โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ศึกสงครามส่งด่วน! มูลกว่า 1 แสนล้าน ‘เทียบฟอร์มบริษัทขนส่งพัสดุ’ ใครจะอยู่ ใครจะไป?

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 12.21 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 01.39 น. • The Bangkok Insight

สงครามส่งด่วน! ศึกใหญ่นับ 1 แสนล้าน "เทียบฟอร์มบริษัทขนส่งพัสดุ" ใครจะอยู่ ใครจะไป?

ธุรกิจขนส่งพัสดุด่วน (Express Delivery) ในประเทศไทย กำลังกลายเป็นสนามรบขนาดใหญ่ที่มีผู้เล่นจากทุกทิศตบเท้าเข้ามาชิงเค้กก้อนโตกว่าแสนล้านบาท ภายใต้สมรภูมิที่ทั้งร้อนแรง แข่งขันดุเดือด และไม่มีวันหยุด

ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), ศูนย์วิจัยธนาคารพาณิชย์ และบทวิเคราะห์จากภาคเอกชนหลายแห่ง สะท้อนว่าตลาดขนส่งพัสดุเป็นตลาดที่ใหญ่และโตต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าตลาดรวมในปี 2567-2568 ที่ประมาณ 80,000 – 100,000 ล้านบาทต่อปี ด้วยปริมาณพัสดุที่จัดส่งเฉลี่ยสูงถึง 10-12 ล้านชิ้นต่อวัน

นอกจากนี้ แนวโน้มการเติบโตยังเป็นบวก ตามอัตราการขยายตัวของ E-Commerce และ Social Commerce เพราะฉะนั้น ใครที่สามารถครองการส่งพัสดุได้ เท่ากับว่าคุมเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจดิจิทัลไปในตัว

ขนส่งพัสดุ

9 ผู้เล่นตลาดขนส่งพัสดุในไทย

ผู้เล่นรายสำคัญในตลาดขนส่งพัสดุในไทย ประกอบไปด้วย ไปรษณีย์ไทย, KEX (Kerry เดิม), Flash, J&T, Shopee (SPX), Lazada (LEX), DHL, SCG และ BEST วันนี้เราจะมาเจาะจุดต่างและเกมกลยุทธ์ของแต่ละแห่ง สรุปให้เห็นภาพแบบง่ายๆ

1. บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (Thailand Post)
ผู้ให้บริการส่งพัสดุและจดหมายของรัฐ ดำเนินการมานานกว่า 100 ปี ผู้เล่นรัฐวิสาหกิจที่มีเครือข่ายครอบคลุมทุกตำบลทั่วประเทศ
จุดแข็ง: ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ (มากกว่า 1,300 แห่ง) และมีความน่าเชื่อถือสูง
จุดอ่อน: การปรับตัวให้ทันการแข่งขันด้าน E-Commerce ยังช้ากว่าผู้เล่นเอกชนบางราย ความคล่องตัวยังสู้เอกชนไม่ได้
กลยุทธ์: เน้นพัฒนาบริการด่วน เช่น EMS, EMS World และเปิดบริการใหม่ EMS One Price ตอบโจทย์ตลาดออนไลน์

ขนส่งพัสดุ

2. บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KEX)
ผู้ให้บริการส่งพัสดุด่วนภาคเอกชนรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
จุดแข็ง: มีเครือข่ายจุดส่งและรับพัสดุกว้างขวางทั่วประเทศ ความรวดเร็ว และความน่าเชื่อถือ
จุดอ่อน: โครงสร้างต้นทุนที่สูง ทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาด้อยกว่าผู้เล่นใหม่
กลยุทธ์: มุ่งลดต้นทุน เพิ่มความสามารถในการทำกำไร ปรับโครงสร้างองค์กรโดย SF Holding เข้ามาถือหุ้นใหญ่ (ยักษ์ใหญ่ขนส่งของจีน) และเตรียมถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ

3. บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด (Flash Express)
สตาร์ทอัพไทยที่เติบโตรวดเร็วมาก ก่อตั้งปี 2560 และระดมทุนรอบสำคัญที่ทำให้เป็นยูนิคอร์นในปี 2564 มูลค่าบริษัทเกิน 30,000 ล้านบาท
จุดแข็ง: ราคาประหยัด เปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุด บริการรับถึงหน้าบ้าน (Pick-up Service)
จุดอ่อน: การเผาเงินที่สูงมากในช่วงแรก และการแข่งขันด้านราคาส่งผลต่อกำไรสุทธิที่บางเฉียบ รวมถึงความท้าทายด้านคุณภาพบริการ
สถานะตลาด: เป็น unicorn logistics รายแรกของไทย
กลยุทธ์: เติบโตผ่านการขยายศูนย์กระจายพัสดุ (Sorting Hub) และตั้งบริษัทแม่ Flash Group สู่ธุรกิจ Fintech และ Fulfillment บริการคลังสินค้าครบวงจร

4. บริษัท โกลบอล เจท เอ็กซ์เพรส (ไทยแลนด์) จำกัด (J&T Express)
บริษัทขนส่งจากประเทศอินโดนีเซีย ขยายมาสู่ไทยและทั่วภูมิภาคอาเซียน
จุดแข็ง: มีระบบ IT ที่แข็งแกร่ง สามารถส่งได้ 365 วันไม่มีวันหยุด มีบริการ pick-up
จุดอ่อน: ใช้ต้นทุนการขยายที่สูงและเผาเงินหนัก พึ่งพิงตลาด E-Commerce สูง ส่วนระบบสาขาที่เติบโตเร็ว อาจควบคุมคุณภาพได้ยาก
กลยุทธ์: แข่งขันด้านราคาแบบรุนแรง เน้นเพิ่มส่วนแบ่งตลาด E-Commerce

5. บริษัท เอสซีจี เอ็กซ์เพรส จำกัด (SCG EXPRESS)
เป็นบริการส่งพัสดุด่วนในเครือ SCG Logistics ที่เน้นบริการระดับพรีเมียม
จุดแข็ง: บริการควบคุมอุณหภูมิ (Cool TA-Q-BIN) เน้นความปลอดภัยและรักษามาตรฐานสินค้า ตอบโจทย์การส่งสินค้าราคาแพงหรือที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ เช่น เครื่องสำอาง อาหารสด
จุดอ่อน: ฐานลูกค้าแคบ ต้นทุนต่อหน่วยสูง และเครือข่ายให้บริการยังไม่ทั่วถึงเท่าคู่แข่งรายใหญ่
กลยุทธ์: เน้นเจาะตลาดพรีเมียมที่ยังมีช่องว่างจาก Mass สร้างภาพจำว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญตลาดพรีเมียมที่มีมาตรฐานบริการสูง

6. บริษัท ดีเอชแอล อีคอมเมิร์ซ โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด (DHL eCommerce Thailand)
ผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนในประเทศและระหว่างประเทศ เน้นกลุ่มลูกค้า e-Commerce, SME และ B2B ในเครือ DHL Group (เยอรมนี)
จุดแข็ง: ความเชี่ยวชาญระดับโลกด้าน Logistics และ Supply Chain มีระบบติดตามพัสดุแบบ Real-Time มีเครือข่ายคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่
จุดอ่อน: ต้นทุนบริการสูงกว่าผู้เล่นในตลาด Mass เจาะตลาด B2C ได้จำกัด และการเป็นแบรนด์ระดับโลก แต่ขาดการสื่อสารแบบ Localized
กลยุทธ์: เจาะลูกค้า B2B และ E-Commerce รายใหญ่ พัฒนาระบบ Fulfillment สำหรับร้านค้าออนไลน์ พร้อมกับขยาย Partner Network และร้านค้ารับพัสดุ

