โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รักความสงบ จบที่ “ลุงตู่”

สยามรัฐ

อัพเดต 05 ก.ค. 2568 เวลา 05.12 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2568 เวลา 05.12 น.

สถานการณ์ทางการเมืองไทยในเวลานี้เปรียบเสมือนไฟลามทุ่งที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยมีจุดเริ่มต้นจาก “คลิปเสียงพิฆาต” ระหว่างแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงกับสมเด็จฮุน เซน ผู้นำตัวจริงของกัมพูชา ซึ่งถูกเปิดเผยโดยฝั่งกัมพูชา จุดชนวนความไม่พอใจในสังคมไทย และกลายเป็นชนวนสำคัญที่อาจนำไปสู่การกดดันให้เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี

เสียงสนทนาที่เต็มไปด้วยถ้อยคำอ่อนไหว รวมถึงการพาดพิงถึง พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ว่า "ไม่ได้อยู่ข้างเดียวกับเรา" ทำให้ประชาชนและกลุ่มการเมืองมองว่านี่คือการละเมิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง และเป็นการแทรกแซงอธิปไตยของชาติในประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา

ผลกระทบไม่หยุดแค่ในเชิงสังคม แต่ขยายวงถึงการเมือง เมื่อกลุ่ม 36 ส.ว. ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าแพทองธารขาดความซื่อสัตย์สุจริตอย่างร้ายแรง ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้อง พร้อมมติ 7 ต่อ 2 ให้แพทองธารหยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 3 เดือน

พรรคเพื่อไทยพยายามป้องกันการสูญเสียอำนาจ ด้วยการปรับ ครม. และตั้งรัฐบาล "อิ๊งค์ 1/2" ให้แพทองธารนั่งเก้าอี้ รมว.วัฒนธรรม ควบอีกตำแหน่ง แต่ในเชิงการเมืองแล้ว เก้าอี้นี้เป็นเพียง “ที่หลบภัย” ชั่วคราวในช่วงเวลาที่ไฟกำลังลุกลาม

ความเป็นผู้นำของแพทองธารกำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก โดยเฉพาะในบริบทที่ปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสังคมกำลังรุมเร้าประเทศ ขณะที่ฝั่งกัมพูชาก็รุกเร้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งสมเด็จฮุน เซน และ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ต่างแสดงท่าทีแข็งกร้าว และยังกระพือกระแสกดดัน ด้วยการขู่ว่ายังมี “คลิปลับ” อีกมากที่พร้อมเปิดเผย

สถานการณ์นี้ ทำให้ “พ่อ-ลูกชินวัตร” ถูกกดดันอย่างหนัก และความไว้วางใจจากประชาชนเริ่มสั่นคลอนอย่างชัดเจน พรรคประชาชนจึงฉวยจังหวะเรียกร้องให้ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ ขณะที่พรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐ ก็เตรียมเดินหน้าเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ

การชุมนุมของ “กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน” เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้แสดงให้เห็นพลังของมวลชนที่เรียกร้องให้แพทองธารลาออกอย่างชัดเจน พร้อมกระแสที่เริ่มพูดถึงความเป็นไปได้ในการมี “นายกฯ คนนอก” หรือแม้แต่ “รัฐประหาร” แม้แนวโน้มของทหารยุคนี้จะไม่เอาด้วยก็ตาม

แต่หากแพทองธารต้องพ้นจากตำแหน่งจริง โจทย์ใหญ่ต่อมาคือใครจะขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่? ชื่อของอนุทิน ชาญวีรกูล จากภูมิใจไทย ถูกพูดถึงมากขึ้น ขณะที่พรรคประชาชนยืนกรานจะไม่ร่วมจับมือ และเดินหน้าสู่การเลือกตั้งใหม่

อย่างไรก็ตาม อีกชื่อหนึ่งที่เริ่มกลับเข้าสู่สมรภูมิทางการเมืองคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ “ลุงตู่” อดีตนายกรัฐมนตรี และแคนดิเดตของพรรครวมไทยสร้างชาติ จากผลโพลล่าสุดของนิด้าโพล (29 มิ.ย.) ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้รับความนิยมอยู่อันดับ 3 ของแคนดิเดตนายกฯ รองจากผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึง “ความคิดถึงลุงตู่” ที่หวนกลับมาในใจของประชาชนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะในยามที่บ้านเมืองไร้ผู้นำที่มั่นคง การเมืองสับสน และปัญหาประชาชนท่วมท้นรอบด้าน

แม้ไม่มีรัฐประหาร ไม่มีรถถังบนท้องถนน แต่ “ไฟการเมือง” ก็ยังลุกโชนและสร้างความเหนื่อยหน่ายให้ประชาชนอย่างยิ่ง ความสิ้นหวัง ความไร้เสถียรภาพ และความไร้ทิศทาง กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เสียงเรียกร้องให้ “ลุงตู่กลับมา” ดังขึ้นเรื่อย ๆ

การเมืองไทยในวันนี้จึงอาจไม่ได้ต้องการผู้นำที่มาจากชัยชนะในเกมเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่อาจต้องการใครบางคนที่ประชาชนรู้สึกว่า “มั่นใจได้” และ “ไว้ใจได้” ในยามวิกฤต

และนาทีนี้ คนคนนั้น…ก็อาจจะเป็น “ลุงตู่” อีกครั้งก็เป็นได้

#ลุงตู่ #ประยุทธ์ #แพทองธาร #คลิปเสียงฮุนเซน #เพื่อไทย #พรรคประชาชน #ภูมิใจไทย #ยุบสภา #นายกคนใหม่ #รัฐประหาร #รวมพลังแผ่นดิน #สถานการณ์การเมือง #การเมืองไทย #ชินวัตร #ความมั่นคง #ศาลรัฐธรรมนูญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...