โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แรงงานกัมพูชาในไทย: ไทยพึ่งพาแค่ไหน? ใครเสียหายหากต้องกลับประเทศ?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 10.29 น.
แรงงานกัมพูชากว่า 1.2 ล้านคนเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในภาคก่อสร้าง เกษตร และบริการ หากแรงงานเหล่านี้หายไป ไทยอาจขาดแคลนแรงงาน ขณะที่กัมพูชาก็สูญเสียรายได้โอนกลับปีละกว่า 1 แสนล้านบาท ความขัดแย้งระหว่างประเทศจึงไม่ควรกลบความจริงว่า ไทย–กัมพูชา “ต่างพึ่งพา” กันอยู่ในระดับลึกทางเศรษฐกิจและสังคม

‘ส่งแรงงานกัมพูชากลับประเทศ’ ‘เลิกจ้างคนกัมพูชา’

จากกรณีข้อพิพาทดินแดนระหว่างไทย-กัมพูชาที่ตึงเครียดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดกระแส และการพูดถึงการไล่แรงงานกัมพูชากลับประเทศ ไปถึงให้เลิกจ้างแรงงานชาวกัมพูชา ซึ่งทางด้านสื่อของกัมพูชาอย่าง Khmer Times ก็ได้ลงบทความว่าประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมากหากไม่มีแรงงานข้ามชาติ 1.2 ล้านคนของกัมพูชาในประเทศ

แท้จริงแล้วไทยพึ่งแรงงานกัมพูชาแค่ไหน ? มีแรงงานอยู่ในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมอะไรบ้าง และนอกจากไทยที่พึ่งพิงกัมพูชาแล้ว ชาวกัมพูชาเองก็พึ่งพิงไทยในฐานะตลาดแรงงาน จนอาจมองได้ว่า ไม่ใช่แค่ใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่จะสูญเสีย แต่เป็นทั้งสองฝ่าย เพราะเราต่างก็พึ่งพากันและกันอยู่

ไทยพึ่งพาแรงงานกัมพูชาแค่ไหน ?

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน แรงงานข้ามชาติกลายเป็นฟันเฟืองหนึ่งที่สำคัญในระบบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะแรงงานไร้ฝีมือจากประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV จากกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม

รายงานจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ชี้ว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ลูกจ้างในระบบที่คลอบคลุมประกันสังคมมาตรา 33 ของไทย มีอัตราโตขึ้นมากกว่า 1.6 ล้านคน แต่กว่าร้อยละ 55 ของลูกจ้างที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะจาก 3 ประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา

ทั้งนี้เมื่อไปดูสถิติย้อนหลัง 15 ปีของจำนวนแรงงานข้ามชาตินั้น ยังพบว่ามีจำนวนสูงขึ้นเรื่อยๆ จาก 1.5 ล้านในปี 2553 มาเป็นถึง 3.2 ล้านคนในปี 3,289,536 คนในปี 2567

แล้วในจำนวนนี้ มีแรงงานกัมพูชาอยู่เท่าไหร่ ?

จากข้อมูลสถิติการทำงานของคนต่างด้าวประจำเดือนเมษายน ปี 2568 ของสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน พบว่าแรงงานข้ามชาติกัมพูชาส่วนใหญ่มาอยู่ในไทยด้วย

  • มาตรา 59: หมายถึงแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยภายใต้ บันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างรัฐบาลไทยกับประเทศต้นทาง

  • มาตรา 64: หมายถึงแรงงานต่างชาติสัญชาติ เมียนมา ลาว และกัมพูชา ที่เข้ามาทำงาน บริเวณชายแดน ในลักษณะ ไป–กลับหรือตามฤดูกาล เฉพาะในพื้นที่ที่กำหนด

  • มาตรา 63/2: เป็นกลุ่มแรงงานต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตามมติคณะรัฐมนตรี โดยมักใช้ในช่วงมีนโยบายผ่อนผันหรือการจดทะเบียนแรงงานผิดกฎหมายให้เข้าสู่ระบบ

แต่หากนับทั้งหมดที่เป็นชาวกัมพูชาที่ได้รับอนุญาตทำงานทั่วไทยนั้น อยู่ที่ 516,321 คน เรียกได้ว่ามากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากแรงงานเมียนมา หรือคิดเป็นประมาณ 15% ของแรงงานต่างชาติทั้งหมด

ซึ่งพบว่าแรงงานกัมพูชาอยู่ในอุตสาหกรรมก่อสร้างมากที่สุด โดยจากรายงานของสำนักงานบริหารแรงงานต่างด้าวปี 2566 ก็พบว่า มีชาวกัมพูชาในอุตสาหกรรมนี้ถึง 176,783 คน และอุตสาหกรรมที่รองมาคือกิจการต่อเนื่องการเกษตร บริการทั่วไป เกษตรและปศุสัตว์ และผลิตหรือจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งจากรายงานยังพบว่าแรงงานกัมพูชากระจุกอยู่ในภาคกลาง และภาคตะวันออกมากที่สุดด้วย

