โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอดรหัสโอกาสไร้พรมแดนกับ SCB Julius Baer ต่อยอดความมั่งคั่งครั้งประวัติศาสตร์ในมือ Gen Y [ADVERTORIAL]

THE STANDARD

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 05.03 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 05.00 น. • thestandard.co
ถอดรหัสโอกาสไร้พรมแดนกับ SCB Julius Baer ต่อยอดความมั่งคั่งครั้งประวัติศาสตร์ในมือ Gen Y [ADVERTORIAL]

ปรากฏการณ์ ‘The Great Wealth Transfer’ หรือการส่งต่อความมั่งคั่งครั้งประวัติศาสตร์ คือหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและระหว่างเจเนอเรชันที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในยุคปัจจุบัน

รายงานของ Julius Baer Family Barometer คาดการณ์ว่าจะมีเม็ดเงินมหาศาลจากทั่วโลกถึง 19.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ กำลังจะถูกส่งมอบจากรุ่นหนึ่งไปสู่ทายาทรุ่นต่อไปในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า

นี่ไม่ใช่แค่การเคลื่อนย้ายตัวเลขทางการเงิน แต่คือการส่งต่อความรับผิดชอบ คุณค่า และตัวตน ที่จะกำหนดอนาคตของธุรกิจครอบครัวและภูมิทัศน์การลงทุนทั่วโลกใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้รับไม้ต่อส่วนใหญ่คือคนเจเนอเรชัน Y ที่มีมุมมองต่อ ‘ความสำเร็จ’ และ ‘มรดก’ แตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง

THE STANDARD WEALTH ได้มีโอกาสพูดคุยกับ เอเดรียน เมซซินาวเออร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด (SCB Julius Baer) เพื่อถอดรหัสโอกาสและความท้าทายในการต่อยอดความมั่งคั่งครั้งประวัติศาสตร์นี้

การส่งต่อความมั่งคั่ง สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘การพูดคุยกันในครอบครัว’

มีงานวิจัยจาก Family Wealth Alliance บอกว่า 70% ของความมั่งคั่งของครอบครัวจะสูญหายไปในรุ่นที่สอง และ 90% จะสูญหายไปในรุ่นที่สาม และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ เอเดรียนมองว่า หัวใจสำคัญที่สุดของการส่งต่อความมั่งคั่งไม่ใช่เรื่องเทคนิคอย่างภาษีหรือโครงสร้าง แต่คือ ‘การเตรียมความพร้อม’

“ครอบครัวที่จะเติบโตข้ามเจเนอเรชันได้ คือครอบครัวที่นำสมาชิกรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการพูดคุยตั้งแต่เนิ่นๆ และส่งต่อไม่ใช่แค่เงินทุน แต่รวมถึงบริบทที่มาของมันด้วย” เอเดรียนกล่าว “ท้ายที่สุดแล้ว The Great Wealth Transfer ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ทางการเงิน แต่คือการส่งมอบเป้าหมายจากรุ่นสู่รุ่น”

เอเดรียนกล่าวว่า ลองนึกภาพการส่งต่อร้านอาหารเจ้าดัง สูตรและวัตถุดิบอาจอยู่ครบ แต่ถ้าคนรุ่นต่อไปไม่เข้าใจแก่นแท้ เรื่องราว และจิตวิญญาณของอาหารจานนั้น รสชาติอันเป็นตำนานก็อาจจะหายไป แต่เมื่อการส่งต่อเกิดขึ้นด้วยความใส่ใจและการสื่อสาร รสชาตินั้น หรือก็คือ ‘มรดก’ ก็จะยังคงอยู่เพื่อหล่อเลี้ยงคนรุ่นต่อไปได้อีกหลายปี

ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดกลับเป็นเรื่องที่ดูเหมือนจะง่ายที่สุด นั่นคือ ‘การสื่อสาร’ ผลสำรวจล่าสุดเผยว่า ครอบครัวในเอเชียถึง 46% หลีกเลี่ยงที่จะพูดคุยเรื่องการส่งต่อความมั่งคั่งเพราะกลัวความขัดแย้ง และมีงานวิจัยที่ชี้ว่า 60% ของความล้มเหลวในการส่งต่อความมั่งคั่งมีสาเหตุมาจากการขาดการสื่อสารและความไว้วางใจ

“ปัญหาทางเทคนิคสามารถแก้ไขได้ แต่ปัญหาด้านอารมณ์และความสัมพันธ์นั้นยากกว่า ความเงียบมักนำไปสู่ความสับสน ครอบครัวที่จัดการเรื่องนี้ได้ดีจะเน้นที่ความโปร่งใส เริ่มสื่อสาร และพูดคุยกันตั้งแต่เนิ่นๆ และให้หลายเจเนอเรชันมีส่วนร่วม” เอเดรียนอธิบาย

เมื่อ ‘ความสำเร็จ’ ของ Gen Y ไม่ได้วัดที่การสะสม แต่คือ ‘การสร้างผลกระทบ’

เมื่อไม้ต่อถูกส่งมาอยู่ในมือของทายาทรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Y นิยามของความสำเร็จและมรดกก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขาอาจไม่ได้สนใจที่จะสืบทอดธุรกิจของครอบครัวเสมอไป แต่มีความหลงใหลและเป้าหมายของตนเอง

SCB Julius Baer

“สำหรับทายาท Gen Y จำนวนมาก ความสำเร็จได้เปลี่ยนจากการสะสมไปสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวก ขณะที่คนรุ่นก่อนหน้าสร้างธุรกิจและมุ่งเน้นการรักษาความมั่งคั่ง ทายาทในปัจจุบันต้องการให้ความมั่งคั่งของพวกเขาสอดคล้องกับตัวตนและความเชื่อ พวกเขากำลังคิดถึงผลกระทบต่อสังคมของเงินทุน ไม่ใช่แค่การเติบโตของมัน” เอเดรียนกล่าว

แนวคิดนี้สะท้อนออกมาในรูปแบบการลงทุนที่เปลี่ยนไป จากข้อมูลของ Bain & Co. พบว่า 63% ของคน Gen Y ให้ความสำคัญกับการลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมาย (Purpose-Driven Investing) พวกเขามองหาโอกาสในธุรกิจที่ยั่งยืน, การลงทุนที่สอดคล้องกับหลัก ESG, ไพรเวทอิควิตี้ (Private Equity) และสินทรัพย์ดิจิทัล นอกจากนี้ ในฐานะ Digital Natives พวกเขายังคาดหวังประสบการณ์การบริหารความมั่งคั่งที่เป็นแบบ Digital-first ซึ่งให้อิสระ สามารถเข้าถึงการลงทุนได้โดยตรง มีประสบการณ์การใช้งานแบบ Seamless การเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ และให้บริการแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Services)

ถอดรหัสโอกาสไร้พรมแดน สู่กลยุทธ์ ‘Investing for Legacy’

เมื่อนิยามของ ‘มรดก’ เปลี่ยนไป กลยุทธ์การลงทุนจึงต้องเปลี่ยนตาม การลงทุนเพื่อสืบทอดมรดก หรือ ‘Investing for Legacy’ ในยุคนี้ จึงไม่ใช่แค่การมุ่งเน้นผลตอบแทนระยะสั้น แต่เป็นการสร้างพอร์ตโฟลิโอที่สะท้อนคุณค่าและเป้าหมายระยะยาวของครอบครัว

เอเดรียนอธิบายว่า “คำว่าไร้พรมแดนสะท้อนถึงทั้งภูมิศาสตร์และกรอบความคิด นักลงทุนรุ่นใหม่ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยสถานที่หรือรูปแบบเดิมๆ พวกเขามองหาแนวคิดจากทั่วโลกที่สอดคล้องกับหลักการของตนเอง”

