โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อย่าให้มีครั้งที่3! "คำนูณ" ชี้ กัมพูชาตัดไทยมาแล้ว 2 ครั้ง ขออย่ามีครั้งที่ 3 อีกเลย

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 11.09 น.

อย่าให้มีครั้งที่3! "คำนูณ" ชี้ สัมพันธ์ทางการทูต กัมพูชาตัดไทยมาแล้ว 2 ครั้ง ขออย่ามีครั้งที่ 3 อีกเลย
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2568 นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า สัมพันธ์ทางการทูต กัมพูชาตัดไทยมาแล้ว 2 ครั้ง ขออย่ามีครั้งที่ 3 อีกเลย!

ปี 2568 ป็นปีครบรอบ 75 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับกัมพูชา เพิ่งมีการเฉลิมฉลองอย่างชื่นมื่นไปเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมานี่เอง กลับมาเกิดความขัดแย้งร้าวฉานระหว่าง 2 ประเทศอย่างชนิดยากจะกลับไปเหมือนเดิมในเวลาอันเร็ว
จนเมื่อสองสามวันนี้มีข่าวว่าไทยเรียกเอกอัครราชทูตประจำกัมพูชากลับ จนเกิดเป็นข่าวลือในทำนองว่าไทยลดระดับสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชา
เบื้องต้น กระทรวงการต่างประเทศออกมาแถลงข่าวว่าไม่จริง เป็นเพียงการเรียกเอกอัครราชทูตประจำกัมพูชามาหารือเท่านั้น
ล่าสุด รองโฆษกพรรคเพื่อไทยออกมาแถลงทำนองว่าไทยกำลังอยู่ในระหว่างลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชา
ของจริงจะเป็นอย่างไรต้องรอติดตาม !
อย่างไรก็ตาม 75 ปีที่ผ่านมาไม่ได้มีแต่ความราบรื่น
กัมพูชาเคยตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยมาแล้ว 2 ครั้งในช่วงมีข้อพิพาทกรณีปราสาทพระวิหาร
ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2501
ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2504
แต่ละครั้งอยู่ในบริบทของเหตุการณ์พิพาทกรณีปราสาทพระวิหาร ครั้งที่ 1 เริ่มปรากฏเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี 2501 หลังกัมพูชาได้เอกราชสมบูรณ์จากฝรั่งเศสเพียง 5 ปี สมเด็จนโรดมสีหนุทรงปราศรัยกับประชาชนกัมพูชาที่มาชุมนุมประท้วงข้อเขียนในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งของไทย ข้อความส่วนที่ทรงจุดชนวนความขัดแย้งให้เริ่มลุกลามคือ…
“ไทยโกงปราสาทพระวิหารของกัมพูชาไป กัมพูชาควรทวงคืนมา”
ในขณะนั้น ไทยครอบครองปราสาทพระวิหารอยู่หลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ฝรั่งเศสในฐานะผู้อารักขากัมพูชาจะมีหนังสือประท้วงและทวงคืนมารวม 3 ฉบับในช่วงปี 2492 ไทยก็ยังคงครอบครองอยู่ และตลอด 5 ปีก่อนหน้าคำปราศรัยของสมเด็จนโรดมสีหนุ กัมพูชาก็ไม่เคยเจรจาเรื่องนี้กับไทยเลย
ต่อมา เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำลอนดอนเขียนบทความลงในหนังสือฉบับหนึ่งยืนยันว่าปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา และตำหนิไทยด้วยข้อความรุนแรงว่าเคยแย่งชิงดินแดนกัมพูชาไปหลายครั้ง
ประชาชนไทยไม่พอใจอย่างกว้างขวาง
เกิดวิวาทะระหว่างหนังสือพิมพ์ของ 2 แผ่นดินอย่างต่อเนื่อง
จนเกิดการเจรจาระหว่างไทยกับกัมพูชาขึ้นในวันที่ 2 กันยายน 2501 หนึ่งในหัวข้อเจรจาคือปราสาทพระวิหาร แต่ไม่มีข้อสรุปที่ตกลงกันได้
เกิดการชุมนุมประท้วงขึ้นในประเทศไทยเป็นระยะ ๆ มีการปราศรัยกระทบผู้นำกัมพูชา และไปประท้วงที่หน้าสถานทูต
กัมพูชาประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2501
รัฐบาลไทยประกาศปิดชายแดน
และส่งกำลังตชด.เข้าประจำการเพิ่มเติม
อีก 3 เดือนต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2502 ไทยและกัมพูชาสถาปนาสัมพันธ์ทางการทูตขึ้นมาใหม่โดยการไกล่เกลี่ยของผู้แทนเลขาธิการสหประชาชาติ
อย่างไรก็ดี ทั้ง 2 ประเทศยังมีการกระทบกระทั่งทางการข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์เป็นระยะ ๆ
จนกระทั่งกัมพูชาฟ้องไทยต่อศาลโลก ICJ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2502
กัมพูชาประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยเป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2504 ก่อนศาลโลก ICJ จะตัดสิน 8 เดือน
โดยรัฐบาลกัมพูชาออกแถลงการณ์ว่าเนื่องจากผู้นำของไทยดูหมิ่นเกียรติยศของกัมพูชา
ไม่ปรากฏว่าเรื่องอะไร
ครั้งที่ 2 นี่ยาว 5 ปีเลย
ไทยและกัมพูชากลับมาสถาปนาสัมพันธ์ทางการทูตกันอีกครั้งในปี 2509
ในอดีต ปราสาทพระวิหาร และพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร กัมพูชาตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย 2 ครั้ง
ปัจจุบัน กัมพูชาเรียกร้อง 3 ปราสาท 1 พื้นที่ เท่าที่ทราบเฉพาะมอมไบหรือช่องบกก็มีพื้นที่รวม 12 ตารางกิโลเมตรเข้าไปแล้ว รวมทั้งหมดประเมินได้ว่าน่าจะมากกว่าในอดีต 3-4 เท่า
ถามว่าจะมีการตัดสัมพันธ์ทางการทูตจากกัมพูชาครั้งที่ 3 ในช่วงความขัดแย้งรอบใหม่นี้หรือไม่ ?
ไม่ทราบ !
แม้ไม่อยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะในปีมงคลของ 2 ประเทศที่มีตราสัญลักษณ์งดงาม ทรงพลัง และมีความหมายอย่างยิ่ง
แต่ก็ไม่อาจยืนยันได้จริง ๆ ว่าจะไม่เกิด !

คำนูณ สิทธิสมาน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...