โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ลบความเชื่อผิดๆ หนุ่มจีนก้างปลาติดคอ กลืนข้าวตาม สลดวันรุ่งขึ้น เสียชีวิต

Khaosod

อัพเดต 15 พ.ค. 2568 เวลา 10.06 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 09.45 น.

ลบความเชื่อผิดๆ หนุ่มจีนก้างปลาติดคอ กลืนข้าวตาม สลดวันรุ่งขึ้น เสียชีวิต แพทย์อธิบายสาเหตุชัด

เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า ชายชาวจีนรายหนึ่งวัย 29 ปี เสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อน หลังก้างปลาขนาด 5 ซม. ติดคอ ก่อนดื่มน้ำส้มสายชู และกลืนข้าวลงไปตามความเชื่อ

รายงานของสื่อท้องถิ่น เผยว่า ชายรายหนึ่งวัย 29 ปี อาศัยอยู่ในมณฑลเหอหนาน ประเทศจีน พยายามรักษาด้วยตนเองตามความเชื่อ หลังก้างปลาขนาด 5 ซม. ติดคอ ด้วยการดื่มน้ำส้มสายชู เพื่อทำให้ก้างปลาอ่อนตัวลง จากนั้นก็กลืนข้าวตาม เพื่อดันก้างลงไป

อย่างไรก็ตาม วันรุ่งขึ้น ชายรายนี้มีอาการกลืนลำบาก และอาเจียนเป็นเลือด ต่อมาเขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ด้านแพทย์ผู้รักษา ระบุว่า หลังจากทำการตรวจร่างกายแล้ว แพทย์ก็พบว่า ก้างปลานั้นได้ทะลุเข้าไปในหลอดอาหารและหลอดเลือดแดงใหญ่ของผู้เสียชีวิต

ภาพประกอบ

โดยเป็นส่วนหนึ่งของหลอดเลือดแดงที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายที่ทำหน้าที่ลำเลียงเลือดที่มีออกซิเจนจากหัวใจไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ส่งผลให้มีเลือดออกบริเวณดังกล่าวมาก จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่สุด

ขณะเดียวกัน ดร.หลี่ เผิง รองผู้อำนวยการแผนกศัลยกรรมต่อมไทรอยด์ศีรษะและคอ โรงพยาบาลมะเร็งเหอหนาน แนะนำว่า หากก้างปลาติดคอควรไปพบแพทย์ดีที่สุด พร้อมขอร้องให้ทุกคนอย่าทำการรักษาด้วยตนเองตามความเชื่อสมัยก่อน

ซึ่งแพทย์ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า การดื่มน้ำส้มสายชูเพื่อให้ก้างปลากร่อนตัว จะทำให้เกิดความเสียหายต่อคอและเยื่อเมือกเพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันการกลืนข้าวตามลงไปจะทำให้ก้างปลาเคลื่อนตัวลึกเข้าไปในลำคอยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ วิธีที่ถูกต้องในการเอาก้างปลาออก คือ พยายามเอาก้างปลาออก ถ้าเห็นก็ใช้แหนบคีบออกได้ แต่หากอาการไม่ดีขึ้นหลังจากปฏิบัติตามวิธีการข้างต้น ควรไปพบแพทย์ทันที

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลบความเชื่อผิดๆ หนุ่มจีนก้างปลาติดคอ กลืนข้าวตาม สลดวันรุ่งขึ้น เสียชีวิต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...