โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

10 สัญญาณฉุกเฉิน เส้นเลือกสมองแตก ที่คนอายุน้อยก็เสี่ยงได้!

PPTV HD 36

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 05.17 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 20.00 น.
ชวนรู้จัก BEFAST สัญญาณฉุกเฉิน เส้นเลือดในสมองแตกหรืออุดตัน และอาการร่วมอื่นๆ ปวดหัวอย่างรุนแรงฉับพลันต้องระวัง!

อย่างที่หลายคนทราบว่าเวลาที่เสี่ยงต่อเส้นเลือดในสมองแตกหรืออุดตัน ผู้ป่วยต้องแข่งกับเวลาเพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โรคหลอดเลือดสมองจะเกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่เกิดโรคด้วย ซึ่งสมองของคนเราแบ่งออกเป็น 4 ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่

  • สมองซีกขวา (Right cerebral hemisphere)
  • สมองซีกซ้าย (Left cerebral hemisphere)
  • สมองน้อย (Cerebellum)
  • ก้านสมอง (Brain stem)

สมองแต่ละส่วนจะทำหน้าที่ต่างกัน และไม่ว่าจะมีชนิดหรือสาเหตุมาจากการอุดตันในเส้นเลือด หลอดเลือดตีบ หรือหลอดเลือดฉีกขาด

ภาวะเบาหวานแฝง ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขีดอันตราย รีบคุมก่อนป่วยจริง!

7 เคล็บลับการนอนหลับ สำหรับคนหลับยาก ปรับพฤติกรรมช่วยคลายเครียด

ตำแหน่งของโรคที่แตกต่างกันก็จะแสดงอาการแตกต่างกันไปตามการทำงานของสมองส่วนนั้น ๆ ยกตัวอย่างเช่น หากเกิดความผิดปกติที่ส่วนสมองซีกขวา ผู้ป่วยอาจมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงบนร่างกายซีกซ้าย มองเห็นภาพด้วยตาซ้ายไม่ชัด มีปัญหาเกี่ยวกับความจำ หากเกิดความผิดปกติที่สมองน้อย อาจมีอาการสูญเสียการทรงตัว เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น

สัญญาณฉุกเฉินโรคหลอดเลือดสมอง BE FAST

สูญเสียการทรงตัว (B-Balance)

การสูญเสียการทรงตัวมักเกิดขึ้นจากผลกระทบของเส้นเลือดในสมองแตกหรืออุดตันในตำแหน่งสมองที่เกี่ยวกับทักษะการทรงตัวและการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อและระบบประสาทต่าง ๆ คนที่มีอาการสูญเสียการทรงตัวสังเกตได้จาก การเดินเซ คล้ายกับว่าเดินสะดุดอะไรบางอย่างอยู่บ่อย ๆ นั่งหรือยืนไม่มั่นคง ลุกออกจากเก้าอี้หรือเตียงลำบาก ต้องพยายามจับราวหรือกำแพงตลอดเวลา

ตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัด (E-Eyes)

การมองเห็นของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมักมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อาการที่พบบ่อยมักเป็นอาการตาพร่ามัวกะทันหัน แต่ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองยังอาจมีอาการอื่น ๆ เกี่ยวกับดวงตาได้อีก เช่น

  • มองเห็นภาพด้านข้างไม่ชัดในตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง
  • การมองเห็นลดลงหรือสูญเสียการมองเห็นอย่างเฉียบพลัน
  • มองเห็นภาพซ้อน
  • มองเห็นภาพบิดเบี้ยว
  • มองเห็นภาพมืดหรือสว่างขึ้นอย่างเฉียบพลัน

ใบหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว (F-Face)

ในหน้าเบี้ยวปากเบี้ยวเป็นอาการโรคหลอดเลือดสมองที่ชัดเจนมากอาการหนึ่ง เพราะมักเกิดขึ้นทันทีหลังเกิดเส้นเลือดในสมองแตกหรืออุดตัน อาการนี้เกิดจากผลกระทบที่สมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า ทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าข้างใดข้างหนึ่งทำงานได้ไม่เต็มที่ส่งผลให้มุมปากตก ปากเบี้ยว ยิ้มไม่เท่ากัน ยักคิ้วไม่เท่ากันทั้งสองข้าง หรือข้างใดข้างหนึ่งยักคิ้วไม่ขึ้น หนังตาปิดได้ไม่สนิท น้ำลายไหลออกจากมุมปาก เป็นต้น

แขนขาอ่อนแรง (A-Arms)

