CRC ทุ่ม 4.5-4.7 หมื่นล้าน ผุด 57-72 สาขาไทย-เวียดนาม ดันยอดขาย-กำไรโต 5% ต่อปี
"สุทธิสาร จิราธิวัฒน์" CEO คนใหม่ “เซ็นทรัล รีเทล” (CRC) วางเกม 3 ปี เซ็ทกลยุทธ์ “New Heights, Next Growth” ทุ่ม 4.5-4.7 หมื่นล้านขยายทั้งพอร์ต57-72 สาขาในไทย-เวียดนามขยายฐานลูกค้า Young Gen และ Mainstream ดันยอดขาย-กำไรโต 5% ต่อปี
สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เผยกลยุทธ์ 3 ปีข้างหน้าแผนการลงทุน พร้อมทิศทางการเติบโตของบริษัทฯ ว่า ปัจจุบันโลกอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เกิดความผันผวนทางเศรษฐกิจ สงครามการค้า ภูมิรัฐศาสตร์ และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การเติบโตของ GDP โลกชะลอตัวจาก 3% เหลือ 2.8%
ขณะที่ผู้นำอุตสาหกรรมโลกเปลี่ยนมือจากกลุ่มธนาคาร พลังงาน สื่อสาร ค้าปลีก สู่ธุรกิจเทคโนโลยี เช่น Google, Apple, NVIDIA และ Microsoft และกำลังเข้าสู่ยุค AI ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้หลากหลายช่องทาง สามารถเลือกซื้อสินค้าได้ทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึงให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น ร้านอาหาร การท่องเที่ยว ตลอดจนใส่ใจเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
5 กลยุทธ์หลัก "New Heights, Next Growth" มุ่งสู่การเติบโตในอีก 3 ปีข้างหน้า
CRC ได้วางกลยุทธ์สำคัญ 5 เสาหลัก ภายใต้ธีม "New Heights, Next Growth" สำหรับสเกลอัพธุรกิจใน3 ปีข้างหน้าได้แก่
กลยุทธ์ 1 เข้าใจและเข้าถึงลูกค้าอย่างลึกซึ้ง: CRC จะเน้นการทำความเข้าใจและเข้าถึงลูกค้าในทุกกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่ม Luxury และ Affluent ในปัจจุบัน และจะมุ่งเน้นกลุ่ม Mainstream มากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ยังจะให้ความสำคัญกับกลุ่ม Adults No Kids และ Young Gen เพิ่มเติม จากเดิมที่เชี่ยวชาญกลุ่ม Family และ Silver อยู่แล้ว
ทั้งนี้ CRC มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ทั้งในไทยและเวียดนาม ถึง 26 ล้านคน แบ่งเป็นไทย 33% หรือราวๆ 20 ล้านคนของประชากรไทย และในเวียดนาม 4% ของประชากร
กลยุทธ์ 2เสริมแกร่งธุรกิจหลัก: การขยายธุรกิจจะดำเนินไปอย่างรอบคอบโดยเฉพาะในอิตาลีที่ CRC ได้ประโยชน์จากการเข้าถือหุ้นและบริหารห้าง Rinascente ทำให้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์แบรนด์หรูในยุโรป สำหรับตลาดไทยและเวียดนามเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงและยังมีโอกาสพัฒนาอีกมาก CRC จะเร่งขยายธุรกิจใน 3 ปีข้างหน้า
โดยมีกลยุทธ์หลักคือ
สเกลอัพธุรกิจเดิมโดย เพิ่ม Traffic ปรับปรุงบริการให้ตรงกับฐานลูกค้า ปรับปรุงสาขาให้พร้อมบริการลูกค้า เพิ่มฐานข้อมูลและเติบโตในช่องทางดิจิทัล และนำเสนอสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะกลุ่มแฟชั่น
การยกระดับธุรกิจย่อย
ห้างโรบินสัน: จะยกระดับให้ตอบโจทย์ลูกค้าท้องถิ่นและขยายฐานไปยังกลุ่ม Young Gen และ Mainstream
