โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ร้านดังชาบูเปิดใจ เจอพฤติกรรมสุดเอือมลูกค้าหัวหมอ ซ่อนของกินเหลือในหม้อ ห่อทิชชู่ ทิ้งห้องน้ำ

สยามนิวส์

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 07.48 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 07.14 น. • สยามนิวส์
ร้านดังชาบูเปิดใจ เจอพฤติกรรมสุดเอือมลูกค้าหัวหมอ ซ่อนของกินเหลือในหม้อ ห่อทิชชู่ ทิ้งห้องน้ำ

กลายเป็นประเด็นบนโซเชียล เมื่อเพจของร้านชาบูชื่อดัง โอชิเน ขอนแก่นได้ออกมาแฉพฤติกรรมลูกค้าบางกลุ่มที่มาใช้บริการแบบบุฟเฟต์ โดยระบุว่า ซ่อนอาหารที่กินเหลือไว้ในหม้อชาบู แล้วเอาทิชชูมาปิดทับ รวมถึงมีลูกค้าบางราย คายอาหารใส่ทิชชูเพื่อไม่ให้โดนปรับเงินจากกินเหลือ

เหตุการณ์นี้สร้างเหนื่อยใจให้กับเจ้าของร้านและชาวเน็ตจำนวนมากต่างพากันตำหนิว่า ขาดความรับผิดชอบ และเอาเปรียบร้าน

ผู้จัดการร้านได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า นี่เป็นเคสแรกที่เจอพฤติกรรมการแอบซ่อนอาหารเหลือ จึงได้มีการโพสต์ลงในเพจของร้านเพื่อเป็นการเตือนให้ลูกค้าท่านอื่น ๆว่าอย่าทำพฤติกรรมแบบนี้ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี และแนะนำว่า ลูกค้า ควรทานแบบไหน และที่ลูกค้ามาทานคือโปร 799 ซึ่งสุดท้ายลูกค้าทานเหลือ แต่เคสที่ลูกค้ามาทานค่าปรับจะอยู่ที่ขีดละ 210 บาท ตอนแรกลูกค้าทานเหลือ 8 ขีด คิดเป็นเงิน 1,600 กว่าบาท

ทางร้านจึงมีการคุยกับผู้บริหารและลดลงมาปรับแค่ 5 ขีด หลังพบ ทางร้านได้แจ้งลูกค้าเรื่องค่าปรับ แต่ลูกค้าไม่ยอมรับและขอทานต่อที่ร้านก่อน ทางร้านจึงจัดการห่ออาหารที่เหลือใส่กล่องและนำกลับไปให้ลูกค้าทานต่อที่โต๊ะอย่างไรก็ตาม ลูกค้าก็ยังคงทานไม่หมด โดยเหลืออีกประมาณ 1 ขีด 60 กรัมซึ่งคิดเป็นค่าปรับประมาณ 200-300 บาท สุดท้ายลูกค้าจึงยอมจ่ายค่าปรับในส่วนที่เหลือ

ทางร้านอยากฝากถึงลูกค้าท่านอื่นๆ ว่าหากทานไม่ไหว สามารถแจ้งพนักงานได้ตลอด ทางร้านยินดีนำอาหารที่เหลือไปปรุงใหม่เพื่อให้รับประทานง่ายขึ้น แต่หากไม่ไหวจริง ๆทางร้านจำเป็นต้องคิดค่าปรับและจะห่ออาหารกลับให้ลูกค้า เพื่อความยุติธรรมกับทุกฝ่าย

ที่มา Oshinei Khon Kaen

เรียบเรียง สยามนิวส์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...