“แพรวพราว” ควง “ซัน วงศธร” เคลียร์คำครหาท้องก่อนแต่ง คนรอบข้างไม่เห็นด้วย อายุห่าง 14 ปีไม่ใช่ปัญหา
จากคู่จิ้นเป็นคู่ชีวิตสุดเซอร์ไพรส์ ทำเอาแฟนๆฮือฮา เมื่อนักร้องหนุ่ม ซัน วงศธร ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอ แพรวพราว แสงทอง
แต่งงานไปเมื่อไม่กี่วันก่อน หลังคุยกันได้ 8 เดือน ล่าสุดทั้งได้ควงกันมาเปิดถึงจุดเริ่มต้นฝ่ากระแสดราม่า คอมเมนต์และคนรอบข้างไม่เห็นด้วย อีกทั้งยังเคลียร์ข้อครหาท้องก่อนแต่งหรือเปล่า ผ่านทางรายการ คุยแซ่บ show
ตอนแรกเป็นคู่จิ้น แต่ตอนนี้เป็นคู่จริงแล้ว ตอนประกาศหลายคนยังคิดว่าเป็นคอนเทนต์เลย?
ซัน : ใช่ครับ ในมุมมองหลายคน คือตอนที่ส่งแต่งงานไป เพื่อนก็โทรมา ถามจริงนี่มึงปล่อยเพลงหรือเปล่า ก็บอกไปว่าไม่ใช่ เรื่องจริง จริงๆแล้ว ผมว่ามันเกิดจากการเป็นคู่จิ้นมาก่อน
จากคู่จิ้น อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้กลายมาเป็นคู่จริง?
ซัน : ตัวซันเองก็ไม่คิดว่าจะมาถึงขั้นนี้ พูดคุย ให้กำลังใจกัน ณ ช่วงหนึ่ง ได้มาร่วมงานกัน เพราะว่าผมจะสตรีมไลฟ์ลิเก แล้วก็ชวนเขามาร่วมแสดงด้วยกัน และด้วยกระแสตอบรับ ด้วยรูปที่เราถ่ายด้วย แฟนคลับทางแพรวพราว และหลายๆ คน อยากเห็นอีก และผมก็ได้ไปรับเชิญวงเขา มันก็ยาวมาเลย มีเอฟซีที่คอยสนับสนุน จริงๆ ผมเข้าไม่ถึงกับการที่เป็นหมอลำ ผมไม่กล้า เราเป็นนักร้องจากภาคกลาง มาจากการประกวด กลัวด้วยการที่จะขึ้นไป พออยู่ด้วยบ่อยๆ ก็มีแฟนคลับเข้ามา เราก็ได้ทำงานกันบ่อยขึ้น แล้วระยะเวลาเราก็โสดด้วย ความใกล้ชิดมันก็ทำให้สานต่อได้
อะไรที่ตัดสินใจให้เราไปเคลียร์กับคนอื่น ชอบอะไรในตัวเขา?
ซัน : ความเป็นแม่ เราได้สัมผัสและเราเห็น เมื่อก่อนมันไม่ใช่แบบนี้นะ ตรงนี้เขาค่อนข้างที่จะผ่านอะไรมาเยอะพอสมควร เขาโตจริงๆ เราจะไปเล่นไม่ได้ แต่ก็ถามตัวเองก่อนว่าเราพร้อมมั้ย เป็นเพราะกิเลส หรือเป็นเพราะอะไร สุดท้ายเราก็ได้คำตอบ บางทีเห็นมุมที่เขาไม่เคยคุยกับใคร เขาดิ่ง อยากเป็นกำลังใจ ก็คลุกคลีอยู่กับเขา ก็บอกเขาแล้วเริ่มจีบจริงจัง แต่ผมก็คิดตัวเองเรียบร้อยแล้ว
แพรวพราว : พอเขาบอกว่าอยากเริ่มจีบ อยากเริ่มจริงจัง คุยตรงๆ ได้ไหม เรามาลองเปิดใจดูไหม เขาก็รู้ว่าเขาจะต้องมีผู้หญิงที่ยังคุยอยู่ ก็เลยบอกว่างั้นซันไปเคลียร์ตัวเองก่อนแล้วกัน ยังไงก็ค่อยคุยกันต่อ ไปถามตัวเองเยอะๆ ก่อน ลูก2 นะ ถ้าคบใครแพรวไม่ได้เล่นนะ ที่จริงเราก็ยังไม่ได้อยากคบ คิดว่าเขายังอายุน้อย แล้วลูกเรา 2 คนอีก มีความกังวลทุกอย่างเลย
แต่ก็มีข่าวมาว่าช่วงแรกที่คบกันเป็นเพราะผลประโยชน์?
ซัน : ในมุมซัน มองว่าการที่เราได้ทำงานสายเดียวกัน เรื่องเวลา เรื่องการเข้าใจ ในการอธิบายอยู่แล้ว มันค่อนข้างที่จะรู้กันอยู่แล้ว แล้วเรื่องผลประโยชน์ผมว่าเราได้กันทั้งคู่ แฟนคลับสนับสนุนต้นทุนอยู่แล้ว แต่ในมุมของความรัก ผมมองว่าเราเองก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง เราเป็นคนสาธารณะ คุณสามารถมาคอมเม้นต์ลบหรือบวกก็ได้ เพราะฉะนั้นผมมองว่าเรื่องของคนสองคนเราจะรู้ดีที่สุด ว่าเราทำอะไรกันอยู่ ถ้าเป็นเรื่องผลประโยชน์ผมว่าแพรวพราวเค้าโตพอจะมองออก ว่าผมเข้ามาทำไม เค้าจะเห็นต้นทุนตั้งแต่แรก
จะมองว่าผลประโยชน์ได้ยังไงเวลาไปทำงาน ซันเอาตังคืนพี่เขาไปหมดเลย? ซัน : ช่วงแรกเลยเขาบอกอันนี้ค่าตัวนะ ผมบอกไม่เป็นไร เราแลกกันรับเชิญ
แพรวพราว : ตั้งแต่อีพีแรกที่เราไปรับเชิญ เขาถามว่าจะเอาค่าตัวเท่าไหร่ ก็บอกว่าเรามาสลับกันรับเชิญ พอแพรวทำซันมาช่วย แล้วผลประโยชน์ของแพรวมันเยอะเกินคาด แพรวขายกลุ่มปิด ตั้งไว้ว่าน่าจะได้ประมาณ 2 พัน แต่มันได้ไป 4 พันกว่า มันก็เป็นจำนวนเงินที่เยอะ แพรวก็เลยโอนให้เขา แล้วเขาก็ด่าเรา โอนมาทำไม เอาคืนไป เอาบัญชีมาตอนนี้เลย ก็บอกว่าไม่เป็นไรเอาไปเถอะ ซันมาไกลด้วยจากชัยนาท เขาบอกไม่ได้ช่วยก็คือช่วย พี่ยังไปช่วยผมเลย เขาก็โอนคืนเรา
จริงๆ คนรอบข้างก็ไม่เห็นด้วยที่รักกัน?
แพรวพราว : แฟนคลับซันก็จะเป็นอีกกลุ่มนึง กลุ่มลิเก กลุ่มนักร้อง กลุ่มละคร บางคนจะมองว่าซันมีโอกาสไปเจอผู้หญิงสวยอีกเยอะแยะ แล้วลูกสองแล้วทำไมมาเลือกคบกับเรา บางคนก็ไม่เห็นด้วย ก็บอกซันว่าแพรวไม่ได้บังคับนะ ในมุมของเขา บอกว่าคนที่จะรักซัน ถึงซันอยู่จุดไหน คบกับใคร เขาก็ต้องเปิดใจ เขาคงจะรักซันเหมือนเดิมแหละ ถ้าคนเขารักด้วยความจริงใจจริงๆ
ซัน : ผมมองว่าไม่วันนี้ พรุ่งนี้ หรืออนาคต เราก็ต้องมีครอบครัว คนที่รักเรา ซัพพอร์ตเราเขาต้องเข้าใจ มนุษย์คนหนึ่ง ก็ต้องมีความรัก แต่แค่ในวัยไหน ช่วงไหน
พอลูกน้องเริ่มรู้ว่ามีความรักเกิดขึ้น เขาก็ไม่กล้าเตือน?
