โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง `อินดิจี (IDG)` พร้อมเสนอขายหุ้นไอพีโอ 28 ล้านหุ้น เข้าตลาด mai ในปีนี้

efinanceThai

เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 04.53 น.

ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง อินดิจี (IDG) พร้อมเสนอขายหุ้นไอพีโอ 28 ล้านหุ้น เข้าตลาด mai ในปีนี้

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 มิ.ย. 68 11:53 น.

ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง "อินดิจี (IDG)" เตรียมเสนอขายหุ้นไอพีโอ 28 ล้านหุ้น และมีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายในปีนี้ ระดมทุน เพื่อการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ขยายสำนักงานและศูนย์บริการธุรกิจดิจิทัล และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

นายกิตติชัย นาคะประเสริฐกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท อินดิจี จำกัด (มหาชน) หรือ IDG เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ สำนักงาน ก.ล.ต. ได้อนุมัติแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ IDG ที่ได้ยื่นขอเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 28,000,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 28.00 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทฯ ในครั้งนี้ โดยมีมูลค่าที่ตราไว้ (Par) หุ้นละ 0.50 บาท พร้อมเดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี (Technology) ภายในปี 2568

IDG ประกอบธุรกิจที่ปรึกษา ด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) และพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platform) แบบครบวงจร โดยใช้เทคโนโลยีชั้นนำที่ทันสมัย มาวางโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจให้กับลูกค้า ภายใต้แนวคิด "Simplify Work, Amplify Innovation" โดยบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการทำงานที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร และเสริมศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจในยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ด้วยศักยภาพและความเชี่ยวชาญที่ครอบคลุม ทำให้บริษัทฯ สามารถออกแบบโซลูชันที่มีประสิทธิภาพตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจ พร้อมบูรณาการการทำงานกับระบบคลาวด์ โครงสร้างพื้นฐาน IT และแอปพลิเคชันที่หลากหลายภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยจุดเด่นของบริษัท ที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมที่ยาวนานมากกว่า 24 ปี ด้านการให้คำปรึกษาและพัฒนาระบบดิจิทัลให้กับองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญสูงสุดกับการพัฒนาระบบงานที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถรองรับกับความต้องการของลูกค้าองค์กรได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง

บริษัทฯ ยังมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบบริหารจัดการทำงาน ทั้งในรูปแบบรวมศูนย์และกระจายศูนย์ ซึ่งครอบคลุมการบริหารจัดการองค์กรในทุกมิติ ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการทั้งทรัพยากร และกระบวนการทำงานทุกจุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้สอดคล้องและสนับสนุนเป้าหมายระยะยาวขององค์กร

นายวิธาน ฉั่วเจริญศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IDG ผู้ดำเนินธุรกิจที่ปรึกษาด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันแบบครบวงจร และผู้พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับองค์กร เดินหน้าเติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วย 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ 1.การจำหน่ายซอฟต์แวร์ 2.การให้บริการให้คำปรึกษา การพัฒนาระบบ การให้บริการบำรุงรักษาระบบและซอฟต์แวร์ และ 3.การให้บริการอื่นๆ

โดยบริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญในกลุ่มเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารทรัพยากรและกระบวนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกมิติ พร้อมรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อผลักดันการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว และในครั้งนี้นับว่าเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่บริษัทฯ พร้อมก้าวสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจ ขยายฐานลูกค้า และรองรับการเติบโตในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมีเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านที่ปรึกษา และพัฒนาโซลูชันดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันระดับสากล ที่องค์กรชั้นนำไว้วางใจ

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานตลอด 3 ปีที่ผ่านมา (ในปี 2565 - 2567) มีรายได้รวม 125.95 ล้านบาท 115.01 ล้านบาท และ 127.26 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่กำไรสุทธิในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ในปี 2565 - 2567) อยู่ที่ 22.58 ล้านบาท 11.09 ล้านบาท และ 15.22 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราร้อยละ 17.93 ร้อยละ 9.64 และร้อยละ 11.96 ของรายได้รวมในงวดเดียวกัน ตามลำดับ และในงวด 3 เดือนแรก ของปี 2567 และ 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 5.37 ล้านบาท และจำนวน 5.44 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราร้อยละ 16.92 และร้อยละ 15.86 ของรายได้รวมในงวดเดียวกัน ตามลำดับ

โครงสร้างรายได้ 4 ประเภท ได้แก่ 1.รายได้จากการขายซอฟต์แวร์ 2.รายได้จากการบริการพัฒนาระบบดิจิทัล 3.รายได้จากค่าบริการบำรุงรักษาระบบและซอฟต์แวร์ 4. รายได้จากค่าบริการอื่นๆ โดยการเติบโตของรายได้และกำไร เกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ เป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อจำหน่าย และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการลงทุนในเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เติบโตเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...