โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สถาบันรอยเตอร์ส สำรวจสื่อไทยปี 2025 "PPTV" มีความน่าเชื่อถือ 70%

PPTV HD 36

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 13.13 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 10.44 น.
สถาบันรอยเตอร์สเผยผลสำรวจสื่อไทยน่าเชื่อถือประจำปี 2025

สถาบันรอยเตอร์ส (Reuters Institute) ได้จัดทำรายงาน Reuters Institute Digital News Report 2025 ประเมินสถานการณ์สื่อและข่าวใน 48 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

สถาบันรอยเตอร์สประเมินว่า ตลาดสื่อของประเทศไทยเริ่มมี “รอยร้าว” เนื่องจากสื่อแบบดั้งเดิมสูญเสียพื้นที่ให้กับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ ประกอบกับเนื้อหาที่ได้รับผลกระทบจากอัลกอริธึม และการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่กว้างขึ้น รวมถึงสื่อบันเทิงก็มักจะบดบังการรายงานข่าวเพื่อประโยชน์สาธารณะ

จากผลสำรวจ Reuters Institute Digital News Report 2025 พบว่าคนไทยกว่า 88% เข้าถึงข่าวสารทางออนไลน์ทุกสัปดาห์ โดยมีสมาร์ตโฟนเป็นช่องทางหลัก การมีส่วนร่วมทางดิจิทัลสูงสุดพบว่าอยู่ในเขตเมือง

ในส่วนของกลุ่มผู้ชม ผู้ชมที่มีอายุระหว่าง 18 - 34 ปี กว่า 63% พึ่งพาโซเชียลมีเดียเป็นแหล่งข่าวหลัก ดังนั้นหากอ้างอิงตามบริบทนี้ ผู้เผยแพร่ข่าวต้องดึงดูดความสนใจแก่ผู้ชมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ผสมผสานกับการนำเสนอแบบดั้งเดิมมากข้น

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในการสำรวจของรอยเตอร์ส ที่ประชาชนระบุว่าชอบดูข่าวทางออนไลน์ (43%) มากกว่าการอ่าน (32%) โดยการนำเสนอในรูปแบบวิดีโอ สามารถเข้าถึงได้เป็นหลักผ่าน Facebook YouTube และ TikTok โดยมีการสตรีมสดและคำอธิบายแบบโต้ตอบ ที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคที่อายุน้อยกว่า

การใช้ TikTok สำหรับข่าวสาร (49%) ก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในทุกกลุ่มประชากร แม้จะมีการแข่งขันที่จำกัดระหว่างผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต แต่ค่าใช้จ่ายอินเทอร์เน็ตที่ต่ำยังคงเป็นแรงผลักดันที่สำคัญในการบริโภคข่าวสารแบบมัลติมีเดีย

ขณะเดียวกัน ข่าวสารที่สร้างด้วย AI กำลังขยายตัวในประเทศไทย โดย Nation TV ได้แนะนำผู้ประกาศข่าวเสมือนจริง “Natcha” ผู้ประกาศข่าว AI คนแรก ที่เปิดตัวในเดือนเมษายน ปี 2024 ในรายการ News Alert ตามมาด้วย “Marisa” จาก Mono 29 ในเดือนพฤษภาคม ปี 2024

ส่วนสถานีวิทยุโทรทัศน์สาธารณะ Thai PBS กำลังเดินหน้าตามแผนในการใช้ AI เพื่อปรับปรุงบริการข่าวสาร โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างสมดุลระหว่างต้นทุน ความน่าเชื่อถือ และรูปลักษณ์ เมื่อต้องเลือกระหว่างผู้ประกาศข่าวที่เป็นมนุษย์และ AI พร้อมกับข้อพิจารณาทางกฎหมาย

ส่วนใหญ่ในการสำรวจของรอยเตอร์ส โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับคุณลักษณะต่าง ๆ ของการใช้ผู้ประกาศข่าว AI เช่น การสรุป และการแปลอัตโนมัติ อาจช่วยประหยัดต้นทุนให้กับอุตสาหกรรมที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจได้ แต่ได้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงกันในวงกว้างเกี่ยวกับการเลิกจ้าง ความถูกต้อง และจริยธรรมตามมา

