โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

ครอบครัวเป็นพิษ (Toxic Family) : สร้างเด็กแบบไหนได้บ้าง?

Mood of the Motherhood

อัพเดต 10 ส.ค. 2568 เวลา 16.53 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2568 เวลา 22.00 น. • Features

ครอบครัวที่ปลอดภัยจะช่วยให้เด็กเติบโตอย่างมั่นคง เพราะการได้รับความรัก ความใส่ใจ การยอมรับ และสนับสนุนจากคนในบ้าน ก็จะค่อยๆ พัฒนาเป็นคนที่รู้จักตัวเอง เคารพตัวเอง รู้ว่าตัวเองมีคุณค่า และสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตได้แต่ในความจริงแล้ว ไม่ใช่ทุกคนจะมีครอบครัวที่ครบถ้วนสมบูรณ์ในทุกด้าน และไม่ใช่แค่ขาด แต่เด็กบางคนต้องเติบโตขึ้นมาท่ามกลาง ครอบครัวเป็นพิษ หรือ (Toxic Family) ซึ่งหมายถึง ครอบครัวที่สมาชิกแสดงพฤติกรรมไม่ดีต่อกัน จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตใจและอารมณ์ของคนอื่นในครอบครัว หรือครอบครัวที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ความขัดแย้ง การคาดหวังและกดดันมากเกินไป หรือแม้แต่การหมางเมิน ความเฉยเมย และเย็นชาต่อกันสภาพแวดล้อมแบบนี้ทำให้เด็กไม่สามารถไว้วางใจคนในบ้าน ไม่รู้สึกว่าได้รับความรักโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่เป็นตัวเอง วิตกกังวล ไม่รู้สึกเป็นที่รัก และเมื่อครอบครัวไม่สามารถเป็นพื้นที่ปลอดภัยได้ เด็กก็มักต้องออกไปหาที่พึ่งทางใจจากภายนอกเด็กที่เติบโตมาจาก ครอบครัวเป็นพิษ จึงมีกลไกป้องกันตัวบางอย่างที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อเติบโตอย่างมีความสุข เช่น พยายามทำตัวให้ดีพร้อมเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากคนในครอบครัว แต่บางคนกลับทำตัวมีปัญหาเพื่อให้มีคนสนใจ หรือบางคนก็ทำตัวร่าเริงสดใส เพื่อแบกรับอารมณ์ของคนอื่นหากเปรียบครอบครัวเป็นสารตั้งต้นในการผลิตคนประเภทต่างๆ ออกสู่สังคม ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าครอบครัวที่เป็นพิษ ก็มีส่วนสำคัญในการสร้างเด็กที่จะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ขาดความมั่นคงทางใจได้ทางจิตวิทยา มีการกล่าวถึง 5 Types of Children From Toxic Families หรือ 5 ลักษณะนิสัยของเด็กนิสัยที่เติบโตมาในครอบครัวที่เป็นพิษ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ และผู้ใหญ่รอบตัวเด็ก สามารถสังเกตและทำความเข้าใจความแตกต่างของเด็กแต่ละคน ที่เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่มีปัญหาแตกต่างกันไป ดังนี้1. Hero : วีรบุรุษของบ้าน

เด็กกลุ่มนี้มักเป็นคนที่แบกรับหน้าที่กอบกู้สถานการณ์ของครอบครัวเอาไว้ เป็นคนที่พยายามทำตัวให้ดี ให้เก่ง ให้รับผิดชอบทุกอย่างเกินวัย เพื่อชดเชยความไม่สมบูรณ์ของครอบครัว เด็กกลุ่มนี้อาจเป็นคนที่เรียนเก่ง ทำกิจกรรมดี มีความเป็นผู้นำ และเป็นที่พึ่งให้กับพ่อแม่หรือพี่น้องความเป็นจริง เด็กในกลุ่มฮีโร่นี้จะเติบโตขึ้นพร้อมกับความรู้สึกว่าความรักที่ได้รับขึ้นอยู่กับผลงาน ไม่ใช่ที่ตัวตน เด็กๆ จึงพยายามกดดันตัวเองตลอดเวลา ต้องสมบูรณ์แบบ ห้ามล้ม ห้ามผิดพลาด แม้ภายนอกจะดูเป็นคนประสบความสำเร็จ แต่ลึกๆ แล้วมักรู้สึกโดดเดี่ยว กลัวความผิดพลาด และไม่ไ้ด้มีความสุขกับการเป็นตัวเองเท่าที่ควร2. Scapegoat : แพะรับบาป