อาการนี้มักมีสาเหตุเดียวกันกับอาการใบหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว แต่ปัญหาในการควบคุม กล้ามเนื้อจะเกิดกับกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายส่วนใหญ่มักเกิดที่แขนหรือขา หากรู้สึกถึงอาการอ่อนแรงผิดปกติลองทดสอบด้วยการยกแขนทั้งสองข้างพร้อมกัน หากมีแขนใดข้างหนึ่งค่อย ๆ ตกลงมาเองอย่างผิดธรรมชาติ นี่อาจเป็นสัญญาณของเส้นเลือดในสมองแตกหรืออุดตัน

พูดติดขัด ออกเสียงลำบาก (S-Speech)

การพูดติดขัดหรือปัญหาในการออกเสียงมักเกิดขึ้นกะทันหันเช่นเดียวกับอาการอื่น แต่ปัญหาในการพูดของคนที่มีอาการโรคหลอดเลือดสมองสามารถเป็นอาการที่เกี่ยวกับการควบคุมกล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับการพูดทำให้มีอาการ พูดติดขัด เปล่งเสียงลำบากขึ้น ออกเสียงไม่ชัด พูดติดอ่าง พูดตะกุกตะกัก

ส่วนใหญ่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน (T-Time)

เมื่อเส้นเลือดในสมองแตกหรืออุดตัน เนื้อเยื่อสมองจะขาดเลือดกะทันหันส่งผลให้ระบบประสาทต่าง ๆ ได้รับผลกระทบอย่างฉับพลัน หากคนใกล้ตัวเรามีสัญญาณ BE FAST หรือเกิดขึ้นกับเราเอง ต้องรีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพราะการรักษาภายใน 4.5 ชั่วโมงแรก หลังจากมีอาการมีความสำคัญต่อการรักษาชีวิตของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก หากช้าไปกว่านั้นอาจส่งผลให้เซลล์สมองตายและฟื้นตัวยากขึ้น

อาการอื่น ๆ ของโรคหลอดเลือดสมอง

นอกจากสัญญาณ BEFAST ที่เป็นอาการที่กะทันหันและชัดเจนแล้ว ยังมีอาการอื่น ๆ ของโรคหลอดเลือดสมองที่เราหากเราสังเกตได้เร็ว จะช่วยลดโอกาสการเสียชีวิตจากความรุนแรงของโรคได้ เช่น

อาการชาในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองนอกจากอาการอ่อนแรงในกล้ามเนื้อต่าง ๆ และบนใบหน้าแล้ว อาจมีอาการชาในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้เหมือนกัน ซึ่งอาการชานั้นหมายถึงความรู้หน่วง ๆ รู้สึกว่าผิวหนังหนาขึ้น หรือรู้สึกซ่า ๆ คล้ายอาการคันจากเข็มทิ่ม จากไฟช็อต อาจเกิดขึ้นที่ใบหน้า มือ เท้า แขน เป็นต้น

รู้สึกสับสน มึนงง

จากผลกระทบของเส้นเลือดในสมองแตกหรืออุดตันที่สมองบริเวณที่เกี่ยวกับความคิด การตัดสินใจ อาจส่งผลให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง รู้สึกสับสน มึนงง ไม่สามารถคิด หรือทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ตามปกติ เช่น สับสนสถานที่ สันสนวันเวลา จำคนใกล้ตัวไม่ได้

มีปัญหาในการเข้าใจภาษา

ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองนอกจากจะมีปัญหาในการควบคุมกล้ามเนื้อเพื่อพูดหรือออกเสียงแล้ว อาจมีอาการที่เกี่ยวกับการเรียบเรียงความคิดและความเข้าใจภาษาหรือตัวเลข เช่น อาการนึกคำพูดไม่ออก พูดวกวน เรียบเรียงคำพูดผิดธรรมชาติหรือผิดความหมาย เป็นต้น

ปวดหัวอย่างรุนแรง

ปวดหัวเป็นอาการที่อาจมีสาเหตุได้จากหลายอย่าง สำหรับอาการปวดหัวจากโรคหลอดเลือดสมองมักเป็นการปวดหัวที่รุนแรงฉับพลัน โดยเฉพาะคนที่ปวดหัวฉับพลันโดยที่ไม่เคยมีประวัติการรักษาและหาสาเหตุไม่ได้ ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อหาสาเหตุให้เร็วที่สุด

ความสำคัญของการรู้ทันอาการต่าง ๆ ของโรคหลอดเลือดสมองนั้นมาจากความวิกฤตของโรคโดยเฉพาะ หากเกิดภาวะสมองขาดเลือดเฉียบพลันจากการอุดตันของเส้นเลือดสมอง และภาวะเลือดคั่งในสมองจากเส้นเลือดในสมองแตก หากเราสามารถสังเกตอาการเด่น ๆ ของโรคนี้ได้เร็วและขอความช่วยเหลือ หรือรีบพาผู้ป่วยไปส่งโรงพยาบาลจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษา เพิ่มโอกาสฟื้นตัวจากความพิการได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...