ความเชื่อมั่นในสื่อข่าวยังคงเป็นปัญหาที่ซับซ้อน ช่องโทรทัศน์แบบดั้งเดิมยังคงได้รับความไว้วางใจจากสาธารณชนเป็นส่วนใหญ่ โดยช่อง 7 HD (74%) Amarin (73%) และ Workpoint TV (72%) มีคะแนนความน่าเชื่อถือค่อนข้างสูง เช่นเดียวกับ Thai PBS (72%) และ Thai Rath (70%)

อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณของการลดลงอย่างเห็นได้ชัดของ Nation TV ซึ่งเคยเป็นช่องหลัก มีคะแนนความน่าเชื่อถือลดลงเหลือ 62% ในขณะที่ช่องข่าวระดับภูมิภาคและท้องถิ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจมากที่สุด ได้รับความไว้วางใจเพียง 59%

อุตสาหกรรมข่าวของประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยพบว่ามีรายได้จากโฆษณาลดลง ผู้ชมหันไปดูการสตรีม และเครือข่ายทีวีดิจิทัลลดขนาดลง ซึ่งการพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่า "เนื้อหาที่มีแบรนด์" ทำให้เส้นแบ่งระหว่างการสื่อสารมวลชนกับการตลาดเลือนรางลง ส่งผลให้ความเป็นอิสระของบรรณาธิการลดน้อยลง

และเนื่องจากใบอนุญาตทีวีดิจิทัลใกล้จะหมดอายุในปี 2572 ผู้ให้บริการโทรทัศน์บางรายอาจออกจากการแข่งขันในธุรกิจนี้ไป ทำให้การแข่งขันทางออนไลน์เริ่มรุนแรงขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ทรงอิทธิพลในข่าวออนไลน์ก็เริ่มแข่งขันกับสื่อดั้งเดิม โดยปรับเปลี่ยนบทบาทของนักข่าว

บุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย อดีตนักแสดง ได้รับการยอมรับจากผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทย 6 ใน 10 คน (60%) สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของสาธารณชนไปสู่ความบันเทิงทางข้อมูล รายการทอล์กโชว์ “โหนกระแส” ซึ่งนำเสนอประเด็นที่ถกเถียงกัน มักขยายเวลาออกอากาศผ่านช่อง Facebook และ YouTube ซึ่งมีข้อจำกัดน้อยกว่าเกี่ยวกับสิ่งที่สามารถพูดออกอากาศทางโทรทัศน์ได้

ขณะที่นักข่าววิเคราะห์ เช่น สุทธิชัย หยุ่น (25%) และจอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ (20%) ยังคงได้รับการยอมรับจากผู้ชมที่มีการศึกษาในกรุงเทพฯ ผู้สร้างเนื้อหา เช่น หนุ่ม อนุวัต เฟื่องทองแดง (37%) ปอนด์ออนนิวส์ (6%) และ ตุ๊ดย่อยข่าว (5%) ได้ละเลยโครงสร้างบรรณาธิการแบบเดิม นำเสนอเนื้อหาที่กระชับ ดึงดูดอารมณ์ แต่ขาดความเข้มงวดตามแบบฉบับของนักข่าวทั่วไป ในขณะที่คณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำลังกดดันให้มีการควบคุมทางออนไลน์ที่เข้มงวดยิ่งขึ้น

สื่อข่าวของประเทศไทยกำลังอยู่ในทางแยก เนื่องจากต้องการรักษาจรรยาบรรณ และความซื่อสัตย์สุจริตของนักข่าวไว้ ในขณะที่เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและข้อจำกัดทางการเมืองในสภาพแวดล้อมที่ถูกครอบงำโดยแพลตฟอร์มซึ่งดูเหมือนจะสนับสนุนความคิดเห็นที่นำโดยบุคคล หากไม่มีการแทรกแซง ความจริงอาจขาดแคลนและการตรวจสอบของนักข่าวก็ลดน้อยลงเรื่อย ๆ

