โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ใครว่า Fake News แค่เรื่องเล็ก! การท่องเที่ยวญี่ปุ่นหดตัวกว่า 30% เพราะคำทำนายภัยพิบัติจากมังงะ

Mission To The Moon

เผยแพร่ 05 ส.ค. 2568 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

ใครว่า ‘ข่าวลือ’ ไม่มีค่าพอให้ใส่ใจ?
.
ที่จริงแล้วในสังคมของมนุษย์ เราได้ส่งต่อข้อมูลข่าวสารให้กันและกันมากมายนับไม่ถ้วนในแต่ละวัน ซึ่งข่าวลือจำนวนมากก็ถูกรวมอยู่ในข้อมูลต่างๆ เหล่านั้นด้วย
.
และต่อให้จะเป็นข่าวลือที่ไม่มีมูล หรืออาจเป็นเรื่องแต่งที่ถูกสร้างขึ้นมาจากคัมภีร์ศาสนา บันทึกส่วนตัว นิยาย การ์ตูน หรือภาพยนตร์ที่เรารู้จักกันดีอย่างเช่น 2012 อุบัติภัยวันสิ้นโลก อีกทั้งเรายังมีตรรกะที่ช่วยวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของเรื่องราวต่างๆ
.
แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าระบบความเชื่อของมนุษย์ทำงานซับซ้อนกว่านั้น จนสุดท้ายเราก็พ่ายแพ้ให้กับข่าวลืออยู่ดี และถึงแม้ว่าหลายคนจะบอกให้เราเลิกสนใจคำพูดที่ไม่มีมูลมากแค่ไหน แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัญหาใหญ่ระดับโลกจำนวนไม่น้อยก็เกิดขึ้นเพราะข่าวลือ
.
ซึ่งนี่ก็ยังรวมไปถึง ‘คำพยากรณ์ภัยพิบัติในปี 2025’ ที่ส่งผลกระทบจนทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาหดตัวลงอย่างมากอีกด้วย
.
.
ข่าวลือที่เขย่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในญี่ปุ่น
.
ต้นเหตุของข่าวลือที่กล่าวถึงในข้างต้นนั้นมาจากหนังสือการ์ตูนชื่อ “Watashi ga Mita Mirai, Kanzenban” (ซึ่งแปลว่า “อนาคตที่ฉันเห็น ฉบับสมบูรณ์”) โดยศิลปิน Ryo Tatsuki
.
โดยในฉบับพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1999 หน้าปกของหนังสือการ์ตูนเล่มนี้อ้างถึง “ภัยพิบัติเดือนมีนาคม 2011” ซึ่งในเดือนมีนาคม 2011 ประเทศญี่ปุ่นก็ประสบเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในภูมิภาคโทโฮคุ (Great Tohoku Earthquake) ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 20,000 คน รวมถึงเหตุภัยพิบัติที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิด้วย นับว่าเป็นภัยพิบัติครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นจริงๆ
.
ด้วยเหตุนี้เมื่อหนังสือการ์ตูนเล่มนี้ถูกตีพิมพ์ใหม่และวางขายอีกครั้งในปี 2021 ที่ผ่านมา โดยข้อมูลหนังสือบนเว็บไซต์ Amazon ได้กล่าวถึง ‘ความฝันบอกเหตุครั้งใหม่’ ของผู้เขียนเกี่ยวกับภัยพิบัติที่แท้จริงซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมปี 2025 ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากในโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นสื่อกระแสหลักในโทรทัศน์ และเหล่าอินฟลูเอนเซอร์
.
อย่างไรก็ตาม ข่าวลือนี้ถูกแชร์ต่ออย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกง จนทำให้ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ยอดนักท่องเที่ยวจากฮ่องกงลดลงถึง 33.4% เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายนในปีก่อนหน้า ตามข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติญี่ปุ่น
.
CN Yuen ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของ WWPKG ธุรกิจจัดบริการทัวร์รายใหญ่ในฮ่องกงให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่ายอดจองและการสอบถามเกี่ยวกับทริปญี่ปุ่นลดลง 50% ในเดือนเมษายนและพฤษภาคมเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
.