อีกหนึ่ง รูปแบบการบริหารความมั่งคั่งที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มครอบครัวที่มีความมั่งคั่งระดับสูง (HNW) ในประเทศไทยคือการจัดตั้งสำนักงานธุรกิจครอบครัว หรือ Family Office โดยมีเป้าหมายเพื่อดูแลทรัพย์สินอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งการลงทุน การวางแผนภาษี มรดก กฎหมาย และกิจกรรมเพื่อสังคม ปัจจุบัน เทรนด์การจัดตั้ง Family Office เริ่มแพร่หลายในประเทศไทยมากขึ้น โดยสามารถจัดตั้งได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งในรูปแบบที่ดูแลเฉพาะครอบครัวเดียวอย่างใกล้ชิด หรือการให้บริการหลายครอบครัว รวมถึงการใช้บริการจากสถาบันการเงินที่มีหน่วยงานดูแลด้านความมั่งคั่งโดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้ครอบครัวเข้าถึงโซลูชันแบบครบวงจร ทั้งด้านการลงทุน พร้อมวางแผนโครงสร้างทรัพย์สิน และส่งต่อความมั่งคั่งสู่รุ่นถัดไปอย่างยั่งยืน

“ประโยชน์สำคัญคือการนำคนรุ่นใหม่เข้ามาในกระบวนการตัดสินใจได้ โดยไม่ทำให้พวกเขารู้สึกหนักใจกับความรับผิดชอบทั้งหมด พวกเขาจะได้เรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับบทบาทที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต” เอเดรียนกล่าว

อย่างไรก็ตาม เอเดรียนย้ำถึงข้อควรระวังที่สำคัญว่า “การมีเป้าหมายโดยขาดการวางแผนก็อาจมีความเสี่ยง เราสนับสนุนให้มีกรอบการทำงานที่ชัดเจน กำหนดวัตถุประสงค์ระยะยาว ทำความเข้าใจโปรไฟล์ความเสี่ยง และอย่าละเลยความสำคัญของโครงสร้าง การมีค่านิยมเป็นตัวนำนั้นสามารถทำควบคู่ไปกับการวางกลยุทธ์ที่มั่นคงได้”

สำหรับความท้าทายของการลงทุนข้ามพรมแดนที่มีความซับซ้อนทั้งด้านกฎหมาย ภาษี และธรรมาภิบาล SCB Julius Baer ในฐานะผู้ให้บริการ Private Banking แบบครบวงจรอย่างแท้จริงแห่งเดียวในไทย มีความเชี่ยวชาญทั้งในบริบทของไทยและสากล ซึ่งช่วยให้สามารถเชื่อมโยงและออกแบบแผนการลงทุนที่สอดคล้องกับเป้าหมายของครอบครัวได้อย่างเรียบง่ายและชัดเจน

สุดท้ายนี้ เอเดรียนได้ฝากข้อความถึงทายาทธุรกิจรุ่นใหม่ Gen Y ว่า “คุณไม่ได้กำลังก้าวเข้ามารับเพียงมรดก แต่มันให้โอกาสคุณในการกำหนดว่าอะไรคือสิ่งสำคัญ จงเรียนรู้จากคนรุ่นก่อนหน้า แต่อย่ากลัวที่จะเป็นผู้นำในแบบฉบับของตัวเอง จงตั้งคำถามที่ท้าทาย ใช้เวลาของคุณ ปรับเป้าหมายให้สอดคล้องกับคุณค่าของคุณ มรดกที่แท้จริงเริ่มต้นตั้งแต่วินาทีที่คุณเริ่มสร้างมันขึ้นมา ไม่ใช่ในอีกหลายปีข้างหน้า นี่คือโอกาสของคุณที่จะสร้างบางสิ่งที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่ในทางการเงิน แต่ในระดับบุคคลและระดับโลกด้วย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...