7. บริษัท เอสพีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (Shopee Xpress: SPX
บริการจัดส่งในเครือของ Shopee (Sea Group) สำหรับคำสั่งซื้อบนแพลตฟอร์ม

จุดแข็ง: เชื่อมต่อโดยตรงกับระบบ E-Commerce ทำให้บริหารจัดการเส้นทางและคำสั่งซื้อได้เร็ว
จุดอ่อน: ยังมีข้อจำกัดในการเปิดให้บุคคลทั่วไปใช้งานนอก Shopee
กบยุทธ์: ขยายคลังสินค้าและฮับขนส่งทั่วประเทศเพื่อลดระยะเวลาส่งสินค้าแบบ next-day

ขนส่งพัสดุ

8. บริษัท ลาซาด้า เอ็กซ์เพรส จำกัด (Lazada Logistics: LEX)
หน่วยจัดส่งของ Lazada (Alibaba Group)
จุดแข็ง: ใช้ระบบวิเคราะห์และจัดเส้นทาง (route optimization) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เน้นควบคุมการจัดส่งคำสั่งซื้อภายใน Lazada ให้รวดเร็วภายใน 1-2 วัน
จุดอ่อน: จำกัดการใช้งานเฉพาะคำสั่งซื้อในแพลตฟอร์ม Lazada ความเชื่อมั่นในแบรนด์ LEX ยังไม่แข็งแรง
กลยุทธ์: พัฒนาคลังสินค้าอัตโนมัติ (Smart Warehouse) และระบบติดตามแบบ Real-Time

9. บริษัท เบสท์ โลจิสติกส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด (BEST Express)
บริการจัดส่งพัสดุจากกลุ่ม Best Inc. ประเทศจีน เข้าสู่ไทยในปี 2562
จุดแข็ง: ระบบ IT จากจีน ลงทุนด้านเทคโนโลยีสูง ราคาค่าบริการค่อนข้างต่ำ
จุดอ่อน: แบรนด์ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง คุณภาพบริการไม่สม่ำเสมอ ขาดความแตกต่าง
กลยุทธ์: ใช้ระบบแฟรนไชส์ช่วยขยายพื้นที่ให้ครอบคลุม เป้าหมายต้องการเป็น Top 3 Logistics Player ในไทย

จะเห็นว่าสนามการแข่งขันนี้ยังคงแน่นไปด้วยผู้เล่น ทั้งเจ้าเก่าก็ยังแกร่งด้วยความน่าเชื่อถือ กลุ่มเอกชนสายดุที่เน้นราคาและความเร็ว กลุ่มพรีเมียมเฉพาะทาง รวมไปถึงแพลตฟอร์ม E-Commerce ก็เข้ามาทำระบบขนส่งเพื่อสร้าง Ecosystem ของตัวเอง

โจทย์ใหญในยุคพัสดุถล่มเมือง แม้ตลาดดูสดใส แต่สงครามราคาส่งพัสดุ และการแข่งขันที่รุนแรงอาจกลายเป็นดาบสองคม ดังนั้น ผู้เล่นที่จะอยู่รอดไม่ใช่แค่ราคาถูก แต่ต้องบริหารต้นทุนให้ดี บวกกับมีเทคโนโลยีสนับสนุน และสามารคิดกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะทางได้ด้วย

บทสรุปของศึกนี้ยังอีกยาว ในสมรภูมิที่ไม่มีวันหยุด ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ใครส่งเร็วสุด หรือ ใครราคาถูกสุดเสมอไป แต่อยู่ที่ว่าใครจะปรับตัวเร็ว เข้าใจลูกค้าได้ลึกกว่ากัน ผู้ชนะอาจไม่ใช่รายที่ใหญ่ที่สุด แต่เป็นรายที่เข้าใจเศรษฐกิจดิจิทัลไทยอย่างแท้จริง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...