[* **กลุ่มฟู้ด:** จะโฟกัส Top Daily โดยผนึกกำลังสินค้า Top Daily ปัจจุบันเข้ากับ Wine Cellar เพื่อสร้างคอนเซ็ปต์ที่สมบูรณ์แบบ , * **ไทวัสดุ และ BNH Home:** จะขยายสาขาต่อเนื่องและเจาะตลาด B2B และ B2C โดยผลักดันสินค้ากลุ่มบ้านให้มากขึ้น , * **โรบินสันไลฟ์สไตล์มอลล์:** จะเน้นความเป็น Localization เพื่อเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม , * **การรวมเทคโนโลยี:** จะผสานระบบออนไลน์และออฟไลน์เป็นหนึ่งเดียว และนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มยอดขายออนไลน์ Double Digit อย่างต่อเนื่อง ]
สำหรับประเทศเวียดนาม CRC มี 26 สาขาใน 34 จังหวัด และจะขยายสาขาต่อเนื่องโดยเน้น Format Hypermarket ใน Tier 1 และ Tier 2 ส่วน Mini Go จะเข้าถึงตลาดชุมชน Tier 3 และ Tier 4 นอกจากนี้ จะพัฒนา Go! Mall ร่วมกับ Hypermarket เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าครอบครัว
โดยใน 3 ปีข้างหน้า CRC มีแผนขยายสาขารวมกันทั้งไทยและเวียดนามกว่า 57-72 สาขา ประกอบด้วย Department Store 1-2 สาขา, Food 25-30 สาขา, Hard Line 13-16 สาขา, Mall ในเวียดนามและโรบินสันไลฟ์สไตล์มอลล์ 6-9 สาขา และ Mini Go 12-15 สาขา แม้เวียดนามจะมีศักยภาพการเติบโตสูง แต่รายได้ต่อหัวยังต่ำทำให้ CRC เน้นนำธุรกิจ Supersports เข้าไปรองรับการเติบโตในอนาคต แทนการนำ Department Store เข้าไปในตอนนี้
กลยุทธ์ 3เร่งสร้างการเติบโตใหม่: CRC จะขยายธุรกิจ "GO WHOLESALE" โดยเน้นความสดใหม่และพรีเมียมของอาหารสด เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าโรงแรม ร้านอาหาร และแคทเทอริ่ง (HORECA) รวมถึงขยายสินค้า Private Labels และเร่งเปิดสาขาใหม่ 12-18 สาขาใน 3 ปีข้างหน้า จาก 13 สาขาในปัจจุบัน พร้อมสร้างคอนเซ็ปต์ใหม่เพื่อเป็น HORECA Destination นอกจากนี้ ยังจะขยายสาขา Auto1 ไม่ต่ำกว่า 10 สาขาต่อปี บนพื้นที่ของกลุ่มเซ็นทรัลและทำเล Premium นอกเซ็นทรัล
กลยุทธ์ 4 ขยายความร่วมมือในเครือเซ็นทรัล รีเทล และเซ็นทรัล กรุ๊ป: เพื่อสร้าง Synergy และประสิทธิภาพสูงสุด CRCจะเน้น
- Cross Commercial: เจรจาต่อรองกับกลุ่ม Luxury Brand และแบรนด์ชั้นนำของสินค้ากีฬา (Supersports) ในไทย เวียดนาม และมาเลเซีย เพื่อหาข้อตกลงที่ดีที่สุด
- Joy Marketing: เช่น การนำเสนอไวน์จาก Tops ให้กับลูกค้าที่มียอดสั่งซื้อแบรนด์หรู
- การแบ่งปันความรู้ระหว่างหน่วยธุรกิจ: เพื่อการเรียนรู้ที่รวดเร็วและการดำเนินงานที่ดีที่สุด
- Share Service ระหว่างกัน
- การใช้พื้นที่ใช้สอยของ Property: นำร้านค้าและร้านอาหารเข้าไปเติมเต็มพื้นที่ว่าง
กลยุทธ์ 5 บริหารการเงินอย่างระมัดระวัง: โดยควบคุมค่าใช้จ่าย และเน้นการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพเท่านั้น
นอกเหนือจากกลยุทธ์ทางธุรกิจ CRCยังให้ความสำคัญกับการดูแลสังคมและพัฒนาการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านCRC Care ทั้ง 7 มิติ เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กร Net Zero ในปี 2593
“ปีนี้ไม่ได้เป็นปีที่ง่ายสำหรับธุรกิจ แต่การมีธุรกิจที่หลากหลายทำให้สามารถสร้าง Synergy ระหว่างกันเพื่อประโยชน์สูงสุดได้ ด้วยกลยุทธ์ทั้งหมดนี้ CRCตั้งเป้าหมายการเติบโตทั้งรายได้และกำไรที่ 5% ต่อปี ในช่วงปี 2025-2027 ด้วยงบลงทุนรวม 45,000-47,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในสภาวะที่มีความผันผวนสูง CRCจะยังคงพิจารณาการลงทุนอย่างรอบคอบ พร้อมจัดโปรโมชั่นและสินค้าในราคาพิเศษ และขยายสาขาและฐานลูกค้าไปยังกลุ่ม Mainstream มากขึ้น”