ธปท.แก้ ปลดล็อกธุรกรรมไวไม่เกิน 1 วัน พบมิจฉาชีพเนียนโทรขอปลดล็อกเพียบ
ธปท.ปลดล็อกบัญชีที่ถูกระงับไวจากเดิม 3-7 วัน เหลือไม่เกิน 1 วันทำการ ขอไม่เกินก.ย.68 จะปรับการตรวจสอบแม่นยำลดผลกระทบผู้บริสุทธิ์ เผยม้าเนียนจาก 100 เคสที่ขอปลดล็อกมีเพียง 11 เคสที่เป็นคนสุจริตจริง
เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2568 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงJoint Media Briefing: ความคืบหน้ามาตรการจัดการบัญชีม้า โดยนางสาวดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ธปท. ตระหนักถึงผลกระทบจากมาตรการจัดการบัญชีม้าโดยได้หารือกับหน่วยงานต่าง ๆ และเร่งแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อลดผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์
โดยแนวคิดของมาตรการแก้ปัญหาบัญชีม้าคือการมุ่งการต่อเส้นเงินต้องสงสัยที่ต้องมีการตามอายัดหรือระยับธุรกรรมทุจริต ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการทั้งหมดต้องรักษาสมดุลระหว่างการช่วยเหลือเหยื่อให้สูญเสีย น้อยที่สุด กับความสะดวกในการใช้บริการ Mobile banking ของประชาชนทั่วไป
ที่ผ่านมา มาตรการแก้ไขบัญชีม้ามีออกมาต่อเนื่อง แต่ยังมีผู้เสียหายจำนวนมาก ดังนั้น ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และ ธนาคารพาณิชย์ (ธพ.) ได้เพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาบัญชีม้า
จำนวนบัญชีต้องสงสัยเพิ่ม
นางสาวดารณี เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนส.ค.2568 จำนวนบัญชีที่มีธุรกรรมต้องสงสัยรายสัปดาห์เพิ่มขึ้นจากเดิมที่อยู่ราว 12,000 บัญชีเป็นราว 14,000 บัญชี ซึ่งการที่เพิ่มขึ้นมาจากขยายตรวจสอบเส้นทางเงินจากเดิมที่จะอยู่ในระบบบัญชีธนาคารและบัญชีคริปโทฯ ได้เพิ่มบัญชี e-Moneyเข้ามาในการตรวจสอบด้วยทำให้กวาดเส้นทางเงินต้องสงสัยได้มากขึ้น แต่อาจจะมีบางส่วนที่เป็นเส้นเงินที่เกี่ยวข้องกับผู้บริสุทธิ์ด้วย
โดยด้วยการขยายขอบเขตการติดตามเส้นเงินในการทำทุจริต เพื่อกักเงินมาคืนเหยื่อ/ผู้เสียหายให้ได้มากที่สุดอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ในเส้นเงินมากขึ้น โดยได้พยายามลดผลกระทบที่เกิดจากผู้บริสุทธิ์
“พฤติกรรมของมิจฉาชีพพัฒนาอยู่ตลอดเวลา จากมาตรการปราบปรามบัญชีม้า ปัจจุบันทำให้บัญชีม้าหายากขึ้นก็ไปโผล่ที่บัญชีคริปโทฯ หรือ บัญชี e-Money และล่าสุดลามไปสู่ร้านค้าโดยใช้วิธีซื้อสินค้าเพื่อนำเงินออก ซึ่งเป็นการลากผู้บริสุทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้องกับเส้นเงิน พยายามที่จะดูแลผู้บริสุทธิ์อย่างเต็มที่”
ทั้งนี้ธปท. ได้หารือกับ ศปอท. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง) กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และ ธพ. เห็นชอบร่วมกัน ที่จะปรับแนวทางการระงับธุรกรรมและกระบวนการปลดการระงับ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยในส่วนของภาคธนาคาร ธปท. ได้ให้ ธพ. ดำเนินการดังนี้
- ลดระยะเวลาการปลดการระงับให้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอให้ถึง 72 ชั่วโมง หรือ 3 -7 วันแล้วแต่กรณีตามที่กำหนดใน พ.ร.ก. โดย ธพ. จะตรวจสอบข้อมูลของผู้ได้รับผลกระทบ ที่ได้รับจาก ศปอท. โดยเร็วที่สุดภายใน 1 วัน ไม่เกินกว่า 4 ชั่วโมง ต่อรอบ (วันละ 3 รอบ คือ รอบ 11.00, 13.00,19.00 เพื่อส่งกลับให้ศปอท. ประมวลผล (ไม่เกิน 2 ชั่วโมง) และส่งกลับมาแจ้ง ธพ. เพื่อปลดการระงับ ธุรกรรม
