โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนชูแผนใหญ่ สร้างชาติสู่ "มหาอำนาจผู้บริโภค" ดันเศรษฐกิจโลก

PostToday

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 22.27 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 05.19 น.

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ของจีน ออกมาประกาศข่าวสำคัญ สร้างความเชื่อมั่นว่าจีนจะเดินหน้าเปลี่ยนโฉมภาคการบริโภคภายในประเทศให้เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลัก

พร้อมตอกย้ำบทบาทของจีนในการสร้างเสถียรภาพท่ามกลางสถานการณ์การค้าโลกที่ไม่แน่นอน

ในการประชุม World Economic Forum ที่นครเทียนจิน เมื่อวันพุธ นายกรัฐมนตรีหลี่กล่าวว่า จีนกำลังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเองจากฐานะ "โรงงานโลก" ไปสู่ "ตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่" ซึ่งจะช่วยนำโอกาสทางธุรกิจมหาศาลให้กับบริษัทต่างๆ ทั่วโลก

แม้ปัจจุบันจะมีความขัดแย้งทางการค้าเกิดขึ้นมากมายทั่วโลก แต่นายกรัฐมนตรีหลี่เชื่อว่าจีนพร้อมที่จะ "ก้าวข้ามทุกอุปสรรค" เดินหน้าอย่างมั่นคง และยังคงอัดฉีดเสถียรภาพและความแน่นอนเข้าสู่เศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง"

แม้จะไม่ได้เอ่ยถึงมาตรการภาษีของรัฐบาลทรัมป์ หรือข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีของกรุงวอชิงตันโดยตรง แต่เขาก็เรียกร้องให้"ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการนำประเด็นเศรษฐกิจและการค้าไปเชื่อมโยงกับการเมือง" โดยชี้ว่าแนวทางของปักกิ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์แบบ "ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย"

ทำไมจีนต้องเร่งกระตุ้นการบริโภค?

ที่ผ่านมา ทางการจีนมักจะแสดงความมั่นใจเรื่องกระตุ้นการบริโภคอยู่เสมอ แต่สถานการณ์ปัจจุบันทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นเร่งด่วนขึ้น

เพราะหลายประเทศเริ่มออกมาต่อต้านการส่งออกสินค้าจำนวนมหาศาลจากจีน โดยเฉพาะสงครามการค้ากับสหรัฐฯ แม้ปัจจุบันจะอยู่ช่วงพักรบกันชั่วคราวก็ตาม

ปัจจุบันเศรษฐกิจจีนยังคงเผชิญกับความกังวลของผู้บริโภคและภาวะเงินฝืด แม้ว่ายอดค้าปลีกในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาจะออกมาดี ช่วยผ่อนคลายความกังวลจากภาษีของสหรัฐฯ ได้บ้าง

แต่โครงการที่รัฐบาลอุดหนุนให้ประชาชนนำสินค้าเก่ามาแลกซื้อสินค้าใหม่กลับได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม จนเงินทุนที่จัดสรรให้ในหลายมณฑลเริ่มร่อยหรอ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณที่เหลืออีกประมาณ 1.38 แสนล้านหยวน (ราว 6.3 แสนล้านบาท) ให้กับมณฑลต่างๆ เพื่อให้ประชาชนยังคงได้รับเงินอุดหนุนในการซื้อสินค้าได้ตลอดทั้งปีนี้

เพื่อที่จะ บรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ประมาณ 5% ในปีนี้ รัฐบาลจีนอาจจำเป็นต้องอัดฉีดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม

เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ เร่งการใช้จ่ายงบประมาณไปแล้วด้วยอัตราที่เร็วที่สุดในรอบสามปี ซึ่งส่งผลให้ ยอดขาดดุลงบประมาณพุ่งสูงถึง 3.3 ล้านล้านหยวนภายในเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา

การประชุมครั้งนี้ มีผู้นำและผู้บริหารธุรกิจระดับโลกจากหลายประเทศเข้าร่วม เช่น นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ของสิงคโปร์ และนายกรัฐมนตรีฟาม มิงห์ จิ๋ง ของเวียดนาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...