โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) ความเครียดสะสมจากการทำงาน ต้องรีบจัดการ!

PPTV HD 36

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 06.28 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 21.00 น.
Burnout Syndrome คือภาวะเครียดเรื้อรังจากการทำงาน ส่งผลให้เหนื่อยล้าทั้งกายใจ ขาดแรงจูงใจ ไม่อยากทำงาน หากไม่ดูแลอาจนำไปสู่โรคซึมเศร้าหรือปัญหาสุขภาพเรื้อรังอื่น ๆ ได้

Burnout Syndrome คือ ภาวะความเครียดเรื้อรังจากการทำงาน ที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม จนนำไปสู่ความเหนื่อยล้าในระดับลึก ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ ส่งผลต่อทัศนคติและประสิทธิภาพในการทำงาน องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดให้ Burnout เป็น “กลุ่มอาการที่เกิดจากความเครียดในที่ทำงาน” ซึ่งไม่ได้จัดเป็นโรคทางจิตเวชโดยตรง แต่ส่งผลกระทบได้รุนแรงหากปล่อยไว้โดยไม่รับการดูแล

สาเหตุ “ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด” ในคุณแม่มือใหม่ แนะวิธีบำบัดรักษา

ลิสต์ 7 ข้อเข้าข่ายจิตเวช ซึมเศร้า ร้องไห้บ่อย หรือ มั่นใจในตัวเองสูง ต้องเช็ก!

คนไทยสุขภาพจิตแย่ลง! ป่วยโรคเฝ้าระวังเพิ่ม -วัยรุ่นติดซิฟิลิสพุ่ง 3 เท่า

อาการ Burnout Syndrome

  • รู้สึกหมดแรงแม้ไม่ได้ทำงานหนัก
  • ขาดแรงจูงใจไม่อยากทำงานที่เคยชอบ
  • รู้สึกว่าตนเองไร้ความสามารถหรือไร้คุณค่า ขาดความสำเร็จในชีวิต
  • มีทัศนคติเชิงลบต่อองค์กร เพื่อนร่วมงาน หรือหน้าที่ที่รับผิดชอบ
  • นอนหลับไม่เพียงพอ นอนไม่หลับ หรือหลับมากเกินไป
  • เกิดอาการทางร่างกาย เช่น ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ เบื่ออาหาร
  • เริ่มเลี่ยงงาน หรืออยากลาออกอยู่บ่อยครั้ง

หากปล่อยให้เป็นเรื้อรัง อาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือปัญหาสุขภาพเรื้อรังอื่น ๆ ได้

สาเหตุภาวะ Burnout Syndrome

Burnout ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งความเครียดสะสมเรื้อรัง โดยเฉพาะจาก “สิ่งแวดล้อมในการทำงาน” และ “ปัจจัยส่วนบุคคล” ดังนี้

  • งานที่มีความกดดันสูง หรือภาระหน้าที่ที่เกินความสามารถไม่มีเวลาพักผ่อนอย่างเพียงพอ
  • ขาดการสนับสนุนจากหัวหน้างานหรือเพื่อนร่วมงาน
  • ความไม่ชัดเจนของบทบาทในงาน
  • สภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อสุขภาพจิต เช่น มีความขัดแย้งในทีม
  • ความไม่สมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว (Work-life imbalance)
  • ความคาดหวังจากตนเองหรือผู้อื่นที่มากเกินไป

แนวทางป้องกัน Burnout Syndrome

  • ตั้งขอบเขตของงานให้ชัดเจน อย่าทำงานเกินเวลา หรือรับภาระจนเกินตัว
  • ให้ความสำคัญกับเวลาพักผ่อน นอนหลับให้เพียงพอ และหาเวลาว่างสำหรับกิจกรรมที่ชอบไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ฟังเพลง ทำอาหาร หรือใช้เวลากับคนที่รัก
  • เรียนรู้ที่จะปฏิเสธอย่างเหมาะสม ไม่จำเป็นต้อง “เก่งทุกเรื่อง” หรือ “รับทุกอย่าง”
  • รู้จักฟังเสียงจากร่างกายและจิตใจของตนเอง (Mindfulness) เมื่อรู้สึกเหนื่อยหรือไม่มีพลังงาน อย่าฝืน ควรหยุดพักทันที
  • เปิดใจพูดคุย และขอความช่วยเหลือ หากรู้สึกว่าเริ่ม “ไม่ไหว” ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เช่น นักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์

ภาวะ Burnout ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่ควรมองข้าม หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่จัดการ อาจลุกลามกลายเป็นภาวะซึมเศร้าหรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้ การรู้จักหยุดพัก เติมพลังให้ตนเอง และขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เรากลับมามีพลังและคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง หากคุณกำลังเผชิญกับภาวะหมดไฟและต้องการใครสักคนที่พร้อมรับฟัง อย่าลืมว่า คุณไม่ได้อยู่คนเดียว และการดูแลใจตัวเองก็สำคัญไม่แพ้ความสำเร็จในหน้าที่การงาน อย่ารอให้ทุกอย่างสายเกินไป

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 2

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...