แพรวพราว : เขาไม่กล้า แต่ที่จริงเขาเป็นห่วง เพราะเขาเป็นผู้ชายค่อนข้างจะดื้อ ตอนแรกเขายังไม่พูด หลังๆ เขาเริ่มเห็นว่าซันเริ่มจริงจัง ลูกน้องก็เลยมาสารภาพว่า เป็นห่วง คิดว่าเราจะไปหลงเสน่ห์พระเอกลิเก เขาก็ไม่กล้าพูด แต่พอเห็นซันเข้ามาแบบจริงจัง จริงใจ ลูกน้องก็เลยมาสารภาพตรงๆ ว่าตอนแรกก็แอบกังวลและเป็นห่วง เห็นดราม่าเยอะ แล้วก็เจออะไรมาเยอะ เขาก็อยากให้เรามีความสุข พอมาเห็นแบบนี้เขาก็โล่งใจ ได้เห็นซันแบบจริงจังขนาดนี้
หลายคนอยากรู้ คบกัน 7-8 เดือน แล้วแต่งงานเลยมันเร็วไปไหม?
ซัน : เร็วมากเลยครับ ซันมองว่าชีวิตคู่มันอยู่ที่เราคุยกันมากกว่า จะตอนไหน เมื่อไหร่ สุดท้ายแล้วผมก็ขอแต่งงานอยู่ดี เราขอแต่งงานในช่วงนี้ในวัยของเราจะเร็วไปหรือเปล่า แต่ด้วยประสบการณ์เราอาจจะโตไวกว่าเพื่อนแถวบ้าน เพราะด้วยเราทำงานเลย คือไม่เร็วก็ช้ามันก็ตัดสินใจ
หลายคนก็คิดว่าท้องก่อนแต่งหรือเปล่า ?
แพรวพราว : ถ้าท้องไม่ปิดแน่นอน เราลูกสองไม่มีอะไรต้องมาปิดเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นคือไม่ท้องล้านเปอร์เซ็นต์
ซัน : เราไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ไม่รู้ว่าจะอยู่ถึงพรุ่งนี้หรือเปล่า
อายุห่างกัน 14 ปีกลัวไหมว่าอายุจะเป็นช่องว่างระหว่างวัย?
ซัน : ณ ตอนนี้ซันไม่ได้กลัว หลายคนก็จะสงสัยซันโตได้อีก แต่เขาก็จะอายุมากขึ้น ผมมองว่าเราต้องใส่ใจซึ่งกันและกันบ่อยๆ ให้มันเป็นการเคยชิน ไม่ปล่อยให้ทะเลาะกันข้ามคืนให้มันจบภายในวันนั้นเลย ผมว่าเรื่องตรงนี้มันอยู่ที่ซันด้วย จะพูดให้ฟังว่าเราจะเสมอต้น เสมอปลายให้มากที่สุด วันไหนที่ออกนอกลู่ นอกทาง ยังมีพ่อแม่และอีกหลายคนที่คอยเตือน เพราะว่าหลายๆ คนก็จับตามองด้วย สิ่งสำคัญที่สุดเลย เราต้องครองรักกันให้เสมอต้น เสมอปลาย เตรียมรับมือกับอนาคตที่ต้องเจอ
แพรวพราว : แพรวไม่ได้กลัว แต่อยากทำทุกวันให้มีความสุขมากกว่า ณ ตอนนี้เรามีความสุข ณ จุดไหน เราโฟกัสที่ความสุขมากกว่า ที่สำคัญเขารักลูกเรา รักครอบครัวเรา แค่นั้นเลย