โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดประวัติ “ฌอน โอนีล” ว่าที่ทูตสหรัฐคนใหม่สายแข็ง ส่งสัญญาณตรงถึงไทย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 21.20 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 04.20 น.

“ฌอน โอนีล” ว่าที่เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาคนใหม่ ได้รับการเสนอชื่อจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้มาดำรงตำแหน่งสำคัญในกรุงเทพมหานคร ในช่วงที่ภูมิรัฐศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังร้อนระอุ โดยฌอน โอนีลเคยรับราชการในกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาหลังเหตุการณ์ 9/11 และมีประสบการณ์ภาคสนามกว่า 8 ภารกิจในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ตั้งแต่บังกลาเทศ ปากีสถาน พม่า ฮ่องกง ไปจนถึงเชียงใหม่ในประเทศไทย ทำให้มีความเข้าใจภูมิภาคนี้อย่างลึกซึ้ง และยังสามารถสื่อสารได้หลากหลายภาษา ทั้งไทย จีน พม่า เบงกาลี และญี่ปุ่น

พื้นฐานทางอาชีพของโอนีลก็น่าจับตา เขาเริ่มต้นเส้นทางในฐานะ “ทนายความด้านตลาดทุน” ทั้งในนิวยอร์กและโตเกียว ก่อนจะพลิกบทบาทมารับใช้ชาติในฐานะนักการทูตสายแข็ง ภายหลังยังเคยทำงานในวอชิงตัน ดี.ซี. เป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศให้กับผู้บัญชาการนาวิกโยธินสหรัฐฯ และทำงานใกล้ชิดกับสภาคองเกรสในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านนิติบัญญัติประจำคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎร

การเสนอชื่อฌอน โอนีลให้เป็นทูตประจำไทยในช่วงที่โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค กำลังจะหมดวาระในเดือนกันยายนนี้ จึงถือเป็นการส่งสัญญาณนัยสำคัญจากทำเนียบขาว โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากคำตอบของโอนีลต่อวุฒิสภาสหรัฐฯ ในการพิจารณารับรองตำแหน่ง

โอนีลกล่าวชัดเจนว่า หากได้รับการยืนยันจากวุฒิสภา เขาจะส่งสารตรงถึงรัฐบาลไทยว่าความขัดแย้งที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเพิ่งปะทุขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ไม่ได้ช่วยเหลือประชาชนไทย และยิ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อความเป็นพันธมิตรระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ในฐานะที่ไทยเป็นหนึ่งในพันธมิตรตามสนธิสัญญาเพียงไม่กี่ประเทศในเอเชีย

“มันคือการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินโดยไม่จำเป็น ไม่ได้ทำอะไรเพื่อเสริมสร้างพันธมิตรของเรา หรือแก้ไขปัญหาร่วมที่เราต่างเผชิญอยู่” โอนีลระบุอย่างชัดถ้อยชัดคำต่อวุฒิสภา

ไม่เพียงเท่านั้น ฌอน โอนีลยังแสดงจุดยืนต่อสถานการณ์ในเมียนมาอย่างหนักแน่น โดยกล่าวว่าไทยไม่ควรให้ความชอบธรรมแก่รัฐบาลทหารในประเทศเพื่อนบ้าน และไม่ควรรับรองผลการเลือกตั้งที่รัฐบาลทหารเมียนมาจัดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง และประชาชนจำนวนมากถูกกันออกจากกระบวนการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นธรรม

“หากผมได้รับการยืนยัน ผมจะสนับสนุนให้ประเทศไทยไม่รับรองการเลือกตั้งที่มีผู้เข้าร่วมน้อยกว่า 50% ของประชากร ขณะที่ผู้นำฝ่ายค้านส่วนใหญ่ยังถูกคุมขังอยู่” เขากล่าว พร้อมตอกย้ำถึงจุดยืนของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ไม่ยอมรับการเลือกตั้ง “หลอกลวง” ที่รัฐบาลทหารเมียนมากำลังวางแผนไว้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

จากบุคลิกและวิสัยทัศน์ของโอนีล การเข้ามาดำรงตำแหน่งทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยของเขาอาจไม่ใช่เพียงแค่บทบาทเชิงสัญลักษณ์ หากแต่เป็นการผลักดันนโยบายของสหรัฐฯ ที่เน้นเสถียรภาพ สิทธิมนุษยชน และความร่วมมืออย่างจริงจังกับพันธมิตรอย่างไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...