ยิ่งไปกว่านั้น นักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆ ในเอเชียก็มีการเติบโตที่ช้าลงเช่นกัน โดยยอดนักท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นเพียง 3.8% ในเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบกับ 11.8% ในเดือนพฤษภาคม ส่วนยอดจากไต้หวันก็ชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเพิ่มขึ้นเพียง 1.8% ในเดือนมิถุนายน จากที่เคยเพิ่มขึ้น 15.5% ในเดือนพฤษภาคม
.
ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 24% ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤษภาคมของปีนี้ เมื่อเทียบกับปี 2024 แต่ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ยอดการมาถึงกลับเพิ่มขึ้นเพียง 7.6% ตามสถิติการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นปีที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นหดตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยก็ว่าได้
.
.
จากหน้ากระดาษ สู่ความกลัวที่ฝังรากลึกในวัฒนธรรม
.
หากพิจารณาตามสภาพทางภูมิศาสตร์แล้ว ประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่บริเวณวงแหวนไฟ (Ring of Fire) ซึ่งเป็นบริเวณที่แผ่นเปลือกโลกยังเคลื่อนไหว ทำให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ หรือภูเขาไฟระเบิด
.
อย่างไรก็ตาม แม้ว่า Yuen จากบริษัท WWPKG จะคุ้นเคยกับภาวะการท่องเที่ยวที่ซบเซาซึ่งเกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติ ซึ่งมักจะสิ้นสุดลงหลังจากเหตุการณ์ผ่านพ้นไปแล้ว แต่สถานการณ์ในครั้งนี้กลับแตกต่างออกไป เพราะถึงแม้ว่าภัยพิบัติใหญ่ดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นจริง และเป็นแค่ข่าวลือเท่านั้น
.
แต่สื่อต่างๆ ในฮ่องกงและญี่ปุ่นกลับรายงานว่าสายการบินของฮ่องกงได้ลดจำนวนเที่ยวบินไปยังบางเมืองในญี่ปุ่น รวมถึงเมืองนาโกย่าเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
.
สาเหตุหนึ่งที่อาจเป็นแรงเสริมสำคัญของสถานการณ์นี้น่าจะมาจาก รายงานจากหนังสือพิมพ์ Asahi Shimbun ของญี่ปุ่นในเดือนมกราคม ประกาศเตือนว่าความเป็นไปได้ที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในอีก 30 ปีข้างหน้าได้เพิ่มขึ้นเป็น 80% โดยอ้างอิงจากสำนักงานใหญ่เพื่อการส่งเสริมการวิจัยแผ่นดินไหวของประเทศญี่ปุ่น
.
Yuen มองว่านี่อาจจะตอกย้ำความกลัวของเหล่านักท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเอเชียที่ได้รับผลกระทบจากกระแสข่าวดังกล่าวมากกว่านักท่องเที่ยวชาวตะวันตก โดยสาเหตุหลักก็เป็นเพราะ ‘เหตุผลทางวัฒนธรรม’ นั่นเอง
.
ข้อมูลจาก JNTO เผยว่าสัดส่วนของนักท่องเที่ยวชาวเอเชียลดลงเมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนมิถุนายน แต่สัดส่วนของนักท่องเที่ยวจากประเทศตะวันตกกลับเพิ่มขึ้น
.
จากสถานการณ์ดังกล่าว Zilmiyah Kamble, อาจารย์อาวุโสสาขาการจัดการการโรงแรมและการท่องเที่ยวจาก James Cook University กล่าวว่าหนังสือการ์ตูนหรือ ‘มังงะ’ ไม่ได้เป็นแค่ความบันเทิงของผู้คนเท่านั้น แต่ยังเป็นสื่อที่แพร่หลายในทุกช่วงอายุและมีอำนาจทางวัฒนธรรมเล็กน้อยในบางสังคมเอเชีย
.
ทำให้เมื่อรวมกับคำทำนายเรื่องภัยพิบัติในอดีต อีกทั้งความจริงที่ว่าประเทศญี่ปุ่นมีความเสี่ยงต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวมากอยู่แล้ว ทำให้คำทำนายมีอิทธิพลต่อคนเอเชียมากกว่าคนตะวันตกอย่างเห็นได้ชัด จนกลายเป็นความกลัวที่ทำให้พวกเขาไม่กล้าเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงนี้ แม้ว่าช่วงเวลาของเหตุการณ์ในคำทำนายจะผ่านไปแล้วก็ตาม
.
