[Vision Exclusive] NYT จ่อชิงท่าเรือ A5 มั่นใจศักยภาพแกร่ง
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 14 ต.ค. 2568 เวลา 18.15 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2568 เวลา 17.01 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - NYT เตรียมเข้าร่วมประมูลสัญญาท่าเทียบเรือ A5 ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งจะหมดอายุเดือนเมษายน 2569 ชี้สัญญาดังกล่าวมีความสำคัญสูงสุดต่อบริษัท คิดเป็นรายได้หลักราว 75–80% ของกลุ่ม มั่นใจศักยภาพและประสบการณ์ยาวนานกว่า 25 ปี หนุนความพร้อมสู้ประมูลเต็มที่ พร้อมเดินหน้ากระจายความเสี่ยงสู่ธุรกิจ คลังสินค้า พื้นที่กว่า 400,000 ตร.ม. มีลูกค้าใช้บริการแล้วกว่า 90% มองเศรษฐกิจปีหน้าฟื้น หนุนปริมาณส่งออกรถยนต์ไทยเพิ่มขึ้น
แหล่งข่าวในวงการอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) หรือ NYT อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเข้าร่วมการประมูล สัญญาท่าเทียบเรือ A5 ซึ่งจะสิ้นสุดอายุในเดือนเมษายน ปี 2569 โดยแหล่งข่าวระบุว่า สัญญาดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อบริษัท เนื่องจากท่าเทียบเรือ A5 ถือเป็นแหล่งรายได้หลัก คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 75–80% ของรายได้รวมของกลุ่ม
สำหรับท่าเทียบเรือ A5 เป็น ท่าเทียบเรือเพื่อการส่งออกและนำเข้ารถยนต์ (Roll-on/Roll-off: Ro/Ro) และสินค้าทั่วไป ตั้งอยู่ในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ปัจจุบัน NYT เป็นผู้ให้บริการท่าเทียบเรือที่มีปริมาณการส่งออกรถยนต์มากที่สุดในประเทศไทย ครองส่วนแบ่งตลาดเฉลี่ยราว 80% ของจำนวนรถยนต์ส่งออกทั้งหมดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ให้บริการหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ท่าเทียบเรือ พื้นที่ฝากเก็บสินค้าและเตรียมความพร้อมก่อนส่งออก และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลัก โดยท่าเทียบเรือ A5 มีศักยภาพรองรับการขนถ่ายรถยนต์ได้สูงสุด 1.5 ล้านคันต่อปี และสามารถรองรับสินค้าขนาดใหญ่หรือมูลค่าสูง (Project Cargo) ได้อีกด้วย
โดยมองว่า NYT เป็นบริษัทที่มีความมั่นใจในศักยภาพและความเชี่ยวชาญในธุรกิจนี้ ซึ่งดำเนินการมาอย่างยาวนานกว่า 25 ปี และต่ออายุสัญญามาแล้วอีก 5 ปี เชื่อว่าปัจจัยด้านประสบการณ์และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้ NYT มีความพร้อมและมีโอกาสสูงในการชนะการประมูลครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน NYT ยังได้รับผลกระทบจากภาพรวมของ อุตสาหกรรมยานยนต์ที่ชะลอตัว รวมถึงปริมาณการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าที่ลดลง ส่งผลให้จำนวนรถยนต์ที่ผ่านการให้บริการท่าเทียบเรือในช่วงเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 70,000 คัน ขณะเดียวกัน บริษัทคาดหวังว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นในระยะถัดไป ซึ่งจะส่งผลบวกต่อปริมาณการส่งออกรถยนต์ของประเทศ ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับกลยุทธ์เพื่อกระจายความเสี่ยง โดยขยายไปสู่ธุรกิจ ให้บริการคลังสินค้า ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ให้บริการกว่า 400,000 ตารางเมตร และมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการแล้วกว่า 90% ของพื้นที่ทั้งหมด โดยลูกค้าครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม นอกจากนี้ หากมีโอกาสและความเหมาะสมในการขยายคลังสินค้าเพิ่มเติม บริษัทจะพิจารณาการลงทุนต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ช่วยสนับสนุนและสร้างรายได้เสริมให้กับบริษัทในระยะยาว