โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เปิด “ร้านขายยา” อย่างมืออาชีพ ทุกขั้นตอนที่คุณต้องรู้ พร้อมแจกแจงงบลงทุน

ชี้ช่องรวย

อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 12.16 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 12.16 น.

ในยุคที่ผู้คนใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ร้านขายยา กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีความต้องการสูง และมีบทบาทสำคัญในชุมชน ไม่เพียงแต่จำหน่ายยาและเวชภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งให้คำปรึกษาด้านสุขภาพเบื้องต้นโดยเภสัชกรวิชาชีพอีกด้วย

วันนี้ ชี้ช่องรวย จึงอยากจะมาแนะนำอาชีพนี้ให้กับคนที่สนใจ ได้ทราบว่าจะต้องต้องทำอย่างไรบ้าง โดยการเปิดร้านขายยาไม่ใช่เพียงแค่การ “มีของขาย” แต่ต้องอาศัยความรู้ กฎหมาย และมาตรฐานวิชาชีพอย่างรัดกุม ตั้งแต่การเตรียมอุปกรณ์ การจัดหายาที่เหมาะสม การขอใบอนุญาตที่ถูกต้อง ไปจนถึงการจ้างเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญประจำร้าน

ร้านขายยา

สิ่งที่ต้องมีในการเปิดร้านขายยา

1.เภสัชกรประจำร้าน ต้องมี เภสัชกรที่ได้รับใบประกอบวิชาชีพ ปฏิบัติงานตลอดเวลาที่เปิดร้าน หากคุณไม่ใช่เภสัชกร ต้องจ้างเภสัชกรที่มีใบอนุญาตประจำร้าน

2.ใบอนุญาต ต้องขอใบอนุญาตจากหน่วยงานราชการ

  • ใบอนุญาตขายยา (ข.ย.) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
  • ใบอนุญาตสถานที่ขายยา จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
  • จดทะเบียนพาณิชย์ และขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจทั่วไปกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ร้านขายยา

3.สถานที่

  • ต้องเป็นสถานที่ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดร้านขายยา (ไม่ใช่ห้องแถวในบางพื้นที่ที่ห้าม)
  • ต้องมีพื้นที่สำหรับวางยา, ห้องเก็บยา, ห้องให้คำปรึกษา (ในบางกรณี)
  • ต้องสะอาด มีระบบระบายอากาศ และมีการควบคุมอุณหภูมิ
ร้านขายยา

อุปกรณ์ที่จำเป็นในร้านขายยา

1.อุปกรณ์เกี่ยวกับยา

  • ชั้นวางยา สำหรับจัดวางยาตามหมวดหมู่

  • ตู้ยา (บางชนิดมีล็อก) สำหรับเก็บยาควบคุมหรือยาอันตราย

  • ตู้แช่ยา (Refrigerator) สำหรับเก็บยาที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ เช่น วัคซีน หรือยาฉีดบางชนิด

  • ตะกร้า/กล่องใส่ยาแยกประเภท เพื่อความเป็นระเบียบ

  • ภาชนะบรรจุยา เช่น ขวดยาน้ำ, ถุงยา, ซองแบ่งยา

  • อุปกรณ์สำนักงานและระบบจัดการ

  • คอมพิวเตอร์ สำหรับจัดการสต๊อกยาและระบบขาย

  • โปรแกรม POS (Point of Sale) ระบบขายหน้าร้าน พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลลูกค้าและประวัติการซื้อยา

  • เครื่องพิมพ์ใบเสร็จ / เครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์ยา

  • เครื่องอ่านบาร์โค้ด เพื่อความเร็วในการขาย

  • โทรศัพท์/มือถือ/อินเทอร์เน็ต สำหรับติดต่อสื่อสารกับลูกค้าและตัวแทนจำหน่ายยา

  • อุปกรณ์เพื่อการให้บริการลูกค้า

  • โต๊ะให้คำปรึกษา/พื้นที่ส่วนตัว สำหรับการให้คำแนะนำโดยเภสัชกร

  • เก้าอี้/ม้านั่ง สำหรับลูกค้านั่งรอ

  • เครื่องวัดความดันโลหิต (อัตโนมัติหรือแมนนวล)

  • เครื่องชั่งน้ำหนัก / วัดส่วนสูง (ถ้ามีบริการสุขภาพเบื้องต้น)

  • อุปกรณ์ตรวจเบาหวาน (เจาะปลายนิ้ว) (ถ้ารับบริการนี้)

  • ป้าย และเอกสาร

  • ป้ายชื่อร้านและป้ายเภสัชกรประจำร้าน (ตามข้อบังคับ)

