โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

'ราเชล' ร่ำไห้ เล่าชีวิตหลังมง ไร้อิสรภาพ-ถูกคุกคาม อยากทำเพื่อสังคม แต่กลับต้องขายของ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 พ.ค. 2568 เวลา 07.34 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. 2568 เวลา 06.59 น.

‘ราเชล’ ร่ำไห้ เล่าชีวิตหลังมง ไร้อิสรภาพ-ถูกคุกคาม ลั่นผิดหวังกับองค์กร อยากทำเพื่อสังคม แต่กลับต้องขายของ

เป็นข่าวดราม่าที่ช็อกแฟนนางงามไม่หาย หลังจาก “ราเชล คุปตะ” (Rachel Gupta) ถูกปลดออกจากตำแหน่ง มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 โดยทางองค์กร Miss Grand International (MGI) ระบุเหตุผลว่า เธอไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ จนเกิดเป็นข้อถกเถียงกันต่าง ๆ นานา ถึงกรณีดังกล่าว

ในวันที่ 29 พฤษภาคม ราเชลได้ออกมาเปิดใจผ่านวิดิโอที่มีความยาวร่วม 1 ชั่วโมง โดยมียอดผู้เข้าชมกว่า 200,000 ซึ่งเธอยอมรับว่ามีปัญหากับทางองค์กรจริง ครั้งสุดท้ายที่เธอมีความสุขคือในคืนที่เธอเป็นผู้ชนะ แต่หลังจากวันนั้น ทุกอย่างก็แย่ลงเรื่อย ๆ เธอเล่าพร้อมร่ำไห้ว่า ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ เป็นช่วงที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต ต้องเผชิญทั้งความทรมานทางจิตใจ จากการถูกคุกคาม และได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม เช่น การเดินมาบีบ จับร่างกายแล้วบอกให้ลดน้ำหนัก ถูกจำกัดให้อยู่ในพื้นที่ จะได้ออกไปข้างนอกก็ต่อเมื่อเธอถูกเรียกใช้งานเท่านั้น ไปจนถึงการไมได้รับเงินเดือนตามที่ระบุในสัญญา

เธอเล่าว่า หลังจากได้ตำแหน่ง เธอเพิ่งทราบว่าในสัญญามีการแบ่งจ่ายรางวัล ซึ่งจะได้ครบก็ต่อเมื่อดำรงตำแหน่งจนครบวาระ ระว่างนั้นก็มีเงินเดือนให้นิดหน่อย แต่ทางองค์กรกลับไม่โอนเงินเดือนตามที่สัญญา เธอได้รับเงินเพียงเดือนแรกเท่านั้น หลังจากนั้นก็ไม่เคยได้รับเลย ที่น่าเศร้าคือเธอต้องขอเงินจากพ่อแม่ของเธอ

ครั้งหนึ่ง เธอออกไปทำงาน แต่พอกลับบ้านมาสภาพระเป๋าของเธอเหมือนถูกค้น และพบว่าเงินของเธอหายไป 1,000 USD เธอจึงส่งข้อความเพื่อขอความช่วยเหลือจากองค์กร ก็ไม่มีการช่วยเหลือใด ๆ แต่กลับถูกกล่าวหาว่ามันเป็นเพราะเธอไม่ล็อคกระเป๋า

ก่อนที่เธอจะเล่าต่อว่า หลังจากจบการประกวด เธอได้พักที่ห้องเล็ก ๆ ในโรงแรม คับแคบถึงขั้นที่กระเป๋าเดินทางของเธอไม่สามารถเปิดได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งทางองค์กรไมได้จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับเธอ และเธอต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ถึง 1 เดือน หนำซ้ำ เธอยังถูกย้ายไปบ้านหลังเก่าที่ห่างจากตัวเมือง และต้องใช้เว้ลาเดินทางถึงชั่วโมงครึ่ง ซึ่งเธอไม่มีรถยนต์ ไม่มีซิมการ์ดของประเทศไทย อีกทั้งบ้านหลังนั้นไม่มีแม้แต่เครื่องครัวทำอาหาร ทำให้เธอต้องสั่งอาหารผ่านดิลิเวอร์รี แต่ด้วยความที่บ้านอยู่ไกลมาก ทำให้บางครั้งเธอถูกยกเลิกออเดอร์

มากไปกว่านั้น เธอผิดหวังกับวิสัยทัศน์ขององค์กรที่มุ่งแต่ “เรื่องเงิน” แทนที่จะเป็นการสร้างความตระหนักรู้ให้กับสังคม แต่กลับเน้นไปที่การขายสินค้า ซึ่งเธอแสดงความประสงค์ของตัวเองอย่างชัดเจนว่า เธอต้องการที่จะทำงานเพื่อสังคม นั่นคือเหตุผลเดียวที่เธอทุ่มเทกว่าจะมาถึงจุดนี้ ไม่ใช่การ“ไลฟ์ขายสินค้าบนติ๊กต็อก”

เธอระบุว่า แคมเปญ stop the war and violence หยุดสงครามและความรุนแรงที่ทางองค์กรพยายามจะชูนั้น ปลอมทั้งหมด เธอได้ยินคำพูดสะเทือนใจที่ว่า “มันไร้ประโยชน์ คนไม่สนใจ ไม่ทำเงิน ดังนั้นเราจะไม่ได้ทำ”

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เธออยากอธิบายคือ ช่วงเซนสัญญายังเหมือนการถูกบีบบังคับกราย ๆ เธอพยายามเจรจาต่อรองเรื่องสัญญากับทางองค์กร อย่างน้อยที่สุดคือให้ทนายดูสัญญาฉบับนั้นให้ แต่กลับถูกปฏิเสธพร้อมกับคำพูดที่ว่า “ถ้าไม่อยากเซน ก็ไม่ต้องเซน กลับบ้านไป” สิ่งที่ทุกคนคิดมาเสมอว่า หลังจากที่เธอได้ตำแหน่ง องค์กรจะดูแลเธออย่างดีนั่น “ไม่จริงเลย” เรื่องเดียวที่พวกเขาให้ความสนใจคือเงินเท่านั้น

พร้อมกับออกโรงเตือนผู้หญิงที่ต้องการเข้าร่วมประกวดว่า สิ่งที่เธอเล่ามาทั้งหมด เพื่อที่จะบอกว่าทางองค์กรไม่ได้ใส่ใจขนาดนั้น โปรดรับรู้และตระหนักไว้ว่าอาจจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว และเผชิญกับเรื่องราวเหล่านั้นแบบเดียวกับที่เธอเจอ

“พวกเขาจะใช้จนกว่าจะหมดประโยชน์ และฉันไม่สามารถทนสิ่งนี้ได้อีก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ฉันเลือกที่จะคืนตำแหน่งและลาออก”

ทั้งนี้ ความจริงจะเป็นอย่างไรนั้น คงต้องรอฟังจากปากของ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ที่จ่อแถลงข่าว ในเร็ววันนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ราเชล’ ร่ำไห้ เล่าชีวิตหลังมง ไร้อิสรภาพ-ถูกคุกคาม อยากทำเพื่อสังคม แต่กลับต้องขายของ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...