โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โจรชิงทอง 38 บาท ส่งข้อความสุดท้ายบอกน้องชายมารับศพ ก่อนตัดสินใจจบชีวิต

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 12.40 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 12.35 น.
ภาพไฮไลต์

หนุ่มส่งข้อความสุดท้ายบอกน้องชายมารับศพ ก่อนตัดสินใจจบชีวิต ตร.ตามสืบจนพบ เป็นโจรที่ก่อเหตุชิงทอง 38 บาทในห้างฯ ที่ จ.ชลบุรี

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 มิถุนายน 68 ร.ต.ท.อร่าม โชติษิตานนท์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายชิงทองภายในห้างทองในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 6 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.ชาตรี สุขศิริ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.คฑพล พรมดอนชาติ ผกก.สภ.เมืองชลบุรี, พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ โอสถานนท์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองชลบุรี และตำรวจสืบสวน จ.ชลบุรี เข้าตรวจสอบ พบพนักงาน 3 คนอยู่ในห้างทอง

สอบถาม น.ส.กลอย (นามสมมุติ) พนักงานห้างทอง เปิดเผยด้วยอาการตกใจว่า เขาเดินเข้ามา และขอดูทอง จึงให้ไป โดยเขาขอดูทอง 10 บาท แต่ทางเราบอกว่าให้เขาถอดแมสแล้วถอดหมวกก่อนได้ไหม เขาไม่พูด แล้วก็ชักปืนออกมาขู่เลย หลังจากนั้นก็คว้าเอาทองไป ได้ทอง 10 บาท 2 เส้น 9 บาท 2 เส้น รวม 38 บาท แล้ววิ่งหนีออกไป

ต่อมาได้พบกับ ด.ต.สมปอง ฟองตา ตำรวจสังกัด ผบ.หมู่ กก.ปพ.สส.ภ.2 ในที่เกิดเหตุ ได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือขวา และกระสุนปืนถากที่ศีรษะ ได้เปิดเผยว่า ผ่านมาเจอตอนแรก คิดว่าแค่ขโมยของ พอมาถึงมันก็ชักปืนยิงใส่เลย ตนจึงใช้มือปัดกระสุนเลยถากไปที่หมวกกันน็อคที่สวมใส่ที่ศีรษะ แล้วมันหนีไป ตำรวจได้ยึดอาวุธปืนแบบแม็กกาซีน ขนาด 9 มม. พร้อมกระสุนอยู่ในแม็กของคนร้าย เอาไว้ตรวจสอบแล้ว

โดยตำรวจได้ติดตามดูภาพจากกล้อง เห็นภาพคนร้ายสูงประมาณ 160-170 ซม. ใส่กางเกงขายาวสีดำ เสื้อยืดแขนยาวลายที่แขน ที่หน้าอกมีภาษาอังกฤษ สวมหมวกแก๊ปสีชมพู สวมแมสสีขาว ใส่แว่นตา สะพายกระเป๋าข้างสีดำ ขี่รถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า คลิก ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนีไป โดยมีเส้นทางหลบหนีหลายทาง เช่น ออกซอย 11 ซอย 12 จึงเร่งดูภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี เพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดี

ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนหัวฬ่อ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ ได้รับแจ้งมีคนตกจากคอนโด จากชั้น 6 ร่างกระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ภายในคอนโดแห่งหนึ่ง พื้นที่ตำบลดอนหัวฬ่อ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี จึงรีบไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบร่าง นายปิยะพงษ์ อิ่มใจ อายุ 35 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ตาลอยสะลึมสะลือ สอบถามไม่รู้เรื่อง มีเลือดออกปากและจมูก กู้ภัยฯ จึงได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนจะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลชลบุรี จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก สีส้ม ทะเบียน 3 กณ 4841 ชลบุรี จอดอยู่ชั้นล่างคอนโด

สอบถามนางสาวฟาง ช่างแอร์ที่มาติดแอร์อยู่ในคอนโดดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนติดแอร์อยู่บนชั้น 2 เห็นคนเจ็บเดินขึ้นไปตามบันได สักพักก็เห็นตกลงมากระแทกพื้นเจ็บสาหัส ตนกับแฟนจึงรีบลงมาดู แฟนก็ได้กางร่มให้ ส่วนตนก็เอายาดมให้ดม จากที่สังเกตุ ตนเห็นคนเจ็บแขนหักหมดสติ จากนั้นก็รีบแจ้งหน่วยกู้ภัยมาช่วยเหลือ พอกู้ภัยมาถึงก็เห็นว่าคนเจ็บได้สติกลับมา ลืมตา แต่ตอบไม่ได้อยู่ในอาการเหม่อลอย

กู้ภัยจึงได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล ต่อมาตนเห็นน้องชายของผู้ได้รับบาดเจ็บหน้าตาตื่นเข้ามาในที่เกิดเหตุ บอกว่าเป็นน้องชายของคนเจ็บ ซึ่งคนเจ็บได้ส่งแชตและโทรไปหาก่อนเกิดเหตุว่าให้มารับศพที่คอนโดนี้ ซึ่งน้องชายก็ไม่รู้ว่าพี่ชายจะก่อเหตุจริง จากนั้นทั้งคู่ก็ได้ตามกันไปที่โรงพยาบาล

จากการสอบถามญาติ พบว่าคนเจ็บเคยพักอาศัยอยู่ที่นี่ เมื่อประมาณเกือบ 10 ปีที่แล้ว ผู้บาดเจ็บมีปัญหาเรื่องหนี้สิน ได้โทรบอกเมียว่าจะฆ่าตัวตาย และโทรไปสั่งลาน้องชายให้มารับศพที่หอพัก ที่เคยพักอาศัยครั้งแรกที่มาทำงานชลบุรี

ด้าน พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวน และดูภาพจากกล้องวงจรปิด ร่วมด้วยชุดตำรวจสืบสวนภาค 2 สืบสวน จ.ชลบุรี ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองชลบุรี ได้พบหลักฐานว่า ผู้บาดเจ็บเป็นคนเดียวกับที่ก่อเหตุชิงทองจากห้างฯ หลังก่อเหตุก็ได้มากระโดดคอนโดสาหัส และเสียชีวิตที่ รพ.วิภาราม อมตะซิตี้

ต่อมาตำรวจได้ร่วมค้นบ้านในพื้นที่ หมู่ 1 ต.หนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านของผู้ก่อเหตุ โดยมี น.ส.เอ (นามสมมุติ) ภรรยา และญาติ นำค้น ได้พบเสื้อผ้าที่ใส่ก่อเหตุชิงทองคำอยู่ในถุงขยะ และสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 10 บาท 1 เส้น หลังจากนั้นได้ค้นบ้านร้างฝั่งตรงข้าม พบสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 10 บาท จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนสร้อยอีก 2 เส้นยังไม่ทราบ

อย่างไรก็ตาม หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม จะรายงานให้ทราบอีกครั้ง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...