แต่ถึงอย่างนั้นจากตัวเลขของกระทรวงแรงงานและการฝึกอบรมอาชีวศึกษาของกัมพูชา กลับชี้ว่า ปัจจุบันมีแรงงานข้ามชาติชาวกัมพูชาที่อาศัยและทำงานในประเทศไทยมากกว่า 1.2 ล้านคน ซึ่งตัวเลขก็สอดคล้องกับชู บุญเอ็ง รมช.มหาดไทยของกัมพูชา ที่ได้เคยกล่าวระหว่างการพบแรงงานกัมพูชาในไทยว่า มีแรงงานกัมพูชาในไทยมากกว่า 1 ล้านคน โดยที่ส่วนหนึ่งไม่ได้เป็นแรงงานที่ถูกต้อง

ดังนั้นหากแรงงานกัมพูชากว่า 5 แสน ถึงกว่า 1 ล้านคนหายไป อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบในการขาดแรงงานมากที่สุดคงเป็นการก่อสร้าง ซึ่งหาแรงงานชาวไทยแทนที่ได้ยากด้วย

แรงงานกัมพูชาพึ่งพาเงินเดือนจากไทย ในการส่งกลับบ้าน

แต่ถึงอย่างนั้น ไทยก็ไม่ได้เป็นฝ่ายพึ่งพาแรงงานกัมพูชาฝ่ายเดียว เพราะแรงงานเหล่านี้ก็พึ่งพาไทยในฐานะตลาดแรงงานในการทำงาน และส่งเงินกลับบ้านเช่นกัน

จากการสัมภาษณ์ของสำนักข่าว NBT กับวัน แรงงานชาวกัมพูชาในไทย เขากล่าวว่า มีความกังวล และไม่อยากให้เกิดเหตุใดๆ กับทั้ง 2 ประเทศเพราะคนที่ลำบากคือประชาชน ซึ่ง คนกัมพูชาก็มาอยู่ไทยเยอะเหมือนกัน เช่นเขาที่มาทำงานที่ไทยได้ 5 ปีแล้ว

ซึ่งข้อมูลจากกระทรวงแรงงานและการฝึกอบรมวิชาชีพของกัมพูชาเอง ก็ได้รายงานว่า ในปี 2024 ชาวกัมพูชากว่า 1.38 ล้านคนที่ทำงานในต่างประเทศ ได้ส่งเงินกลับบ้านประมาณ

2.95 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 107,675 ล้านบาท) ซึ่งในจำนวนนี้ แรงงานกัมพูชามาอยู่ที่ไทยมากที่สุดถึง 1.2 ล้านคน รองลงมาคือ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง และซาอุดีอาระเบีย

รายงานยังชี้ว่า คนงานกัมพูชาในประเทศไทยและมาเลเซียคาดว่าจะมีค่าจ้างเฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 400 ดอลลาร์ (14,600 บาท)

ดังนั้นหากคิดจำนวนแรงงานกัมพูชา และเงินเดือนต่อปีนั้น จะคำนวณได้ว่าแรงงานชาวกัมพูชาที่ทำงานในประเทศไทย สร้างรายได้รวมกว่า 5.76 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือคิดเป็น ราว 210,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หากรายได้ทั้งหมดไม่ได้ถูกส่งกลับประเทศต้นทาง แต่คำนวณค่าใช้จ่ายทั่วไปในไทย ซึ่งโดยทั่วไป แรงงานข้ามชาติจะส่งเงินกลับประเทศราว 40–60% ของรายได้ ซึ่งหากใช้ค่าเฉลี่ยกลางที่ประมาณ 50% ก็จะเท่ากับว่าเงินโอนกลับกัมพูชาจากแรงงานในไทย มีมูลค่าราว 105,000 ล้านบาทต่อปี เม็ดเงินจำนวนมหาศาลนี้ไม่เพียงสะท้อนบทบาทของแรงงานกัมพูชาในระบบเศรษฐกิจไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจฐานรากของกัมพูชาอีกด้วย

อีกทั้งกระทรวงเองยังรายงานว่า แรงงานข้ามชาติเหล่านี้ไม่เพียงส่งเงินกลับมาให้สมาชิกในครอบครัวเท่านั้น แต่ยังนำความเชี่ยวชาญกลับมาใช้พัฒนาประเทศเมื่อกลับบ้านด้วย ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยสภาวการณ์การเข้ามาของแรงงานกัมพูชาในจังหวัดนครราชสีมา ในปี 2560 ซึ่งได้บรรยายบริบทของแรงงานสัญชาตินี้ว่า มีส่วนน้อยที่ต้องการอยู่อาศัยในไทยตลอดไป ต่างจากแรงงานลาว

ดังนั้นอาจเห็นได้ว่า ทั้งสองประเทศต่างพึ่งพากันและกัน ทั้งในทางเศรษฐกิจ และแรงงาน การพิพาท หรือบาดหมางกันนั้น จึงไม่อาจเพียงกระทบเพียงแค่ไทยฝ่ายเดียว แต่กับแรงงานกัมพูชาที่ทำงานในไทย และอาศัยเงินเดือนจากงานเหล่านี้ในการส่งเลี้ยงครอบครัวทางฝั่งนู้นด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...