โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดร.กอบศักดิ์” จับตาภาษีจีน-อินเดียจะจบที่เท่าใด หลังไทยโดน 36%

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 13.34 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 06.30 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

8 ก.ค. – “ดร.กอบศักดิ์” จับตาภาษีจีนและอินเดียจะจบลงที่เท่าไหร่ หลังไทยโดน 36% สูงกว่าเวียดนาม 16% กังวลนักลงทุนต่างประเทศเปลี่ยนใจไปเวียดนาม

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า จากการตีความจดหมายทั้งหมดของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ออกมาเมื่อคืน ซึ่งออกจดหมายมาหลายฉบับเริ่มต้นจากเกาหลีใต้และญี่ปุ่นหลังจากนั้นก็มีจดหมายอีกชุดหนึ่งห้าประเทศ และออกมาต่อเนื่องอีกชุดนึง เมื่อนำมารวมกันสามารถตีความได้ว่าแต่ละประเทศตัวเลขแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากที่เคยแจ้งไว้เมือเดือนเมษายน ซึ่งจดหมายเมื่อคืน ตีความได้ว่า ทรัมป์เจตนาที่จะแจ้งว่าผมยืนยันที่จะเก็บภาษีคุณเท่าเดิม โดยในส่วนของไทย ตัวเลขอยู่ที่ 36% เมื่อเทียบกับมาเลเซียพบว่าแตกต่างกัน 10% และที่สำคัญกว่านั้นคือเวียดนามถูกเก็บภาษีน้อยกว่าไทยถึง 16% ซึ่งเป็นจุดที่น่ากังวลใจ

จดหมายเมื่อคืนส่งผลกระทบ แต่อยากให้ดูว่าดัชนี S&P500 เพิ่งทำ All time high ไปซึ่งหลายคนแอบหวังว่าทรัมป์จะมีการเปลี่ยนใจเหมือนครั้งที่แล้วซึ่งตนอยากบอกว่าหากตลาดทุนยังเป็นลักษณะนี้โอกาสที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะเปลี่ยนใจมีน้อยมาก ซึ่งหมายความว่าตลาดทุนสามารถรับได้ถึงระดับหนึ่งส่วนดัชนีดาวโจนส์เมื่อคืนตกลงไป 400 กว่าจุด แต่หากดูเช้านี้ดัชนี Nikkei บวกแต่โดยรวมถือว่าตลาดทุนเปิดตลาดมาสามารถรับได้ ซึ่งในภูมิภาคมีผลกระทบบ้างแต่ว่าไม่ได้ตกอย่างถล่มทลายอย่างที่เรากลัวกัน แม้กระทั่ง SET เราก็ตกลง แต่ว่าไม่ได้ตกมากถือว่าเรารับเขาได้ดีถึงระดับหนึ่ง

สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ตลาดโลกได้รับข่าวเรื่องนี้มาเยอะมากแล้วตั้งแต่ต้นปี ขณะเดียวกันการที่ขยายเวลา 90 วัน เป็นการให้เวลาผู้ประกอบการปรับตัวและให้เวลากับตัวประธานาธิบดีทรัมป์เองในการทำมาตรการอื่นๆ มาประกอบกันโดยเฉพาะมาตรการที่เรียกว่า OBB พี่เพิ่งออกมาเพราะฝั่งหนึ่งภาษีจะทำร้ายประชาชนชาวอเมริกา ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแต่วันนี้เมื่อเทียบกับเมษายนเรียกว่าเป็นหนังคนละม้วนเนื่องจากช่วงเมษายนยังไม่มีอะไรมาช่วยประชาชนแต่ ณ วันนี้มีมาตรการ OBB ออกมาซึ่งจะมีทั้งการให้เงินช่วยเหลือประชาชน การลดภาษี มาตรการลดภาระให้เอสเอ็มอี ซึ่งจะถ่วงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อตลาดหุ้นอเมริกา และสิ่งที่เกิดขึ้นคือค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าขึ้นที่สุดในหลายเดือนที่ผ่านมาทองคำขึ้นไปที่ 3,300 เหรียญต่ออนส์ ดังนั้นสิ่งที่เราต้องรอดูคือรอดูว่าจีนและอินเดียจะจบลงที่เท่าไหร่ นี่คือหัวใจสำคัญเนื่องจากเราเห็นจดหมายออกมาทุกคืน แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ไทยเสียเปรียบมาเลเซียและเสียเปรียบเวียดนาม คำถามก็คือว่าเราจะเสียเปรียบอินเดียหรือไม่ เพราะอินเดียคือคู่แข่งสำคัญและขณะเดียวกันกับจีนที่บอกไปเจรจากันแล้วจีนจะตกลงกันได้หรือไม่ หรือหากจีนเจรจาและตกลงกันได้ที่อัตราภาษี 34% เหมือนเดิมก็หมายความว่าเราเสียเปรียบเวียดนาม แต่เราไม่ได้เปรียบจีนเลยแม้แต่นิดเดียว นี่คือสิ่งที่น่ากังวลใจเชื่อว่าใน 1-2 วันนี้ จะมีจดหมายออกมาเรื่อยๆ

ส่วนทางเลือกของไทยในตอนนี้ตนมองว่าเรามีทางเลือกไม่มากโดยทางเลือกที่หนึ่งคือยอมรับสภาพที่ 36% หรือไม่ หรือกลับไปเจรจาเพิ่มเติมเพื่อให้ได้อยู่ที่ประมาณ 25% เพราะตนคิดว่า 10% คงเป็นเรื่องยากสำหรับประเทศที่อเมริกาเกินดุล หรือเดินตามแนวทางเวียดนามทำเต็มที่ให้ได้ 20%

“ผมคิดว่าเราอยู่ในช่วงทางเลือกและผมคิดว่าจดหมายที่ออกมาเมื่อคืนเป็นจดหมายเตือนว่าเขายังไม่พอใจแนวทางที่เราเสนอไป ยังไม่ใช่ good deal สำหรับอเมริกา เขาอยากขอเพิ่มแล้วคำถามคือเราจะให้เพิ่มได้อย่างที่เขาต้องการหรือไม่เพราะที่มีจดหมายออกมาเมื่อคืนนั่นแสดงว่าเขาไม่ได้รอเราแล้ว ผมคิดว่าในส่วนนี้เราต้องกลับมานั่งคิดว่าจะเจรจาเพิ่มขึ้นแค่ไหนและอยากได้อัตราที่ประมาณไหน หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย จบที่ 36% จะมีผลกระทบต่อภาคส่งออกทุกสินค้าที่ส่งไปอเมริกาจะแพงขึ้น 36% ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะเป็นภาระของภาคส่งออกที่ต้องปรับตัว อีกสิ่งหนึ่งที่น่ากังวลใจพอกันคือเอสเอ็มอีในประเทศซึ่งตรงนี้ขึ้นอยู่กับว่าจีนจะจบอย่างไร และสิ่งที่น่ากังวลใจที่สุดคือการลงทุนโดยตรงที่จะเข้ามาไทยหลายบริษัทที่แจ้งความจำนงที่จะเข้ามาลงทุนในไทยอย่างตัวเลขที่บีโอไอเปิดเผยมาก็จะมีการคิดหนักขึ้น และอาจจะหันไปลงทุนที่เวียดนามแทน เนื่องจากอัตราภาษีน้อยกว่าไทย” ดร.กอบศักดิ์ กล่าว. -517-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...