  • ใบอนุญาตแสดงหน้าร้าน เช่น ใบขออนุญาตขายยา, ใบประกอบวิชาชีพ

  • แผ่นพับ/โบรชัวร์สุขภาพ เสริมภาพลักษณ์วิชาชีพ

  • ระบบความปลอดภัย

  • กล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อความปลอดภัย และอาจเป็นข้อบังคับในบางพื้นที่

  • เครื่องดับเพลิง

  • อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ร้านขายยา

ชนิดของยาที่ควรมีในร้านขายยา

1.ยาสามัญประจำบ้าน (OTC – Over the Counter) จำหน่ายได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ชนิดของยามีดังนี้

  • พาราเซตามอล แก้ปวด ลดไข้
  • ไอบูโพรเฟน แก้ปวด ลดการอักเสบ
  • แอนตาซิล / ไซเมทิโคน แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ
  • คลอร์เฟนิรามีน แก้แพ้ คัดจมูก
  • ลอราทาดีน / ซีทิริซีน แก้แพ้ชนิดไม่ง่วง
  • ยาแก้ไอ/ละลายเสมหะ เช่น ไบรโอนิล, แอมบรอกซอล
  • ยาธาตุน้ำขาว, มะขามแขก ยาระบาย, แก้ท้องผูก
  • เกลือแร่ ORS แก้ท้องเสีย เสียน้ำ
  • ยาอม/สเปรย์ฆ่าเชื้อคอ

2.ยาใช้ภายนอก

  • เบตาดีน / โพวิโดนไอโอดีน ยาฆ่าเชื้อ
  • แอลกอฮอล์ / เจลล้างมือ ฆ่าเชื้อโรค
  • ยาทาแก้ปวดข้อ/กล้ามเนื้อ เช่น โวลทาเรนเจล, ยาหม่อง
  • คาลาไมน์โลชั่น – แก้ผื่นคัน
  • ครีมรักษาสิว / เชื้อรา / ผิวหนังอักเสบ เช่น คีโตโคนาโซล, คาลาไมน์, โคลไตรมาโซล

3.เวชภัณฑ์และอุปกรณ์เบื้องต้น

  • สำลี / ผ้าก๊อซ / พลาสเตอร์
  • หน้ากากอนามัย / ถุงมือยาง
  • ปรอทวัดไข้ / เครื่องวัดความดัน / ที่เจาะเลือด
  • ถุงน้ำร้อน / ถุงประคบเย็น
  • ชุดตรวจ ATK, น้ำเกลือล้างจมูก

4.ยาสามัญแผนปัจจุบัน (ยาควบคุม) ต้องมีเภสัชกรพิจารณาจ่าย และอธิบายวิธีใช้ให้เหมาะสม ชนิดของยามีดังนี้

  • ยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs เช่น ไดโคลฟีแนค, นาโพรเซน

  • ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) เช่น อะม็อกซีซิลลิน, อะซิโทรมัยซิน (ขายได้เมื่อมีเหตุผล/อาการเหมาะสม)

  • ยากลุ่มแอนตี้ฮิสตามีน – เช่น ไฮดรอกไซซีน

  • ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน – เช่น เมโทโคลพราไมด์

  • อาหารเสริม / ยาสมุนไพร

  • วิตามิน C / วิตามิน B รวม / แคลเซียม

  • น้ำมันปลา / คอลลาเจน

  • สมุนไพร: ฟ้าทะลายโจร, ขมิ้นชัน, ยาธาตุบรรเทาอาการทางเดินอาหาร

หมายเหตุ : จำนวนรายการยา ที่ควรมีเริ่มต้น: 100 – 200 รายการ (รวมเวชภัณฑ์)

การจัดสต็อก ต้องพิจารณาให้ครอบคลุมระบบอวัยวะต่าง ๆ เช่น ยาแก้ปวด, ทางเดินอาหาร, ระบบหายใจ, ผิวหนัง, ระบบขับถ่าย ฯลฯ ยาทุกตัวต้อง มีฉลากถูกต้อง, ไม่หมดอายุ, และ จัดเก็บตามข้อกำหนดของ อย.

ร้านขายยา

งบลงทุนโดยประมาณ แจกแจงได้ดังนี้

  • ค่าตกแต่งร้าน 100,000 – 300,000 บาท
  • ค่าชั้นวาง + อุปกรณ์ 50,000 – 150,000 บาท
  • ค่ายาและเวชภัณฑ์เบื้องต้น 150,000 – 500,000 บาท
  • ค่าจ้างเภสัชกร (ถ้าจ้าง) 30,000 – 50,000 / เดือน บาท
  • ค่าขอใบอนุญาต 5,000 – 10,000 บาท
  • ค่าระบบ POS/Software 10,000 – 30,000 บาท

รวมเบื้องต้น 350,000 – 1,000,000+ บาท

หมายเหตุ: ถ้าเปิดในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือห้างสรรพสินค้า งบลงทุนอาจสูงขึ้น

อ่านบทความสร้างอาชีพอื่น ๆ คลิก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...