“เม พรีมายา” ยัน! ฝากหุ้นไว้เพราะไว้ใจ ไม่คิดว่าจะถูกหักหลัง - ทนายเผยเปิดคลินิกใหม่ทำธุรกิจซ้ำ เสี่ยงผิดกฎหมาย “ค้าแข่ง-แย่งลูกค้า”
“เม พรีมายา” ยัน! ฝากหุ้นไว้เพราะไว้ใจ ไม่คิดว่าจะถูกหักหลัง ลั่นไม่เคยคิดขายธุรกิจหลักแค่ 3 แสน - ทนายเผยเปิดคลินิกใหม่ทำธุรกิจซ้ำ เสี่ยงผิดกฎหมาย “ค้าแข่ง-แย่งลูกค้า”
หลังจากที่ เม พรีมายา นักธุรกิจและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ออกมาเปิดใจในรายการโหนกระแส ถึงปัญหาธุรกิจคลินิกเสริมความงาม โดยระบุว่าตัวเองถูกหุ้นส่วน “ฮุบกิจการ” บีบให้โอนหุ้นและถอดชื่อออกจากบริษัท ก่อนถูกกันออกจากการบริหารทั้งหมด
ด้าน Dermatige Aesthetics คลินิกคู่กรณี ก็ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจง 2 ฉบับ ยืนยันว่าไม่มีการเอาเปรียบหรือบิดเบือนข้อมูลใด ๆ พร้อมย้ำถึงความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ
ต่อมาในวันที่ 6 ตุลาคม 2568 ช่วงบ่าย ยาย่า เขมณัฏฐ์ ชุลีเกียรติ หนึ่งในคู่กรณี ได้ปรากฏตัวในรายการ โหนกระแส พร้อมทนายความ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงของฝั่งตนเอง และหลังจากจบรายการในเวลา 17.00 น. ยาย่า เขมณัฏฐ์ พร้อม หมอต่อ และทีมทนาย ได้จัดแถลงข่าวเพิ่มเติมกับสื่อมวลชน
ขณะเดียวกันในวันเดียวกัน เวลา 19.15 น. เม พรีมายา พร้อมด้วย สามี แซก สิทธานต์ , ไอซ์ อาภาาภัทร ชูสุวรรณ์ และทนาย พินิจ ลักษณวิเศษฎ์ เปิดห้องแถลงข่าวกับสื่อมวลชนชี้แจงในหลายประเด็น หนึ่งในนั้นคือเรื่องการฝากหุ้น ยืนยันว่าไม่ได้ขายหุ้นให้คู่กรณีแน่นอน
รู้สึกยังไงที่เขาบอกว่าไม่สะดวกใจที่จะเจอเรา?
เม : “เมว่าถ้านั่งอยู่ตรงนั้น เมสามารถจะเปิดหลักฐานหรือเปิดไทม์ไลน์ให้เขาดูได้ตลอดเวลา มันอาจจะทำให้เขาเสียสมาธิ อาจทำให้ทนายไม่สามารถทำเส้นเรื่องที่เขาต้องการที่จะสื่อสารได้ เขาต้องการบอกประชาชนไปในเส้นเรื่องแบบนั้น มันอาจจะทำให้เรื่องที่เขาเล่าดูไม่เป็นจริงได้”
เรายืนยันว่าเราฝากหุ้นในปี 2566 แต่เขายืนยันว่าเราขายหุ้น?
เม : “วันนี้เขาต้องออกมาในรูปแบบนี้ เพราะว่าเขาต้องสู้ให้ร้อกับสิ่งที่เขาเอาตัวรอดจากข้อกล่าวหา จากสิ่งที่เราตั้งฟ้องเขาในอนาคต วันนี้เขาจะไม่ชี้แจงประเด็นอื่น เขาต้องทำให้เราไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนี้ เขาถึงจะต้องไม่ถูกเมดำเนินคดีทางกฎหมาย หนูก็งงเหมือนกันไม่ต่างอะไรจากสังคม มันมีเรื่องนี้เกิดขึ้นด้วยหรอ วันนี้เขามาบอกว่าเมไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย”
ที่เขาบอกว่าเป็นการซื้อหุ้นจากเราจริงๆ คุณเมน่าจะมีที่ปรึกษาในการมีหลักฐาน?
