โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"ณัฐชา" จี้ รัฐบาลเร่งดำเนินนโยบายสวัสดิการถ้วนหน้า หลังประกาศแล้วไร้ความคืบหน้า พร้อมเสนอปรับงบฯ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 08.01 น.

"ณัฐชา" จี้ รัฐบาลเร่งดำเนินนโยบายสวัสดิการถ้วนหน้า หลังประกาศแล้วไร้ความคืบหน้า พร้อมเสนอปรับงบฯ เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างทั่วถึง

วันที่ 30 พ.ค. 2568 นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ลุกขึ้นอภิปรายกลางที่ประชุมรัฐสภา ในการประชุมสมัยวิสามัญ ขณะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาการจัดสรรงบประมาณในด้านสวัสดิการสังคมที่ไม่ตอบโจทย์ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง

นายณัฐชา กล่าวว่า งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องนั้น ยังไม่เพียงพอและขาดประสิทธิภาพ ทั้งยังสะท้อนถึงการละเลยหน้าที่ของรัฐในช่วงที่ผ่านมา พร้อมวิจารณ์รัฐบาลที่โฆษณาชวนเชื่อให้ความหวังกับประชาชนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่กลับไม่มีผลงานที่เป็นรูปธรรมรองรับ
นายณัฐชายังกล่าวถึงข้อเสนอจากภาคประชาสังคม ที่ได้ร่วมกันผลักดันผ่านกระบวนการของเครือข่าย พีมูฟ โดยได้ยื่นหนังสือต่อรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2567 จนนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาสวัสดิการพื้นฐาน ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 คณะกรรมการได้เสนอแนวทางต่อคณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการให้มีการปรับปรุงสวัสดิการ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดแบบถ้วนหน้า – ครอบคลุมตั้งแต่เด็กในครรภ์ 4 เดือน จนถึงอายุ 6 ปี อัตรา 600 บาทต่อคนต่อเดือน โดยไม่คัดกรองรายได้ครอบครัว

2. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบขั้นบันได – อายุ 60–69 ปี ได้รับ 600 บาท, อายุ 70–79 ปี ได้รับ 850 บาท, อายุ 80–89 ปี ได้รับ 1,000 บาท และอายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับ 1,250 บาทต่อเดือน

3. การปรับเบี้ยความพิการ – จากเดิม 800 บาท เพิ่มเป็น 1,000 บาทต่อเดือน

นายณัฐชา ชี้ว่า แม้จะมีประกาศจากรัฐบาลและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวราวุธ ศิลปอาชา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ยืนยันนโยบายดังกล่าว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในทางปฏิบัติอย่างชัดเจน พร้อมตั้งคำถามว่า “เมื่อไหร่รัฐบาลจะ ‘ไฟเขียว’ อย่างเป็นทางการ ตอนนี้ทุกอย่างกลับกลายเป็น ‘ไฟแดง’ ซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนโดยไม่รู้จะหาคนรับผิดชอบได้จากที่ใด”

นายณัฐชา ยืนยันว่า ตนและพรรคจะไม่ยอมให้กลุ่มเปราะบางถูกทอดทิ้ง พร้อมเสนอให้ ตัดงบประมาณในชั้นกรรมาธิการจำนวน 38,548 ล้านบาท แล้วนำไปจัดสรรให้กับกลุ่มเป้าหมาย เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ เพื่อไม่ให้ประชาชนกลุ่มเหล่านี้ต้องหลุดจากระบบสวัสดิการพื้นฐาน

ทั้งนี้ มีข้อมูลว่า งบประมาณของกรมกิจการผู้สูงอายุที่ขอเพิ่มเติมเพื่อดูแลผู้สูงวัย ถูกตัดงบออกไปกว่า 7,401 ล้านบาท และยังขาดอีก 28,013 ล้านบาท สำหรับการดูแลผู้สูงอายุอายุ 60–90 ปี

"วันนี้ประชาชนรอเราอยู่ การเป็นผู้แทนไม่ใช่แค่รับเสียงมา แต่เราต้องส่งเสียงนั้นกลับไปด้วยการทำหน้าที่ในสภา ขอให้ช่วยกันหั่นงบที่ไม่จำเป็น แล้วนำมาเติมเต็มความหวังให้กับพี่น้องประชาชน เพราะนี่คือกลไกที่ ส.ส. ทำได้จริง" นายณัฐชา กล่าว

นอกจากนี้ นายณัฐชายังระบุว่า กองทุนผู้สูงอายุยังได้รับเงินจากกระทรวงการคลังเพียงบางส่วน ขณะที่ค่าใช้จ่ายพื้นฐานอย่างเช่น "ค่าไฟฟ้า" ยังเป็นภาระที่หนักหนา และจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...