- เร่งปรับการ แจ้ง ผู้ถูกระงับธุรกรรมให้มีความชัดเจน ถึงลักษณะการถูกระงับและสิ่งที่ผู้ได้รับผลกระทบนั้นต้องทำต่อ และให้เป็นมาตรฐานยิ่งขึ้น
“สิ่งที่ธปท.และธนาคารพยายามทำคือการปรับความสมดุลระหว่างการปราบปรามบัญชีม้าและการดูแลผู้บริสุทธิ์ ที่นอกจากจะแก้ไขให้ปลดล็อคได้ไว มาตรการอีกเรื่องที่ธปท.และแบงก์จะเร่งทำคือการตรวจสอบบัญชีในเส้นเงินที่น่าสงสัยให้แม่นยำมากขึ้นเพื่อลดการกระทบกับธุรกรรมของผู้บริสุทธิ์ ซึ่งการปรับให้แม่นยำนี้จะเริ่มได้ภายในสิ้นเดือนก.ย.2568”
ปลดระงับธุรกรรมโทร 1441 กด 2
นางสาวดารณี กล่าวอีกว่า หากประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายแต่ถูกระงับบัญชีสามารถติดต่อ ศูนย์ AOC โทร. 1441 กด 2 เพื่อดำเนินการเพิกถอนการระงับและคืนสิทธิ์ตามขั้นตอน โดยในการพิจารณาปลดระงับจะต้องดู ว่า มีเส้นทางการเงินที่รูปแบบทางการเงินของบัญชีว่ามีลักษณะเป็นการทำธุรกรรมปกติหรือไม่ ต้องไม่ใช่บัญชีม้าในกลุ่มม้าสีต่างๆ
เจ้าของบัญชีมีรายชื่อเกี่ยวข้องกับการอายัดบัญชีของ ปปง. และตำรวจหรือไม่ จำนวนเงินเคลื่อนไหวในบัญชีต้องเป็นรายได้ปกติ
“เกณฑ์ในการพิจารณาปลดล็อคจะเป็นเกณฑ์กลางที่ปรับได้เรื่อยๆ และมีบางเรื่องที่จะพิจารณากันภายในเองไม่สามารถระบุได้ชัดเพราะไม่ให้มิจฉาชีพรู้ตัว ส่วนที่มีการอ้างว่าต้องเคลื่อนไหวไม่ถึง 3,000 บาทถึงจะไม่ใช่บัญชีม้า ต้องบอกว่าไม่เป็นความจริง”
ทั้งนี้จากเมื่อวาน (14 ก.ย.2568) ที่ได้เปิดศูนย์ AOC รับแจ้งปลดระงับธุรกรรมพบว่าจำนวนที่โทรมา 100 รายสามารถปลดได้ 11 รายที่ระบุได้ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์หรือ 10% แต่ที่เหลือไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นธุรกรรมที่สุจริตจึงไม่สามารถปลดการระงับได้ ซึ่งในเรื่องนี้เป็นความท้าทายเพราะพบว่ามิจฉาชีพพยายามแฝงตัวเข้ามาเพื่อปลดล็อคบัญชีม้าด้วยเช่นกัน
“การระงับธุรกรรมจะทำกับธุรกรรมที่อยู่ในเส้นทางเงินน่าสงสัยและจำนวนเงินที่น่าสงสัยเท่านั้น ดังนั้นแม้ผู้บริสุทธิ์อาจจะถูกระงับธุรกรรมแต่ยังสามารถใช้เงินสุจริตได้ตามปกติ ซึ่งในเรื่องร้านค้ารับชำระที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมต้องสงสัยยังสามารถใช้ได้ตามปกติเช่นกัน”
ทั้งนี้ ย้ำว่าเป็นการระงับธุรกรรมไม่ใช่การอายัดบัญชี เพราะการอายัดบัญชีต้องทำโดยตำรวจออกคำสั่งอายัดการถูกอายัดบัญชีในกรณีการกระทำทุจริตทางการเงิน จะต้องเป็นผู้ที่มีหมายอายัดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ปปง. ได้พิสูจน์ความผิดแล้ว โดยการปลดอายัดในกรณีนี้จะมีกระบวนการ ที่ต่างออกไปจากการถูกระงับธุรกรรมข้างต้น
สำหรับการพิจารณาระงับธุรกรรมในเส้นเงิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งปรับกระบวนการเพื่อลดผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์โดยเร็ว ขณะที่ยังต้องดูแลเหยื่อให้ยังได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสม
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- (15 ก.ย. 68) ปลัดดีอีแจงปม "อายัดบัญชี" ชี้แค่ระงับธุรกรรมชั่วคราว ย้ำประชาชนใช้บัญชีได้ตามปกติ
- (15 ก.ย. 68) ผอ.ศปอท.ให้ “ศูนย์ AOC 1441” เป็นผู้ตรวจสอบ-ถอนอายัดบัญชีถูกระงับชั่วคราว
- (14 ก.ย. 68) ปลัดดีอี แจงชัด “ระงับเส้นทางเงิน” ไม่ใช่อายัดบัญชี เปิดช่องทางช่วยปลดล็อก
- (13 ก.ย. 68) ธปท.- ศปอท. – แบงก์ ถกหารือแก้ปัญหา อายัดบัญชี พรุ่งนี้ หลังปราบบัญชีม้ากระทบคนสุจริต
- (12 ก.ย. 68) ธปท. แจง 2 สาเหตุยอดเงินบัญชีติดลบ เร่งแก้ปลดอายัดบัญชี ล่าช้า