เม : “ตอนนั้นเมก็ไม่ได้มีที่ปรึกษา บ้านๆง่ายๆ ทำธุรกิจกับเพื่อน ไม่ได้คิดว่าการฝากหุ้นไว้ครั้งนี้จะต้องมาเจอปัญหาหรือการทรยศการหักหลัง หรือปัญหา ณ วันนี้เหมือนกัน เราฝากไว้ด้วยความไว้ใจ เราไม่ได้คิดเลยว่าวันนี้คุณจะกล้าออกมานั่งแถลงการณ์ในสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เราไม่เคยคิดสิ่งนี้เหมือนกัน วันนั้นเมไม่ได้มีที่ปรึกษา เขาบอกฝากหุ้นไว้ก่อนไหม งั้นฝาก ก็เลยฝากไว้เฉลี่ยเท่าๆ กัน คุณหมอพูดว่าถ้ากูโกงมึงก็มาตั้งไลฟ์แฉได้เลย โมเมนต์เพื่อนคุยกัน เราอยู่กันแบบนี้มาโดยตลอดเลยไม่ได้ต้องร่างหนังสือทำสัญญา”
เราฝากเขาไว้ แต่วันนี้เขามาพูดว่าเราขายให้เขา?
เม : “หนูมีแค่สองธุรกิจที่ทำรายได้ หล่อเลี้ยงตัวเองและครอบครัว พรีมายาเจ๊ง เหลือธุรกิจคลินิกที่เป็นหลัก หนูถามจริงๆ ถ้าหนูขาย 300,000 บาท วันนั้นหนูทำเรื่องวุ่นวายไปศาล แก้ปัญหาชีวิต มันก็ไม่พอแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่หนูจะเอาตัวเองออกมาจากธุรกิจหลักของหนูในราคา 300,000 บาท”
ตั้งแต่เกิดเรื่องได้ออกมาทบทวนไหม ว่าทำไมเขาถึงบอกว่าเราขาย?
สามี : “ไม่มีครับ ไม่มีอะไรยืนยันได้เลย เพราะว่าในเอกสารยืนยันว่าเงินสด แล้วเราก็ไม่ได้รับเงินก้อนนั้น เพราะว่าไม่ได้เป็นการซื้อขายหุ้นครับ ยืนยันว่าเป็นการฝากหุ้น แล้วกระจายเข้าไปสามคน”
เม : “ตอนนั้นมันต้องทำเอกสารตัวนั้นอยู่แล้ว แล้วหนูมีเอกสารอะไรที่ยืนยันว่าไม่ได้เกิดสิ่งนั้นขึ้น ก็คือปันผลจากต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพราะถ้าขายขาดหนูจะไม่มีสิทธิ์ได้ และไม่มีสิทธิ์กลับเข้าถือเหมือนเดิม ที่บอกว่าคุณไอซ์ไปซื้อหุ้น อันนี้เรื่องใหม่กับหนูมาก ว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้นได้ยังไง อย่างที่คุณหมอต่อพูดมาว่าขอไปพิสูจน์ก่อนว่าแชทนั้นจริงหรือเปล่า หมอต่อเป็นคนรีเควสท์ให้น้องเข้าไป“
ไอซ์ : “ไม่ได้เป็นการซื้อหุ้น แต่เป็นการรับหุ้นต่อจากพี่เม ให้เอาหลักฐานมาได้เลยว่าไอซ์เป็นคนซื้อหุ้น”
เม : “เรื่องนี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย เป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่วันนึงธุรกิจเติบโตขึ้น เป็นหลักร้อยล้าน มันเลยแย่งผลประโยชน์กันเท่านั้น เรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย”
เขาทราบไหมว่าคุณไอซ์รับหุ้นมา เพราะว่าถือครองแทนคุณเม หุ้นส่วนที่เหลือทราบไหม?
