จีนชูแผนใหญ่ สร้างชาติสู่ "มหาอำนาจผู้บริโภค" ดันเศรษฐกิจโลก
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ของจีน ออกมาประกาศข่าวสำคัญ สร้างความเชื่อมั่นว่าจีนจะเดินหน้าเปลี่ยนโฉมภาคการบริโภคภายในประเทศให้เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลัก
พร้อมตอกย้ำบทบาทของจีนในการสร้างเสถียรภาพท่ามกลางสถานการณ์การค้าโลกที่ไม่แน่นอน
ในการประชุม World Economic Forum ที่นครเทียนจิน เมื่อวันพุธ นายกรัฐมนตรีหลี่กล่าวว่า จีนกำลังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเองจากฐานะ "โรงงานโลก" ไปสู่ "ตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่" ซึ่งจะช่วยนำโอกาสทางธุรกิจมหาศาลให้กับบริษัทต่างๆ ทั่วโลก
แม้ปัจจุบันจะมีความขัดแย้งทางการค้าเกิดขึ้นมากมายทั่วโลก แต่นายกรัฐมนตรีหลี่เชื่อว่าจีนพร้อมที่จะ "ก้าวข้ามทุกอุปสรรค" เดินหน้าอย่างมั่นคง และยังคงอัดฉีดเสถียรภาพและความแน่นอนเข้าสู่เศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง"
แม้จะไม่ได้เอ่ยถึงมาตรการภาษีของรัฐบาลทรัมป์ หรือข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีของกรุงวอชิงตันโดยตรง แต่เขาก็เรียกร้องให้"ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการนำประเด็นเศรษฐกิจและการค้าไปเชื่อมโยงกับการเมือง" โดยชี้ว่าแนวทางของปักกิ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์แบบ "ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย"
ทำไมจีนต้องเร่งกระตุ้นการบริโภค?
ที่ผ่านมา ทางการจีนมักจะแสดงความมั่นใจเรื่องกระตุ้นการบริโภคอยู่เสมอ แต่สถานการณ์ปัจจุบันทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นเร่งด่วนขึ้น
เพราะหลายประเทศเริ่มออกมาต่อต้านการส่งออกสินค้าจำนวนมหาศาลจากจีน โดยเฉพาะสงครามการค้ากับสหรัฐฯ แม้ปัจจุบันจะอยู่ช่วงพักรบกันชั่วคราวก็ตาม
ปัจจุบันเศรษฐกิจจีนยังคงเผชิญกับความกังวลของผู้บริโภคและภาวะเงินฝืด แม้ว่ายอดค้าปลีกในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาจะออกมาดี ช่วยผ่อนคลายความกังวลจากภาษีของสหรัฐฯ ได้บ้าง
แต่โครงการที่รัฐบาลอุดหนุนให้ประชาชนนำสินค้าเก่ามาแลกซื้อสินค้าใหม่กลับได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม จนเงินทุนที่จัดสรรให้ในหลายมณฑลเริ่มร่อยหรอ
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณที่เหลืออีกประมาณ 1.38 แสนล้านหยวน (ราว 6.3 แสนล้านบาท) ให้กับมณฑลต่างๆ เพื่อให้ประชาชนยังคงได้รับเงินอุดหนุนในการซื้อสินค้าได้ตลอดทั้งปีนี้
เพื่อที่จะ บรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ประมาณ 5% ในปีนี้ รัฐบาลจีนอาจจำเป็นต้องอัดฉีดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม
เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ เร่งการใช้จ่ายงบประมาณไปแล้วด้วยอัตราที่เร็วที่สุดในรอบสามปี ซึ่งส่งผลให้ ยอดขาดดุลงบประมาณพุ่งสูงถึง 3.3 ล้านล้านหยวนภายในเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา
การประชุมครั้งนี้ มีผู้นำและผู้บริหารธุรกิจระดับโลกจากหลายประเทศเข้าร่วม เช่น นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ของสิงคโปร์ และนายกรัฐมนตรีฟาม มิงห์ จิ๋ง ของเวียดนาม