โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราคาพริกเชียงใหม่ตกต่ำ “พาณิชย์” ผนึกเอกชนรับซื้อ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 22 พ.ค. 2568 เวลา 19.58 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2568 เวลา 12.58 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 22 พ.ค.-ราคาพริกเชียงใหม่ตกต่ำ “พาณิชย์” ผนึกเอกชนรับซื้อ กู้วิกฤต ผลักดันราคาขายสูงกว่าทุน

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ผลผลิตพริกในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ที่ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย ทำให้ปริมาณผลผลิตสูงเกินความต้องการของตลาด ส่งผลกระทบต่อราคาพริกหน้าสวนตกต่ำลง ราคาซื้อขายเพียงกิโลกรัมละ 3-6 บาท ขณะที่ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรอยู่ที่กิโลกรัมละ 6 บาท เพื่อร่วมแก้ปัญหาจึงได้ประสานความร่วมมือกับบริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสอาหาร ผลิตภัณฑ์เครื่องแกงประกอบอาหาร และผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน จากจังหวัดพิษณุโลก และบริษัท เอส.แอนด์ เจ โปรดักท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ และเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่อำเภอฮอดและอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เชื่อมโยงตลาดระหว่างเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมการแปรรูป เพื่อรับซื้อพริกสดจากเกษตรกรในราคากิโลกรัมละ 6-8 บาท

ในครั้งนี้ เอ็กโซติค ฟู้ด รับซื้อพริกจากเกษตรกร อำเภอฮอด จำนวน 9,000 กิโลกรัม ในราคากิโลกรัมละ 8 บาท และ เอส.แอนด์ เจ โปรดักท์ รับซื้อพริกแดงจากเกษตรกร อำเภอฮอดและอำเภออมก๋อย โดยเข้าไปรับซื้อตั้งแต่ 5 พ.ค.68 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน มีเป้าหมายการรับซื้อ 200,000 กิโลกรัม ในราคารับซื้อกิโลกรัมละ 6- 7 บาท

“ขอขอบคุณทั้ง 2 บริษัท ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการเข้ารับซื้อพริกจากเกษตรกรในช่วงเวลาสำคัญนี้ ภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรในยามที่ประสบปัญหา การเข้ามาร่วมรับซื้อในราคาที่เหมาะสมไม่เพียงแต่ช่วยพยุงราคา แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรในการเดินหน้าการผลิตอย่างยั่งยืนในอนาคต” นายวิทยากร กล่าว

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ระบุว่า จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ปลูกพริกกระจุกตัวอยู่ในอำเภอฮอดและอำเภออมก๋อย รวมกันประมาณ 3,500 ไร่ โดยในปี 2568 คาดว่าจะมีผลผลิตรวมประมาณ 8,500 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ซึ่งมีผลผลิตรวม 5,200 ตัน หรือเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 39 แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการผลิตที่ขยายตัวอย่างชัดเจน.-511.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...