โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ครม.สั่ง 3 หน่วยงานลุยเปิดลงทะเบียนประชาชน “กลุ่มไม่มีสมาร์ตโฟน”

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 00.45 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 07.51 น.

วันนี้ (8 กรกฎาคม 2568) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ โครงการลงทะเบียนเพื่อสำรวจประชาชนที่ไม่มีสมาร์ตโฟน ซึ่งเป็นการเปิดให้ประชาชนมาลงทะเบียนร่วมโครงการของรัฐไว้ก่อน แต่ยังไม่ได้มีการอนุมัติงบประมาณเพื่อไปดำเนินโครงการ

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมครม.ให้ความเห็นชอบโครงการลงทะเบียนเพื่อสำรวจประชาชนที่ไม่มีสมาร์ตโฟน และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. ร่วมกันหารือเพื่อกำหนดระยะเวลาการดำเนินโครงการที่เหมาะสมต่อไป

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งรายละเอียดของโครงการลงทะเบียนเพื่อสำรวจประชาชนที่ไม่มีสมาร์ตโฟน ว่า การดำเนินโครงการนี้ เป็นผลมาจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งมีมติเห็นชอบหลักการโครงการลงทะเบียนเพื่อสำรวจประชาชนที่ไม่มีสมาร์ตโฟน มีสาระสำคัญดังนี้

วัตถุประสงค์ : สำรวจประชาชนที่ไม่มีสมาร์ตโฟน เพื่อประโยชน์ ในการพิจารณาดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลในระยะต่อไป

ช่องทางการลงทะเบียน : ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเขต สำนักงานเมืองพัทยา สำนักงานเทศบาล ที่ทำการไปรษณีย์ หรือหน่วยงานอื่นที่กระทรวงดิจิทัลฯ กำหนด

วิธีการลงทะเบียน : เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอำนวยความสะดวกประชาชนให้ลงทะเบียนผ่านระบบที่ สพร. พัฒนาขึ้น

วิธีการตรวจสอบความไม่มีสมาร์ตโฟน : สพร. จะส่งเลขประจำตัวประชาชน (National Identification Number: NID) ของผู้ลงทะเบียนไปตรวจสอบกับผู้ให้บริการ โทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกราย

โดยผู้มีประวัติการใช้งานข้อมูลอินเทอร์เน็ต (Internet Data) สะสม ไม่เกิน 500 Megabyte (MB) ต่อหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ลงทะเบียนย้อนหลังในช่วงระยะเวลา 90 วัน นับจากวันที่ สพร. ส่งข้อมูลไปตรวจสอบ (T-90) จะถือเป็นผู้ที่ไม่มีสมาร์ตโฟน โดยมีระยะเวลาการตรวจสอบ 3 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มีความเห็นว่า โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลได้ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมามีการใช้ข้อมูลที่ได้จากการลงทะเบียนในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อยืนยันตัวตน และแสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย

1.โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ ซึ่งใช้ฐานข้อมูลจากการยืนยันตัวตน (e-KYC) ในส่วนของผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปี 2565 และฐานข้อมูลบัตรประจำตัวคนพิการและช่องทางการได้รับเงินเบี้ยคนพิการที่ผ่านมา

2.โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุ ซึ่งใช้การลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐผ่านสมาร์ตโฟน

ทั้งนี้การดำเนินการที่ผ่านมายังมีข้อมูลของประชาชนกลุ่มเปราะบางบางกลุ่ม รวมถึงประชาชนที่ไม่มีสมาร์ตโฟน ไม่ถูกต้อง ครบถ้วน และซ้ำซ้อนกัน ส่งผลให้ภาครัฐไม่สามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนผ่านโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

ดังนั้นคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงได้มีมติเห็นชอบหลักการของโครงการลงทะเบียนเพื่อสำรวจประชาชนที่ไม่มีสมาร์ตโฟน และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการฯ เพื่อให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวสามารถเข้าถึงสิทธิ และสวัสดิการต่าง ๆ จากภาครัฐได้อย่างเท่าเทียมกับประชาชนกลุ่มอื่น

ด้วยเหตุนี้เพื่อให้การดำเนินโครงการในครั้งนี้ส่งเสริมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล โดยที่หน่วยงานของรัฐสามารถบูรณาการข้อมูล ระหว่างหน่วยงานเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายต่าง ๆ และสามารถเข้าถึงข้อมูล เพื่อนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายผ่านโครงการต่าง ๆ ทั้งในปัจจุบัน และอนาคตได้อย่างยั่งยืน

รวมทั้งมีการกำหนดบทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดความชัดเจน จึงเห็นควรให้กระทรวงการคลัง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงดิจิทัลฯ กระทรวงมหาดไทย และ สพร. พิจารณากำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินโครงการ

รวมถึงการมอบหมายหน่วยงานรับผิดชอบโครงการให้เกิดความชัดเจน เช่น การกำหนดหน่วยงานเจ้าของโครงการฯ การกำหนดหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลระบบลงทะเบียน

ทั้งนี้ ในการดำเนินโครงการฯ ควรให้เป็นไปตามมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และแนวทาง การปฏิบัติงานดิจิทัลในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ การเปิดเผยข้อมูลเปิดภาครัฐ กระบวนการหรือการดำเนินงานทางดิจิทัล และการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัล รวมทั้งความมั่นคงปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะมาตรฐานด้านดิจิทัลที่กำหนดโดยคณะกรรมการพัฒนาดิจิทัลด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...