โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘หุ้น-ทอง-เงินบาท’ ป่วน อิสราเอล เปิดฉากถล่มเดือด อิหร่าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 01.13 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 01.20 น.

ประเด็นสงครามในตะวันออกกลางที่ปะทุเดือดขึ้นอีกครั้ง โดยมีรายงานว่า อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่อิหร่าน ส่งผลกระทบต่อตลาดเงินตลาดทุนทันที โดยเฉพาะราคาทองที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อนแรงในรอบ 5 สัปดาห์ และราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นมากกว่า 5% รวมถึงตลาดหุ้นทั่วโลก และตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลงทันทีที่ตลาดเปิด

นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า หลังมีรายงานการโจมตีกันเกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันที ซึ่งจะมีผลกระทบในเรื่องต้นทุนพลังงานที่เป็นปัจจัยทำให้เงินบาทอ่อนค่า แต่เนื่องจากราคาทองคำก็ปรับขึ้นด้วย ก็จะมีบางส่วนที่ชดเชยกันอยู่ โดยการประเมินสถานการณ์ขณะนี้ยังค่อนข้างยาก เพราะยังไม่รู้ว่าสถานการณ์จะไปจบตรงไหน รวมถึงต้องติดตามท่าทีของสหรัฐด้วย ซึ่งมีข่าวว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ต้องการให้อิสราเอลหยุดโจมตี

ทั้งนี้ มองแนวโน้มว่าสถานการณ์อาจจะไม่ยืดเยื้อ เพราะอิหร่านเป็นประเทศมหาอำนาจในตะวันออกกลาง หากสถานการณ์ยืดเยื้อจะรุนแรง และจะพังกันหมด

“สถานการณ์ค่าเงินบาทก็คงผันผวน หลังจากที่ก่อนนี้เงินบาทจะนิ่ง ๆ แกว่งตัวออกด้านข้างมา 2-3 สัปดาห์ แต่หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด ตลาดก็มีความหวังอีกรอบว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีโอกาสจะลดดอกเบี้ยในไตรมาส 3 ซึ่งเงินบาทก็แข็งค่าไปทดสอบ 32.3 บาท/ดอลลาร์ แล้วพอมีข่าวตะวันออกกลาง ก็มาอยู่ที่ 32.45 บาท/ดอลลาร์ ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ที่แทรกเข้ามา ขณะที่สงครามการค้าที่เป็นปัจจัยเสี่ยงเดิมก็ยังอยู่ ดังนั้น ในบริบทของเศรษฐกิจไทยก็คงต้องดูต้นทุนราคาน้ำมันเป็นหลัก”

นางสาวรุ่งกล่าวว่า ในระยะนี้เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงมีเพิ่มมากขึ้น ช่วง 1-2 สัปดาห์ จึงคาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-33 บาท/ดอลลาร์ คือมีโอกาสจะอ่อนค่ากลับขึ้นไป แล้วแต่ว่าสถานการณ์จะไปทางไหน ส่วนกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย ช่วงนี้ดูแล้วจะค่อนข้างซึม โดยมีการซื้อขายสลับกันไประหว่างตลาดหุ้นกับตลาดพันธบัตร (บอนด์)

ขณะที่ในมุมผลกระทบต่อตลาดทุนนั้น บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) บริษัทการเงินการลงทุน ภายใต้กลุ่ม SCBX ประเมินว่า การโจมตีของอิสราเอลต่ออิหร่านได้สร้างความกังวลให้นักลงทุนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่สถานการณ์อาจยกระดับสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงในช่วงแรก

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตลาดมีโอกาสฟื้นตัวภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า หากความกังวลของนักลงทุนเริ่มคลี่คลาย โดยเฉพาะจากสัญญาณที่สหรัฐไม่สนับสนุนการโจมตีในครั้งนี้ ทั้งนี้ หากอ้างอิงข้อมูลย้อนหลังในช่วง 85 ปีที่ผ่านมา พบว่าในกรณีที่เกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดหุ้นมักสามารถฟื้นตัวกลับมาได้ภายในระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 20 วัน

อย่างไรก็ดี สินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ ได้แก่ ทองคำ และตราสารหนี้ ที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ในขณะที่ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นในระยะสั้นจากความกังวลด้านอุปทานและการปิดช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำมัน 26% ของโลก อาจถูกปิดหรือตกเป็นเป้าหมาย

