมณ์มืดทะมึนด้วย” ใช่แล้ว เพราะแฟชั่น = อิสระ มันไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวหรอก! อยากใส่อะไรใส่ จบ
หรืออย่างหนุ่มตี๋ฮิโรโนะ (มีแฟนๆ บอกว่าน้องหน้าเหมือนอาร์ตทอยฮิโรโนะ) อย่างจูฮุนที่มีคนให้ฉายาว่า ‘พี่โจ้ขาเดฟ’ เพราะเขาใส่ขาเดฟแล้วเฟี้ยวมาก ก็มีความชอบในการแต่งตัวในแบบของตัวเอง เขาเล่าว่า “จริงๆ แล้วก่อนจะเข้ามาในค่าย ผมก็ไม่ได้สนใจเรื่องแฟชั่นเท่าไหร่ครับ แต่พอผมเริ่มเห็นคนอื่นเขาแต่งตัว ผมก็เริ่มคิดว่า ‘ถ้าผมแต่งแบบนั้นบ้าง ผมก็น่าจะเท่ขึ้นนะนั่น’ ตอนแรกผมก็ใส่แบบที่คนอื่นเขาใส่นั่นแหละครับ แต่ไปๆ มาๆ ผมก็อยากจะค้นหาสไตล์ของตัวเอง” โดยสไตล์ที่เขาชอบ ณ ตอนนี้คือเสื้อผ้าที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง Hedi Slimane
อ่านมาถึงตรงนี้ คงได้เห็นความเป็นตัวของตัวเองแบบสุดๆ ของ CORTIS กันไปแล้ว และเชื่อว่านี่ก็คงเป็นอีกหนึ่งสารแทนใจวัยรุ่นยุคนี้ ที่รักในการซื้อเสื้อผ้ามือสองเป็นชีวิตจิตใจ เพราะบางทีเสื้อผ้ามันก็เป็นมากกว่าเสื้อผ้า แต่เป็นได้ทั้งความสนุก เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นเรา และเป็นเหมือนเชื้อเพลิงเติมไฟให้ชีวิตวัยรุ่นและวัยอื่นได้เช่นกัน เอาล่ะ ว่าแล้วก็ขอหยิบหูฟังมาเปิดเพลง FaSHioN แล้วไปคุ้ยของที่ตลาดปัฐวิกรณ์ ตึกแดง ไม่ก็พันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน ดีกว่า!
อ้างอิง:
https://youtu.be/42wfEs7oIP8?si=VkIQ6GSkfCLRz53f
https://magazine.weverse.io/article/view/1568?artist=CORTIS&lang=en
https://magazine.weverse.io/article/view/1572?artist=CORTIS&lang=en
https://magazine.weverse.io/article/view/1571?lang=en
https://magazine.weverse.io/article/view/1570?lang=en&artist=CORTIS
https://hypebeast.com/2025/8/bighit-cortis-what-you-want-interview-single-stream
https://www.tmrwmagazine.com/en/news/cortis-speak-on-debut-collaboration
https://newsroom.pinterest.com/en-US/news/the-2025-pinterest-fall-trend-report/
https://cf-assets-tup.thredup.com/resale_report/2025/ThredUp_Resale_Report_2025.pdf
https://www.thredup.com/resale?srsltid=AfmBOoq2S8dK9KZTdpxLcgCNWB77Rk7XETzcpizM443Wl_ysNThRi3Ej
บทความที่เกี่ยวข้อง
- Infrared Training เทรนด์ออกกำลังกายโดยใช้คลื่นความร้อนจากเเสงอินฟาเรด ที่ช่วยในการเผาผลาญ เยียวยาอาการบาดเจ็บ ผ่อนคลายความเครียด และช่วยสร้างสมาธิได้ดีขึ้น
- WHERE IS MY HUSBAND! เพลงที่สะท้อนว่า ‘คนโสด’ มักชอบกดดัน ‘สิ่งศักดิ์สิทธิ์’ ให้ส่ง ‘คู่แท้’ มาให้ จาก Raye ศิลปินสาวผู้ตั้งคำถามว่า ทุกวันนี้เรามีความสุขได้ด้วยตัวเองหรือยัง?
- ‘Buy it For Life’ ซื้อครั้งเดียวใช้ได้นาน ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย!เทรนด์การซื้อของขั้วตรงข้ามกับสายฟาสต์แฟฯ ที่โฟกัส ‘คุณภาพ’ และ ‘ความทนทาน’ อีกทางเลือกช่วยโลกลดขยะ และลดการบริโภคเกินจำเป็น
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com