โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“กกพ.”สั่ง ดูแลไฟฟ้าในพื้นที่พิพาทไทย-กัมพูชาเต็มกำลัง

INN News

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 09.16 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 02.16 น. • INN News

"กกพ."สั่งหน่วยงานในกำกับฯ ร่วมมือดูแลไฟฟ้าในพื้นที่พิพาทไทย-กัมพูชาเต็มกำลัง ไม่ให้ขัดข้อง

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ได้รับรายงานผลกระทบ และความเสียหายจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยบริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ (สุรินทร์ 2) จำกัด ตั้งอยู่ที่ตำบลนานวน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ได้รับความเสียหาย จากแรงระเบิดของกระสุนปืนใหญ่ตกในพื้นที่โครงการ ส่งผลให้เกิดหลุมขนาดใหญ่และแผงเซลล์แสงอาทิตย์ได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ "เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 สำนักงาน กกพ. เบื้องต้นได้สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่ ที่เกี่ยวข้องได้เข้าสำรวจ ตรวจสอบความเสียหายของโรงไฟฟ้าและผู้ผลิตไฟฟ้า รวมทั้งได้กำชับให้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อเฝ้าระวังและดำเนินการแก้ไขปัญหาผลกระทบในการให้บริการกระแสไฟฟ้าที่อาจขัดข้องจากเกิดจากเหตุพิพาทและการสู้รบ ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ให้สามารถประสานความร่วมมือแก้ไขปัญหากับการไฟฟ้าในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที ดูแลผลกระทบที่อาจเกิดต่อการดำรงชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่ น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง" นายพูลพัฒน์ กล่าว สำหรับพื้นที่พิพาทดังกล่าวอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของสำนักงาน กกพ. ประจำเขต 5 (อุบลราชธานี) ซึ่งดูแลพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และสำนักงาน กกพ. ประจำเขต 6 (นครราชสีมา) ซึ่งรับผิดชอบจังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ โดยส่วนใหญ่จะมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar), ชีวมวล (Biomass), ชีวภาพ (Biogas) ตลอดจนผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP), ผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) และระบบผลิตไฟฟ้าใช้เอง (IPS) ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งได้เข้าตรวจสอบผลกระทบและความเสียหายต่อโรงไฟฟ้าทุกประเภทในพื้นที่และยังไม่พบ ผลกระทบหรือความเสียหายเพิ่มเติม ทั้งนี้ สำนักงาน กกพ. ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ และขอแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น พร้อมยืนหยัดดูแลระบบไฟฟ้าในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง ขอให้พี่ น้องประชาชนวางใจ สำนักงานฯ ยังคงติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง มีความพร้อมเต็มที่ในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดูแลลดผลกระทบ ที่อาจเกิดจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ดังกล่าวให้เกิดผลกระทบและความเสียหายให้น้อยที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าระบบผลิตไฟฟ้ายังสามารถเดินเครื่องและผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนเข้าสู่ระบบได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามพื้นที่เขต 5 จังหวัดศรีสะเกษ ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าจำนวน 6 แห่ง กำลังการผลิตรวม 31.03 เมกะวัตต์ และพื้นที่เขต 6 จังหวัดสุรินทร์ มีโรงไฟฟ้าจำนวน 11 แห่ง กำลังการผลิตรวม 122.76 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ ประเทศกัมพูชามีพรมแดนติดกับประเทศไทยจำนวน 7 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, อุบลราชธานี, จันทบุรี และตราด โดยจังหวัดสระแก้วมีพรมแดนที่ติดกับกัมพูชามากที่สุด คือ จังหวัดบันทายมีชัย หากประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบหรือพบปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง เช่น ไฟตกหรือไฟดับ สามารถแจ้งเหตุได้ที่ศูนย์ให้บริการด้านข้อมูลข่าวสาร โทร. 1204 หรือ โทรศัพท์ 0-2207-3599

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...