เจาะที่มากำไร“SKIN” วัฏจักรสินค้าช่วงปลาย
#SKIN #ทันหุ้น – แกะงบดูตัวเลขกำไร SKIN หลังโชว์ยอดขายลด 17 ล้านบาท แต่กำไรเพิ่ม 0.75 ล้านบาท พบใช้วิธีการลดค่าใช้จ่ายการขายลงแรงเฉียด 10 ล้านบาท ผู้บริหารชี้เป็นวิธีการปรับจากฝากขายเป็นขายขาด แต่ไฟลิ่งระบุ หั่นค่าใช้จ่ายโฆษณาหนักไตรมาสเดียว 7 ล้านบาท ผู้บริหารรับสินค้าเดิมอยู่ช่วงปลายวัฏจักร แต่กำลังจะออกสินค้าใหม่ มั่นใจมาร์จิ้นเพิ่ม
ผ่าข้อสงสัย “บริษัท สกิน ลาบอราทอรี่ จำกัด (มหาชน)” หรือ SKIN ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ภายใต้แบรนด์ได้แก่ “Skinsista” และ “Dermie” ที่กำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่มีรายได้ถดถอยอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตถึงความสามารถในการแข่งขัน ซึ่ง “ทันหุ้น” ได้สอบถามถึงสาเหตุจาก “ชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SKIN อธิบายว่า เป็นผลมาจากมาตรฐานทางบัญชีในการรับรู้รายได้ ซึ่งบริษัทได้มีการปรับเปลี่ยนช่องทางการขายของบริษัทจากการฝากขายที่ 7-11 มาเป็นการขายขาดในช่องทางอื่นมากขึ้น โดยการฝากขายจะรับรู้รายได้ที่สูงกว่าการขายขาด แต่เมื่อหักค่าใช้จ่ายจากช่องทางขายทั้งคู่แล้ว มีรายได้สุทธิในระดับเดียวกัน
แม้ผู้บริหารจะพยายามอธิบายถึงบัญชี แต่ก็ยอมรับว่ารายได้สุทธิทรงๆ ในปี 2566-2567 เพราะบริษัทยังไม่ได้ออกสินค้าใหม่ และอยากให้ดูกำไรมากกว่า ฉะนั้น “ทันหุ้นซีรีส์” ตอนนี้ เราจะมาเจาะลึกที่มาของกำไร SKIN กัน
@ หั่นค่าใช้จ่ายการขาย
จากไฟลิ่ง SKIN ปี 2565 มีรายได้ 282.12 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 10.78 ล้านบาท ปี 2566 มีรายได้ 271.80 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 16.79 ล้านบาท ปี 2567 มีรายได้ 229.13 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 10.67 ล้านบาท ซึ่งกำไรสุทธิดังกล่าวยังคงมีความผันผวน ทั้งนี้ “ชาญวิทย์” ระบุว่า ในปี 2567 บริษัทมีค่าใช้จ่ายครั้งเดียวจากการเตรียมตัวเข้าตลาดราว 10 ล้านบาท หากรวมกลับเข้ามาก็จะทำให้บริษัทมีกำไรที่เติบโตได้
ยังมีจุดที่น่าสนใจเมื่อไตรมาส 1/2568 บริษัทมีรายได้ 47.04 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวปีก่อนที่มีรายได้ที่ 64.43 ล้านบาท ถึง 26.99% แต่กำไรสุทธิกลับเพิ่มขึ้นแตะ 4.39 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่กำไรสุทธิที่ 3.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.75 ล้านบาท หรือ 20.60%
เจาะลึกลงไปจะพบว่ากำไรที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจากที่บริษัทสามารถปรับลดค่าใช้จ่ายในการขายค่อนข้างมากเหลือ 23 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2568 จากที่ปี 2565 ที่มีค่าใช้จ่ายการขายเฉลี่ยไตรมาสละ 44 ล้านบาท ปี 2566 ค่าใช้จ่ายการขาย 41 ล้านบาท ปี 2567 ค่าใช้จ่ายการขาย 32 ล้านบาท
“ชาญวิทย์” ระบุว่า ค่าใช้จ่ายการขายที่ลดลงมาก เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงจากการฝากขายมาสู่การขายขาดในช่องทางออนไลน์
ทั้งนี้การที่ค่าใช้จ่ายการขายลดลงมองได้หลายมุม คือ ฝากขายได้น้อยลงทำให้จ่ายค่า GP น้อยลง ซึ่งอาจจะเกิดจากการปรับเปลี่ยนวิธีการขายมาสู่การขายขาด ดั่งที่ผู้บริหารบอก หรือการพยายามปรับลดค่าใช้จ่ายในส่วนการขายนี้ลงเพื่อให้ตัวเลขกำไรสูงขึ้น
เมื่อพิจารณาในไฟลิ่ง มีการบอกเหตุผลถึงค่าใช้จ่ายการขายที่ลดลงในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 เพราะบริษัทมีค่าสื่อและโฆษณา (เน้นออนไลน์) ลดลง 7.34 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงสูงถึง 55.23% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ปี 2567 มีค่าสื่อและโฆษณาทั้งปีลดลง 9.65 ล้านบาท หรือ ลดลง 19.31%
การลดสื่อโฆษณาลงในสินค้าที่อยู่บนสมรภูมิการแข่งขันจำนวนมาก จึงไม่แปลกที่ยอดขายจะลดลงทั้งแบบขายฝาก และแบบขายขาด แต่ก็แลกมาด้วยตัวเลขกำไรสุทธิที่ดีขึ้น 0.75 ล้านบาท โดยเฉพาะช่วงที่ต้องใช้งบไตรมาส 1/2568 เตรียมขายไอพีโอ
@ ไม่ยืนยันกดค่าใช้จ่ายการขาย
คำถามจึงพุ่งไปสู่ว่า บริษัทจะสามารถกดค่าใช้จ่ายการขายได้ไตรมาสละ 23 ล้านบาทได้ต่อไปหรือไม่ ซึ่ง “ชาญวิทย์” ไม่ตอบเรื่องการลดค่าใช้จ่ายการขาย แต่ยืนยันว่าทั้งปีอัตรากำไรจะดีขึ้น โดยระบุว่า สินค้ากลุ่มสกินแคร์มักถูกขับเคลื่อนด้วย สินค้าใหม่และสินค้านวัตกรรมยอดขายในช่วงปี 2566-2567 ถือเป็นช่วง ปลายวัฏจักรของสินค้าเดิม (ปลายอายุของสินค้า) บริษัทจะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ช่วงปี 2568-2569 โดยปี 2568 มีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ถึง 8 รายการ
อ่านตอนแรก
SKINสมรภูมิเดือด อึ้ง!งบถอยต่อเนื่อง
https://thunhoon.com/article/315241
#ทันหุ้น #ทันหุ้นออนไลน์ #Thunhoon #ทันหุ้นซีรียส์ #SKIN