ไอซ์ : “ทราบค่ะ เพราะมี option ที่เป็นไอซ์เอง คนที่มารับหุ้นต่อจากพี่เมต้องเป็นไอซ์”
เม : “จริงๆ แล้วน้องไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย หุ้นส่วนทั้ง 3 ท่านรู้จักน้องอยู่แล้ว น้องไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจอะไรเลย เขาบอกเป็นชื่อน้องไอซ์นะ มีเลยยกหูหาน้องบอกให้เป็นชื่อเธอนะ ทุกอย่างก็แค่นี้ ในความเป็นจริงไม่ได้ซับซ้อนเลย คือเมออกจากหุ้น เมฝากเงินไว้ มีกลับเข้าไปถือ เมได้มาสอง option ก็คือที่หมอพิมพ์มา แล้วก็ขอเป็นชื่อน้องนะ เรื่องมันมีเท่านี้เลย”
การฝากหุ้นกับการขายหุ้นในทางกฎหมายตามความเข้าใจมันมีผลยังไงบ้าง?
ทนาย : “พอมีปัญหาในเรื่องส่วนตัว ทางนั้นเลยทำอะไรก็แล้วแต่ไม่ให้บริษัทมีชื่อของคุณเม ไม่ให้คุณเมมีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้นเขาเลยให้คุณเมออก วิธีการที่จะให้ออกก็คือทำให้สังคมรับทราบเหมือนกันว่าคุณเมย์ได้ออกจากหุ้นจริง ทำเป็นสัญญาซื้อขายแล้วก็ทำให้คุณเมได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัท นั่นก็คือสิ่งที่เขาให้คุณเมทำ ในส่วนของน้องไอซ์มาถือหุ้นในช่วงที่คุณเมได้มาโอนหุ้นคืน พอคุณเมโอนหุ้นคืน ทางโน้นเขาก็คืนให้ จริงๆ ไม่มีการขอซื้อ ไม่มีการจ่ายเงิน ในเมื่อความจริงเป็นแบบนี้ เลยเชื่อใจว่ายังไงก็คงไม่มีปัญหา หลังจากน้องไอซ์เข้ามาถือหุ้นแทน ก็จะที่เขาทำไม่ถูกต้องอยู่หลายส่วน เขาเลยต้องทำเรื่องเป็นลักษณะของการซื้อขายหุ้น คุณเมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทำไมต้องมายุ่งเกี่ยวกับบริษัท เขาต้องการตัดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง การที่เขาไปตั้งบริษัทใหม่ เมื่อทำธุรกิจอย่างเดียวกัน ในทางกฎหมายเขาห้ามไม่ให้กรรมการของบริษัทค้าแข่ง การที่เขาไปตั้งบริษัทใหม่กรรมการเป็นเหมือนเดิม
แต่ผู้ถือหุ้นค่ะน้องไอซ์ไปหรือขาดคุณเมย์ไปในส่วน 25% นี้ เขาไปทำกิจการประเภทเดียวกัน ตัวเองได้ผลประโยชน์ พยายามทำอะไรก็แล้วแต่เพื่อไม่ให้น้องเมอยู่ในวงการนี้ เลยพยายามอ้างว่าเขาซื้อขายหุ้นเสร็จเด็ดขาด เขาสามารถทำอะไรก็ได้ แต่เขามาติดล็อคของข้อกฎหมายว่า ห้ามทำการค้าแข่ง ต้องดูว่ากิจการประเภทเดียวกันไหม หมอชุดเดียวกันไหม ฐานลูกค้าอย่างเดียวกันไหม ถ้าไม่ใช่ทำไมคุณต้องไปแจ้งกับลูกค้าเก่าว่าฉันไปเปิดกิจการใหม่ ไปแจ้งเอาลูกค้าของบริษัทเก่าไป ไม่ใช่แค่การค้าแข่ง แต่เป็นการแย่งลูกค้าของบริษัทเก่าด้วยซ้ำ นั่นคือเหตุผลที่เขาบอกปิดบริษัท ชำระบัญชี เขาอ้างว่าธุรกิจไปไม่ได้ ไม่มีผลกำไร กำไรเดือนนึง 40-50 ล้าน แล้วคุณมีเหตุผลอะไรที่ต้องปิดบริษัท นั่นคือคุณอยากให้บริษัทใหม่เติบโต ให้บริษัทเก่าตาย
แค่นั้นเอง คือสิ่งที่เขาทำ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เม พรีมายา” ยัน! ฝากหุ้นไว้เพราะไว้ใจ ไม่คิดว่าจะถูกหักหลัง - ทนายเผยเปิดคลินิกใหม่ทำธุรกิจซ้ำ เสี่ยงผิดกฎหมาย “ค้าแข่ง-แย่งลูกค้า”
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th