ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ร่วง 1.2%-น้ำมันพุ่ง 7% อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน
#หุ้นสหรัฐ #ทันหุ้น -ฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงในวันศุกร์ หลังอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน ทำให้ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งทะยานและสร้างความกังวลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก
เวลา 05:45 ET (09:45 GMT) ดาวโจนส์ฟิวเจอร์สร่วงลง 500 จุด หรือ 1.2%, S&P 500 ฟิวเจอร์สร่วง 70 จุด หรือ 1.2% และ Nasdaq 100 ฟิวเจอร์สทรุด 315 จุด หรือ 1.4%
ดัชนีหลักของวอลล์สตรีทปิดบวกเพียงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี โดยดัชนี S&P 500ขยับเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยอยู่ต่ำกว่าระดับนั้นไม่ถึง 2%
ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน โดยนักลงทุนต่างหวังว่าวาระการขึ้นภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจไม่รุนแรงอย่างที่เคยคาดการณ์ไว้
.
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์พุ่งขึ้นจากการโจมตีของอิสราเอล
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศเชิงบวกดังกล่าวก็หายไปในชั่วข้ามคืน หลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน โดยโจมตีเป้าหมายทางทหารและนิวเคลียร์ “หลายสิบแห่ง” ซึ่งถูกอธิบายว่าเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดต่อสาธารณรัฐอิสลามนับตั้งแต่สงครามอิหร่าน–อิรักในทศวรรษ 1980
การโจมตีเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่านจะเข้าร่วมการเจรจารอบที่ 6เกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์
รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ ระบุว่า อิสราเอลดำเนินการทางทหารครั้งนี้อย่างอิสระ โดยอ้างการป้องกันตนเองเป็นเหตุผลหลัก
ก่อนหน้านั้น ทำเนียบขาวเตือนว่า อาจใช้มาตรการทางทหารหากการเจรจานิวเคลียร์ล้มเหลว โดยมีเส้นตายสำคัญในวันพฤหัสบดี
อิหร่านโต้กลับด้วยการปล่อยโดรนมากกว่า 100 ลำโจมตีเป้าหมายในอิสราเอล โฆษกกองทัพอิสราเอลกล่าว พร้อมมีการเปิดไซเรนและประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ ท่ามกลางคำเตือนว่าอาจเกิดการตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนจากเตหะราน
แนวโน้มความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตน้ำมันที่สำคัญ ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับนักลงทุน ที่กำลังเผชิญกับความตึงเครียดทางการค้าอยู่แล้ว และเกรงว่าอาจกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก
.
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมิชิแกนรอตีพิมพ์
ข้อมูลเศรษฐกิจในวันศุกร์มีน้อย โดยมีเพียงรายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนเบื้องต้นสำหรับเดือนมิถุนายนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน
ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนพฤษภาคมออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ในวันพฤหัสบดี สะท้อนจากต้นทุนบริการที่ลดลง เช่น ค่าโดยสารเครื่องบิน ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่เผยแพร่วันก่อนหน้า บ่งชี้ว่า ผลกระทบจากการขึ้นภาษีของทรัมป์ยังไม่ปรากฏชัด
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เตือนเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อาจขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ในเร็ว ๆ นี้ ทำให้เกิดความกังวลรอบใหม่เกี่ยวกับการค้า เพียงหนึ่งวันหลังจากที่เขาประกาศว่า “ข้อตกลงการค้ากับจีนเสร็จสมบูรณ์แล้ว”
ประธานาธิบดียังระบุว่า จะส่งจดหมายถึงประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ ภายในสองสัปดาห์ เพื่อชี้แจงภาษีการค้าที่เขาวางแผนไว้ ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 9 กรกฎาคม ในการเจรจาข้อตกลงการค้า
.
Adobe ปรับเพิ่มแนวโน้มผลประกอบการทั้งปี
ในภาคธุรกิจ Adobe (NASDAQ: ADBE) ได้ปรับเพิ่มแนวโน้มผลประกอบการทั้งปี หลังรายงานรายได้ไตรมาสสองของปีงบประมาณสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยธุรกิจสื่อดิจิทัลหลักยังได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)
อย่างไรก็ตาม หุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงเล็กน้อยในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดวันศุกร์ นักวิเคราะห์จาก Vital Knowledge ชี้ว่า แม้นักลงทุน "ควรพอใจกับผลประกอบการของ Adobe" แต่แนวโน้มในอนาคต "ยังไม่โดดเด่นนัก" เมื่อเทียบกับบริษัท Oracle (NYSE: ORCL) ที่รายงานผลไปก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน
ในอีกด้านหนึ่ง ยอดขาย iPhone ของ Apple (NASDAQ: AAPL) ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในจีนในเดือนพฤษภาคม โดยยอดขายทั่วโลกเพิ่มขึ้น 15%เมื่อเทียบปีต่อปีในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดในช่วงสองเดือนนับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ตามข้อมูลจาก Counterpoint Research
.
ราคาน้ำมันพุ่งจากการโจมตีของอิสราเอล
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นในวันศุกร์ จากการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ของอิสราเอลต่ออิหร่านในช่วงเช้า ซึ่งสื่อรายงานว่าได้โจมตีเป้าหมายทางทหารและนิวเคลียร์หลายสิบแห่ง
เวลา 05:45 ET สัญญาน้ำมันเบรนท์พุ่งขึ้น 7.2% ไปอยู่ที่ 74.32ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7.6% อยู่ที่ 73.19ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งสองสัญญาเคลื่อนไหวในวันเดียวมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 หลังจากรัสเซียบุกยูเครน โดยราคาขยับขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าความขัดแย้งอาจกระทบต่อเส้นทางเดินเรือหรือโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย
.