5 หุ้นเด่นประจำเดือน มิ.ย.68 กำไรแกร่งสู้เศรษฐกิจผันผวน
แม้ว่าปี 2568 จะเดินทางมาได้ถึงครึ่งทางแล้ว แต่ดูเหมือนว่าตลาดหุ้นไทยยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวช้า กำลังซื้อยังไม่กลับมาเต็มที่ ขณะที่มาตรการกระตุ้นต่าง ๆ ยังอยู่ระหว่างรอความชัดเจน ทำให้นักลงทุนเริ่มหันมาโฟกัสหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแรงและกำไรแน่นอนมากขึ้น
ซึ่งบทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) แนะนำกลยุทธ์การลงทุน โดยยังเน้นเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/68 ถึงปี 2568 แข็งแกร่งและมีความแน่นอนของกำไรสูง โดยเน้นกลุ่มสินค้าและบริการจำเป็นท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและไม่แน่นอน สำหรับหุ้นเด่นเดือน มิ.ย. ได้แก่ CPALL, MTC, OSP, SJWD, STECON
เริ่มที่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL บล.หยวนต้า แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 65.00 บาท โดยแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/68 คาดทรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้วยแรงหนุนจาก 1) คาดการณ์ไตรมาส 2/68 SSSG ที่ยังเติบโตในระดับ 1-2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2) การขยายสาขาเฉลี่ย 700 แห่งต่อปี หรือ 150-200 ต่อไตรมาส 3) การมีวันหยุดยาวจำนวนมากในช่วงไตรมาส 2 หนุนยอดขายกลุ่มสินค้าพร้อมทานและการท่องเที่ยว
ทั้งนี้ กำไรปกติไตรมาส 1/68 คิดเป็น 28% ของประมาณการปี 2568 ที่ 2.7 หมื่นลบ. (+5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) เบื้องต้น บล.หยวนต้าจึงคงประมาณการดังกล่าว
ด้าน บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC บล.บัวหลวง แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 50.00 บาท โดยไตรมาส 2/68 คาดว่า MTC จะรายงานกำไรสุทธิทำสถิติใหม่ที่ 1.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 5% จากไตรมาสก่อน หนุนโดยการเติบโตของสินเชื่อ
อีกทั้ง คาดกำไรสุทธิทั้งปี 2568 จะอยู่ที่ 6.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นระดับสูงสุดใหม่ ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตกำไรสุทธิที่สูงที่สุดในกลุ่มการเงินรายย่อยที่บล.บัวหลวงให้คำแนะนำ นอกจากนี้ คาดสินเชื่อปี 2568 จะเติบโต 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนจากการขยายสาขาและอุปสงค์สินเชื่อลูกค้ารายย่อยที่ยังแข็งแกร่ง
ส่วน บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP บล.หยวนต้า แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 15.20 บาท โดยคาดแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 2/68 เบื้องต้นในกรอบ 950–1,050 ลบ. ทรงตัวจากไตรมาสก่อน และเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนจากรายได้ที่จะสูงขึ้นจากไตรมาสก่อน ตามปัจจัยฤดูกาลในประเทศที่ดีขึ้นทั้งธุรกิจ Energy Drink และ Personal Care แต่จากช่วงเดียวกันของปีก่อนคาดจะชะลอลง
อย่างไรก็ตาม คาดบริษัทจะยังสามารถรักษาระดับ GPM ที่สูงราว +/-40% ได้ เนื่องจากบริษัทมีการล็อคราคาวัตถุดิบที่ต่ำถึงไตรมาส 3/68 แล้วประกอบกับแผนการควบคุมต้นทุนที่ทำอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ คาดจะเห็น SG&A/Sales ที่ปรับลดลงจากแผนการควบคุมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เข้มงวดมากขึ้น
ขณะที่ บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD บล.หยวนต้า แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 10.10 บาท และเลือกเป็น Top Pick ของกลุ่มขนส่งในไตรมาส 2/68 โดยมีมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2568 ทั้งนี้ คาดกำไรปกติกลับมาเติบโต 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ 965 ลบ. จากการ 1) รับรู้ Synergy หลังควบรวมมากขึ้น 2) บริหารต้นทุนการดำเนินงาน และ 3) ขยายบริการในภูมิภาคร่วมกับพันธมิตร
แม้คาดกำไรปกติไตรมาส 2/68 ลดลงจากไตรมาสก่อน ตามปัจจัยฤดูกาลและจากส่วนแบ่งกำไรที่ไม่มีกำไรขายที่ดินจาก PPSP แต่ประเมินอัตราการทำกำไรที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มขนส่งและแผนการลดต้นทุนในกลุ่มจะเป็น Catalyst ผลักดันให้กำไรมีโอกาสเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนได้ทั้งปี
ปิดท้ายด้วยบริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 9.50 บาท จากภาพธุรกิจปีนี้ที่ Turnaround ผลักดันด้วยการเติบโตธุรกิจก่อสร้างหลังไม่ถูกกดดันจากงานที่ไม่มีมาร์จิ้น รวมถึงรถไฟฟ้าชมพู-เหลือง คาดไม่มีบันทึกส่วนแบ่งขาดทุนเข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 2/68
อีกทั้ง มี Upside Risk ที่ยังไม่รวมในประมาณการจากความคืบหน้าของการเคลมประกันของค่าซ่อมอุโมงค์บึงหนองบอน (ค่าซ่อมเกิดขึ้นราว 1 พันล้านบาท) โดยบริษัทคาดได้รับเงินในช่วงไตรมาส 2-3/68 ทําให้บวกกลับส่วนของต้นทุนหนุนให้อัตรากําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย