การกลับมาของ ‘มุกตลกเชิงบูลลี่’ ? เมื่อเทรนด์ฮิต TikTok เต็มไปด้วยการเหยียดคนอื่น ซึ่งอาจนำไปสู่ค่านิยมแบบเดิมๆ ที่ส่งเสริมการบูลลี่ในนามของเสรีภาพ
“เผลอวีนเพื่อน/แฟนบ่อย จนลืมไปว่าเขาก็คือเด็กออทิสติกคนหนึ่ง”
“ว่ากูหน้าบ้านนอก เลขบัตรประชาชนนำหน้าด้วย 11 เหมือนกูยัง”
“คนอีสานอธิบายหน่อย”
ข้อความข้างต้นมาจากเทรนด์ฮิตใน TikTok ซึ่งมีผู้คนจำนวนมากเผยแพร่คลิปวิดีโอหรือแสดงความคิดเห็นในลักษณะเดียวกัน โดยผู้ชมบางส่วนไม่ได้มองว่าคำพูดเหล่านี้เป็นปัญหา เมื่อคลิปแรกได้รับความนิยมและยอดเอนเกจเมนต์ที่ดี ส่งผลให้เกิดการผลิตซ้ำเกี่ยวกับคอนเทนต์และคอมเมนต์ทำนองนี้ จนดูเหมือนเป็นเรื่องปกติบนแพลตฟอร์ม TikTok ขณะที่ก็มีอีกหลายเสียงที่ตั้งคำถามว่า นี่เป็นการเล่นมุกที่เกินขอบเขตหรือไม่?
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า คนไทยเริ่มกลับมาเล่นมุกตลกเชิงบูลลี่อีกครั้ง หลังจากที่ช่วงประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว ผู้คนเคยตระหนักถึงปัญหาการบูลลี่และประเด็นความเท่าเทียมมากกว่านี้ จนก่อให้เกิดการเรียกร้องต่างๆ มากมายขึ้น หนึ่งกรณีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การแบนนักแสดงศิลปินที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการบูลลี่เพื่อนวัยเด็ก การใช้ความรุนแรง การนอกใจ การคุกคามทางเพศ หรือการเล่นมุกตลกในเชิงเหยียดหยามผู้อื่น เป็นต้น
มาถึงตอนนี้ หลายคนเริ่มเบื่อความ PC และชินชากับการเหยียดผู้อื่นบนโลกออนไลน์ โดยมองว่าการล้อเลียนเป็นเพียงเรื่องตลกขบขัน แต่พฤติกรรมเช่นนี้อาจพาเราวนกลับไปสู่ค่านิยมแบบเดิมๆ ทำให้เด็กรุ่นใหม่มองข้ามการเคารพผู้อื่น และไม่ตระหนักถึงปัญหาทางสังคม ว่าคำพูดที่ดูเหมือนขำขัน อาจสร้างอคติหรือบาดแผลต่อคนบางกลุ่มหรือใครคนหนึ่ง
โดยคอนเทนต์ “เผลอวีนเพื่อน/แฟนบ่อย จนลืมไปว่าเขาก็คือเด็กออทิสติกคนหนึ่ง” มักมาพร้อมคลิปหรือภาพที่สื่อให้ดูตลก ซึ่งถือเป็นการสร้างภาพจำที่ผิดเพี้ยนเกี่ยวกับกลุ่มผู้มีอาการออทิสติก (Autism Spectrum Disorders: ASD) เพราะกลุ่มผู้มีอาการนี้อาจไม่ได้แสดงพฤติกรรม หรือกิริยาท่าทางเช่นนั้น คำพูดดังกล่าวจึงอาจทำร้ายและสร้างบาดแผลทางใจให้แก่พวกเขา
ขณะที่คอนเทนต์ “ว่ากูหน้าบ้านนอก เลขบัตรประชาชนนำหน้าด้วย 11 เหมือนกูยัง” ซึ่งในที่นี้เจ้าของคลิปต้องการบอกว่าตัวเองเกิดที่กรุงเทพมหานคร การใช้คำว่า ‘บ้านนอก’ จึงไม่ต่างอะไรกับการดูถูกเหยียดหยามคนต่างจังหวัดว่าล้าสมัย ทั้งที่จริงแล้ว ปัญหาดังกล่าวสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียมเชิงโครงสร้าง ที่ทำให้ความเจริญกระจุกตัวอยู่เพียงในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ
หมายเหตุ: จริงๆ แล้ว รหัสจังหวัดในเลขบัตรประชาชนคือหลักที่ 2-3 ซึ่งกรุงเทพมหานครคือเลข 10
รวมถึงการแสดงความคิดเห็นว่า “คนอีสานอธิบายหน่อย” ในคลิปต่างๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับภาคอีสาน ซึ่งหลายครั้งไม่เหมาะสมกับบริบท เช่น การคอมเมนต์ใต้คลิปที่เล่าถึงการสูญเสีย เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นการเหยียดทางอ้อม โดยเหมารวมลักษณะพฤติกรรมของคนภาคอีสาน และเลือกปฏิบัติผ่านการพาดพิงที่เจาะจงเฉพาะกลุ่มคนอีสานเท่านั้น
เทรนด์ฮิตใน TikTok ที่กล่าวไปข้างต้นจึงเปรียบเสมือนการตอกย้ำอคติที่มีต่อกลุ่มคนชายขอบในสังคม ไม่ว่าจะเป็นคนต่างจังหวัดหรือผู้พิการ โดยที่ฝั่งคนที่พิมพ์ไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบแง่ลบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้ถูกล้อเลียน มันจะดีกว่าไหม? หากเราหยุดส่งต่อ ‘วัฒนธรรมการเหยียดที่แฝงอยู่ในมุกตลก’ และเห็นอกเห็นใจคนอื่นๆ ที่อยู่ร่วมกันในสังคมให้มากขึ้น
ท้ายที่สุดแล้ว การบูลลี่ไม่ควรถูกกลบทับด้วยคำว่าเสรีภาพ เมื่อการเคารพขอบเขตและตัวตนของคนอื่นๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรมาพร้อมการใช้เสรีภาพเช่นกัน
บทความต้นฉบับได้ที่ : การกลับมาของ ‘มุกตลกเชิงบูลลี่’ ? เมื่อเทรนด์ฮิต TikTok เต็มไปด้วยการเหยียดคนอื่น ซึ่งอาจนำไปสู่ค่านิยมแบบเดิมๆ ที่ส่งเสริมการบูลลี่ในนามของเสรีภาพ
บทความที่เกี่ยวข้อง
- การกลับมาของ ‘มุกตลกเชิงบูลลี่’ ? เมื่อเทรนด์ฮิต TikTok เต็มไปด้วยการเหยียดคนอื่น ซึ่งอาจนำไปสู่ค่านิยมแบบเดิมๆ ที่ส่งเสริมการบูลลี่ในนามของเสรีภาพ
- การกลับมาของ ‘มุกตลกเชิงบูลลี่’ ? เมื่อเทรนด์ฮิต TikTok เต็มไปด้วยการเหยียดคนอื่น ซึ่งอาจนำไปสู่ค่านิยมแบบเดิมๆ ที่ส่งเสริมการบูลลี่ในนามของเสรีภาพ
- สาวหยิกแก้ม แจ็คสัน หวังซึ่งเท่ากับการล่วงละเมิดทางเพศ ขณะที่บางคนสะใจ ที่เธอโดนหยิกหน้ากลับ ซึ่งชวนให้ตั้งคำถามว่าเป็นศาลเตี้ยหรือไม่??
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com