นอกจากนี้ Kiattipoom Kiatkawsin รองศาสตราจารย์สาขาการจัดการการโรงแรมและการท่องเที่ยวจาก Singapore Institute of Management ยังเสริมอีกด้วยว่าความรวดเร็วของเทคโนโลยีที่ทำให้กระแสข่าวนี้ถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็ว ยิ่งสะท้อนให้เห็นลักษณะสังคมแบบการรวมกลุ่มของคนเอเชีย
.
เห็นได้ว่าแม้หลายคนจะไม่ได้หวาดกลัวกับภัยพิบัติ และรู้ว่าเป็นไปได้ที่คำทำนายนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นจริง แต่การตอบสนองของคนส่วนใหญ่ในกลุ่ม ชุมชน หรือเพื่อนฝูงก็มีอิทธิพลสำคัญต่อการตัดสินใจอย่างมาก และนั่นทำให้หลายคนเลือกที่จะยกเลิกการเดินทางเพราะความคิดเห็นเชิงลบของคนใกล้ตัวก็ได้
.
อย่างไรก็ตาม องค์การอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นข้อมูลที่ถูกนำเสนอออกไปนั้นเป็นเพียงแค่การบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่เหตุการณ์แผ่นดินไหวจะเกิดขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นจริงเสมอไป และเป็นเรื่องจริงที่ประเทศท่องเที่ยวในฝันของใครหลายคนนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่เสี่ยงจริงๆ
.
ด้วยเหตุนี้ ทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวจึงต้องระวังตัว และเตรียมพร้อมรับมือ เพื่อตอบสนองต่อเงื่อนไขทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ และแม้ว่าข่าวลือหรือคำทำนายจะถูกขยายผลด้วยพลังของโซเชียลก็จริง แต่ถึงอย่างนั้นผู้เชี่ยวชาญก็ยังแนะนำว่านักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเที่ยวที่ญี่ปุ่นในช่วงเวลาอื่นที่ไม่มีความเสี่ยงเรื่องภัยพิบัติได้เช่นเดิม
.
.
กรณีกระแสเที่ยวญี่ปุ่นที่ชะลอตัวในช่วงนี้เพราะคำทำนายจากมังงะ คือภาพสะท้อนที่ดีของ ‘ความกลัว’ ที่นอกจากจะมีข้อมูลบางส่วนที่ช่วยยืนยันได้แล้ว การผลิตซ้ำผ่านสังคม วัฒนธรรม และความเชื่อส่วนบุคคลยังทำให้พฤติกรรมของคนส่วนใหญ่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย
.
นี่แสดงให้เห็นว่าความจริงอาจไม่ได้เป็นแค่เรื่องจริงที่พิสูจน์ได้เสมอไปเท่านั้น แต่ความเชื่อที่มีร่วมกัน หรือการรับรู้เรื่องราวต่างๆ ไปในทางเดียวกัน โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายเร็ว จนตรวจสอบความถูกต้องแทบไม่ทันอย่างทุกวันนี้ก็ทำให้ข่าวลือเล็กๆ กลายเป็นความเชื่อที่ส่งแรงกระเพื่อมถึงระดับประเทศได้
.
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าความเชื่อนั้นจะเป็นจริงหรือไม่ การตั้งคำถามต่อข่าวลือ และการเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงจึงเป็นทักษะสำคัญที่เราทุกคนต้องมี หากไม่อยากตกเป็นเหยื่อของ ‘ข่าวลือ’ ที่อาจไม่ได้มาจากอนาคต แต่อยู่ในมือของคนที่เล่าเรื่องเก่งพอจะเปลี่ยนพฤติกรรมของเราได้ตั้งแต่วันนี้
.
แล้วข่าวลือครั้งล่าสุดที่คุณตกหลุมพรางคือเรื่องอะไร?
.
.
อ้างอิง
- Why a rumor on social media caused a drop in summer trips to Japan: Lim Hui Jie, CNBC - https://bit.ly/45ztY5S
.
.
#เที่ยวญี่ปุ่น
#trend
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...