และเมื่อแยกพิจารณารายสื่อ สถาบันรอยเตอร์สพบว่าแต่ละสื่อมีความน่าเชื่อถือดังนี้

  • ช่อง 7 HD – 74%
  • อมรินทร์ – 73%
  • ไทยพีบีเอส – 72%
  • เวิร์คพอยท์ – 72%
  • พีพีทีวี ช่อง 36 – 70%
  • ไทยรัฐ – 70%
  • MCOT – 69%
  • มติชน – 69%
  • ครอบครัวข่าว 3 – 66%
  • เดลินิวส์ – 66%
  • บางกอกโพสต์ – 66%
  • ข่าวสด – 65%
  • เนชั่น – 62%
  • ผู้จัดการ – 60%
  • สื่อท้องถิ่น – 59%

โดยสื่อที่มีสัดส่วน Reach หรือการเข้าถึง คิดเป็นรายสัปดาห์ มากที่สุดคือ ไทยรัฐออนไลน์ (47%) / ข่าวสดออนไลน์ (29%) / ThaiPBS (24%) / Workpoint Today (21%) / PPTV (19%)

นอกจากนี้ สถาบันรอยเตอร์ส ยังเผยประเทศที่มีสัดส่วนแบรนด์ข่าวที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุดในทุกตลาด ซึ่งสำหรับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีแบรนด์ข่าวน่าเชื่อถือมากที่สุด คิดเป็น 55% ของภูมิภาค รองลงมาคือ ฮ่องกง 52% ลดลงมาจากปีก่อน 3% และอันดับ 3 คือ สิงคโปร์ 45%

ขณะที่ ข้อมูลประเทศที่ระบุว่าสื่อท้องถิ่นเป็นแหล่งการเสพข้อมูลข่าวที่ดีที่สุด เมื่อเทียบกับประเทศที่ระบุว่า สื่อออนไลน์เป็นแหล่งการเสพข้อมูลข่าวที่ดีที่สุดนั้น พบว่า ประเทศที่ระบุว่าสื่อท้องถิ่นเป็นแหล่งการเสพข้อมูลข่าวที่ดีที่สุดนั้นคือ "ฟินแลนด์" และประเทศที่ระบุว่า สื่อออนไลน์เป็นแหล่งการเสพข้อมูลข่าวที่ดีที่สุดคือ "ไทย" ขณะที่ สหราชอาณาจักร และ สหรัฐฯ แม้จะอยู่ในกลุ่มเดียวกับฟินแลนด์ แต่ก็มีสัดส่วนการเสพข่าวผ่านสื่อออนไลน์เป็นหลักอยู่ไม่น้อย

สาเหตุดังกล่าว สะท้อนถึงแนวโน้ม "แพลตฟอร์มไชเซชัน" ที่คนพึ่งพาแพลตฟอร์มในการเสพข่าวมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่อุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์ไม่แข็งแรงอยู่แล้ว นักวิจัยแนะว่าสื่อท้องถิ่นควรปรับกลยุทธ์ตามลักษณะตลาด เช่น ลงทุนสร้างเนื้อหาคุณภาพสูงที่คนให้คุณค่าและยอมจ่าย เพื่อเชื่อมโยงกับผู้ชมโดยตรงในยุคที่แพลตฟอร์มครองอิทธิพล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักคณิตศาสตร์ค้นพบวิธีการใหม่! ในการหา “จำนวนเฉพาะ”

สหรัฐฯ จ่อเปิดนัดทำวีซ่านักเรียนต่างชาติอีกครั้ง แต่ต้องให้เช็กโซเชียลมีเดีย

24 เมนูสลัดอร่อยสุดในโลกโดย CNN "ส้มตำ" ติดอันดับด้วย!

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สถาบันรอยเตอร์ส สำรวจสื่อไทยปี 2025 "PPTV" มีความน่าเชื่อถือ 70%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...