ขณะที่นายภราดร เตียรณปราโมทย์ รองผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ประเมินว่า ในมุมของตลาดทุน เมื่อเกิดเหตุการณ์ด้านสงครามขึ้น ก็จะทำให้เกิดความไม่แน่นอน และเม็ดเงินหมุนเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย จึงทำให้ตลาดทุนมีการปรับฐาน รวมถึงตลาดหุ้นไทยถูกกดดันจากประเด็นดังกล่าวไปด้วย

อย่างไรก็ตาม มองว่าจะกระทบต่อตลาดหุ้นไทยค่อนข้างจำกัด เมื่อเทียบกับประเทศอื่น เนื่องจากทั่วโลกเมื่อเกิดประเด็นความไม่แน่นอนขึ้น จะทำให้ราคาน้ำมันขยับขึ้นด้วย ซึ่งหุ้นต่าง ๆ ทั่วโลกมีสัดส่วนหุ้นน้ำมันอยู่ประมาณ 3.6% ขณะที่ในตลาดหุ้นไทย มีหุ้นที่เป็นกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมีประมาณ 22% ดังนั้น หากราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงและต่อเนื่อง น่าจะช่วยให้หุ้นไทยมีความผันผวนน้อย เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ

“ยังคงต้องติดตามต่อไป หากสงครามเกิดรุนแรงขึ้น อาจจะมีหุ้นที่ได้รับผลกระทบได้ เช่น กลุ่มท่องเที่ยวที่ต้องระมัดระวัง”

นายภราดรกล่าวว่า แนวโน้มในสัปดาห์หน้า (16-20 มิ.ย.) ตลาดหุ้นไทยยังต้องติดตามหลายประเด็น ทั้งสงครามตะวันออกกลาง รวมถึงสงครามระหว่างไทยกับกัมพูชา ว่าผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร ซึ่งเซนติเมนต์ที่มีความร้อนแรงขึ้นอาจจะกดดันกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับไทย กัมพูชา เช่น ค้าปลีก เป็นต้น รวมถึงติดตามประเด็นการเมืองที่เป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่าน ที่มีเรื่องการปรับ ครม.

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยตอบรับประเด็นที่กดดันมาแล้วค่อนข้างมาก โดยช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา หุ้นไทยปรับลดลงกว่า 7% มากที่สุดในโลก ดังนั้นจึงเชื่อว่าแม้ยังมีปัจจัยความไม่แน่นอนอยู่ แต่การที่ตอบรับที่มากแล้ว หุ้นไทยน่าจะชะลอการปรับลดลง และอาจจะพลิกกลับขึ้นได้บ้าง โดยมองกรอบแนวรับที่ 1,100 จุด แนวต้าน 1,140 จุด

“หุ้นน้ำมันน่าจะเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้ SET Index ขยับขึ้นได้ โดยแนะนำลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงานที่ยัง Laggard เช่น PTT, BCP ที่มีโอกาสเข้า SET50 และหุ้นที่คาดว่ากำไรไตรมาส 2/68 ออกมาดี อย่าง IVL, PR9”

ในส่วนของราคาทอง “MTS GOLD” หรือห้างทองแม่ทองสุก รายงานว่า ราคาทองคำพุ่งขึ้นกว่า 46 ดอลลาร์ ทันที แตะ 3,432 ดอลลาร์ หลังจากที่อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่งผลให้เกิดความกังวลอย่างมากในตลาดและหนุนราคาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยให้ปรับตัวสูงขึ้น

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โกลเบล็ก กล่าวว่า ราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นมาหลังสงครามปะทุ หากเกิดความรุนแรงหรือมีการขยายวงกว้างออกไป ราคาทองคำก็อาจจะขึ้นไปต่ออีกได้

“ต้องดูว่าสงครามขยายวงหรือเปล่า คือถ้ามียิงกันไปมา ไม่เหมือนรอบที่แล้วที่ยิงกันทีเดียวแล้วจบ ก็มีโอกาสที่ทองจะขึ้นต่ออีกได้ ซึ่งการลงทุนช่วงนี้สามารถเล่นเก็งกำไรขาขึ้นได้ โดยกรอบให้ที่ 3,400-3,450 ดอลลาร์ ซึ่งหากไม่มีข่าวอะไรเพิ่มเติมแล้วผ่าน 3,450 ดอลลาร์ไปได้ จะแนะนำขายมากกว่า แต่ถ้าสถานการณ์รุนแรงขึ้น แล้วราคาผ่าน 3,450 ดอลลาร์ไป ก็สามารถเข้าซื้อได้”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘หุ้น-ทอง-เงินบาท’ ป่วน อิสราเอล เปิดฉากถล่มเดือด อิหร่าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...