เด็กกลุ่มนี้มักถูกมองหน้าว่าเป็นตัวปัญหาของบ้าน ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไร ก็มักจะเป็นคนแรกที่ถูกต่อว่า ถูกลงโทษ หรือถูกโยนความผิดให้ก่อนเสมอเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวที่มีสภาพแวดล้อมเช่นนี้ อาจแสดงออกด้วยความก้าวร้าว ต่อต้าน เกเร หรือมีพฤติกรรมหุนหันเพราะรู้สึกว่า ‘ไม่ว่าจะทำอะไร ก็โดนว่าอยู่ดี’ บางคนเลือกปลีกตัวออกจากสังคม ไม่พูด ไม่แสดงออก เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่าพอให้ใครมาเข้าใจด้วยซ้ำ3. Caretaker หรือ Enabler : ผู้ดูแลประจำบ้าน

แคร์เทกเกอร์ หมายถึงเด็กที่จะทำหน้าที่รับผิดชอบและดูแลคนในครอบครัวโดยเฉพาะการรองรับด้านอารมณ์ และมักติดอยู่ในบทบาทหน้าที่นั้นจนละเลยความต้องการของตัวเอง มองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง และรู้สึกว่าคุณค่าของตัวเองขึ้นอยู่กับการเป็นที่พึ่งหรือทำเพื่อคนอื่นเท่านั้น4. Lost Child หรือ Dreamer : เด็กช่างฝัน

เด็กในบทบาทนี้มักเติบโตมาท่ามกลางความรู้สึกว่าไม่มีใครเห็น ไม่มีใครเข้าใจ และไม่มีพื้นที่ปลอดภัยพอให้แสดงตัวตนอย่างแท้จริง พวกเขาจึงเลือกถอยห่างจากความวุ่นวายในครอบครัว และอยู่ในโลกส่วนตัวที่ได้เป็นตัวเอง เช่น อ่านหนังสือ เล่นเกม หรืออยู่ในจินตนาการที่สร้างขึ้นเพื่อเยียวยาตัวเองแม้ภายนอกเด็กช่างฝันจะดูสงบ เรียบร้อย และไม่สร้างปัญหา แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวและความรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสำคัญ เมื่อโตขึ้น พวกเขาอาจยังคงเก็บตัว ไม่กล้าแสดงความรู้สึก ไม่กล้าขอความช่วยเหลือ และหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด เพราะกลัวว่าจะถูกมองข้ามหรือไม่เป็นที่ต้องการเหมือนอย่างที่เคยรู้สึกในวัยเด็ก5. Mascot : ตัวตลกประจำกลุ่ม

เด็กๆ ที่เลือกใช้เสียงหัวเราะเป็นเกราะกำบังความเจ็บปวด แสดงออกว่าเป็นคนขี้เล่น ร่าเริง หรือใช้ความตลกเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากสถานการณ์ตึงเครียดในบ้าน แม้ในใจลึกๆ จะไม่ได้รู้สึกสนุกหรือสบายใจเลยก็ตามเมื่อโตขึ้น เด็กลักษณะนี้อาจเป็นคนมีเสน่ห์ เข้ากับคนง่าย เป็นมิตร และทำให้ใครๆ ก็รู้สึกสบายใจเวลาอยู่ด้วย แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็มีแนวโน้มที่จะกดทับอารมณ์ด้านลบของตัวเอง ไม่กล้าแสดงความเจ็บปวด หรือขอความช่วยเหลือ เพราะกลัวว่าจะเป็นภาระหรือทำให้คนอื่นรู้สึกแย่ มักบอกตัวเองว่า ‘ไม่เป็นไร’ ทั้งที่ภายในอาจรู้สึกอ่อนแอ เหนื่อย และโดดเดี่ยวชวนมาทำความเข้าใจลักษณะนิสัยและจิตใจของเด็กๆ แต่ละประเภทมากขึ้น ผ่าน หนังสือนิทานชุด ‘ไม่มีใครครบ’ จากความร่วมมือระหว่าง M.O.M และกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ที่สามารถอ่านและดาวน์โหลดเวอร์ชั่น E-Book ได้ฟรี! ที่ https://aboutmom.co/tmf/อ้างอิงSelfcared4youtubethemindsjournalpsychologytoday

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...